ตั้งใจว่าจะถอดเฝือกแล้วถ่ายรูปก่อนค่อยเขียนรีวิว แต่คิดว่าถ้าได้ย้อนกลับมาดูลำดับเรื่องราวจนถึงการเสริมจมูกทีหลังก็น่าจะดี เลยลองเขียนไว้ก่อน ตั้งแต่เด็ก สันจมูกแทบจะไม่มีเลย และเวลามองจากด้านหน้าก็ดูแผ่กว้าง เป็นจมูกชมพู่ปลายทื่อ ๆ แถมปีกจมูกก็ใหญ่เกินไปเหมือนปีกอีก รวมเป็น 3 อย่างที่ทำให้ตัดสินใจผ่าตัด สุดท้ายที่ฉันทำคือแก้จมูกสั้น + แก้จมูกชมพู่, เย็บมัดกระดูกอ่อน, ยืดปลายจมูก + ลดปีกจมูก + ซิลิโคนสันจมูก 4 มม. ค่าใช้จ่ายอยู่ช่วงต้น ๆ 4 ล้านวอน ผ่าตัดแบบเปิดแผล และวัสดุปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนหลังหู + กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก! สิ่งที่กังวลมากที่สุดก่อนผ่าตัดน่าจะเป็นการเลือกโรงพยาบาล / การเลือกวัสดุระหว่างกระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค, กระดูกอ่อนซี่โครงตนเอง, กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก / และทรงจมูกที่ต้องการ โรงพยาบาลเป็นคลินิกหมอคนเดียว มี CCTV และฉันรู้สึกว่าให้คำปรึกษาละเอียดที่สุด เลยเลือกที่นี่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าที่อื่นนิดหน่อยก็มีส่วนด้วย... เรื่องวัสดุ พอค้นหากระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก ฉันอ่านโพสต์ในชุมชนแห่งหนึ่งที่บอกว่าไม่ควรใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกเยอะมาก เลยลังเลระหว่างกระดูกอ่อนซี่โครงตนเองกับกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกจนถึงวินาทีสุดท้าย ตอนถ่าย CT กับคุณหมอ คุณหมอบอกว่าปริมาณกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกน่าจะเพียงพอ และเพราะจะใช้กระดูกอ่อนหลังหูด้วย จึงจะเหลือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกไว้ให้มากพอ ฉันเลยคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกในที่สุด เรื่องทรงจมูก เพราะหน้าฉันเล็กและมักถูกบอกว่าเป็นลุคน่ารัก... เลยคิดว่าถ้าจมูกอย่างเดียวโดดเด่นหรูหรามาก ๆ คงไม่เข้ากับหน้า ฉันเลยบอกว่าอยากได้ปลายจมูกที่ให้ความรู้สึกกลม ๆ น่ารักมาก ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลที่สองที่ไม่ได้ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง คุณหมอบอกว่าถ้าไม่ได้จะยกปลายจมูกสูงเกินไป กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกก็เพียงพอ เลยได้ทำด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก + กระดูกอ่อนหลังหู ส่วนซิลิโคน เพราะเดิมทีสันจมูกฉันต่ำมาก คุณหมอบอกว่าจะใส่ระหว่าง 3~4 มม. ระหว่างผ่าตัด และสุดท้ายเหมือนจะใส่ 4 มม. วันที่ 1 หลังผ่าตัด: บวมไม่ได้เยอะอย่างที่คิด และจมูกมีความรู้สึกแสบ ๆ เสียว ๆ นิดหน่อย เหมือนตอนน้ำเข้าจมูกในสระว่ายน้ำ ฉันอ่านรีวิวมาเยอะว่าผ้าก๊อซในจมูกอึดอัดมากและหายใจทางปากลำบาก แต่เพราะเป็นหน้าร้อน ฉันดันผ่าตัดในวันที่ฝนตก... เลยกลับรู้สึกว่าความชื้นช่วยได้ดี คุณหมอบอกว่านอนราบให้หลับสนิทดีกับการฟื้นตัวมากกว่านั่งแล้วนอนไม่ค่อยหลับ ฉันเลยนอนราบและใช้หมอนสำหรับศัลยกรรม วันที่ 2 หลังผ่าตัด: เริ่มรู้สึกว่าผ้าก๊อซในจมูกอึดอัด และการดื่มน้ำให้ความรู้สึกแปลกมากจนดื่มน้ำได้ไม่เยอะ ทุกครั้งที่กลืนน้ำลาย โจ๊ก หรือน้ำ ความรู้สึกมันแปลกจริง ๆ มาก ๆ... เลยไม่ค่อยอยากกินข้าวด้วย แต่ต้องกินยา เลยฝืนกินเข้าไป เพราะเป็นหน้าร้อน เลยข้ามเครื่องเพิ่มความชื้นไป แต่เพราะดื่มน้ำลำบาก ฉันคิดว่าจริง ๆ แล้วมันจำเป็นมาก ฉันแค่ต่อให้ปากแห้งก็ไม่อยากดื่มน้ำ เลยทนเอา... เห็นบางโพสต์บอกว่าดื่มด้วยหลอดจะดีขึ้น แต่ฉันรู้สึกว่าแรงดันมันมากกว่าเดิม เลยมักใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักดื่ม วันที่ 3 หลังผ่าตัด: ฉีดยาปฏิชีวนะ แล้วตอนเอาผ้าก๊อซกับอะไรที่เหมือนหลอดเล็ก ๆ ที่เสียบไว้ในจมูกออก? วินาทีนั้นคือเจ็บมากx999 จริง ๆ แต่หลังจากเอาออกแล้ว ตอนเช็ดฆ่าเชื้อด้วยคอตตอนบัดและทายาให้ กลับเจ็บกว่าอีก เช็ดทุกซอกทุกมุมแบบไม่ปรานีจริง ๆ.... น้ำตาซึมเลย ฉันคิดเลยว่าตอนทายาเองคนเดียวจะทายังไง เพราะมันเจ็บ เลยอยากทาเบา ๆ วันที่ 5 หลังผ่าตัด: หลังเอาผ้าก๊อซออก ก็หายใจทางจมูกได้แล้ว และรู้สึกว่าพออยู่ได้แล้ว แต่สิ่งที่กังวลคือจมูกรู้สึกชื้นเกินไป และมีอะไรเหมือนสารคัดหลั่งสีเหลืองออกมา?... เขาว่าน้ำเหลืองสีเหลืองอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบได้ แต่ฉันแยกไม่ค่อยออกว่ามันเป็นแค่อะไรเหมือนขี้มูกหรือเปล่า เลยค่อนข้างกังวล ฉันกังวลมากเรื่องเสริมจมูกหน้าร้อน แต่คิดว่าหน้าร้อนก็ทำได้กว่าที่คิด ข้อดีคือกลับกัน เพราะอากาศชื้น ช่วงนรกก่อนเอาผ้าก๊อซออกจึงค่อนข้างโอเค... ข้อเสียคือแม้จะล้างหน้าได้ไม่ดี แต่หน้ามันเยิ้มมากและลำบาก แถมเวลาไปเดินเล่นก็ร้อนและชื้นเกินไปด้วย
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ