ตั้งแต่เด็ก ฉันไม่ชอบใบหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่กว้างออกด้านข้างของตัวเองมาก ถึงจะใช้ผมบังหรือใส่หน้ากากอนามัย โหนกแก้มด้านข้างก็ยังนูนออกมา ฉันชอบใส่หมวก แต่พอใส่แล้วรูปหน้ากลับยิ่งเด่น ทำให้หน้าดูใหญ่ขึ้น และเศร้าที่ทำทรงผมได้ไม่อิสระ... พ่อแม่คัดค้านหนักมาก เลยยังไม่ได้ทำมาจนถึงตอนนี้ ก่อนที่อายุจะมากกว่านี้ ฉันตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สุดท้ายก็ไปทำมาแล้วค่ะ ถึงจะโดนดุหนักมากก็ตาม สุดท้ายพวกท่านก็ยอมยกธงขาวค่ะ
ตอนทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า ฉันอยากจัดการโหนกแก้มเป็นพิเศษมาก... โหนกแก้มที่เคยนูนออกด้านข้างถูกจัดระเบียบได้ชัดเจน ตอนนี้เวลาใส่หมวกหรือหน้ากากอนามัยก็ไม่มีส่วนที่นูนออกมาแล้ว เลยดูดีขึ้นมาก ไม่ต้องใช้ผมบังโหนกแก้มแล้วก็ดี และทุกครั้งที่ส่องกระจกก็รู้สึกดีค่ะ แน่นอนว่ากรามเหลี่ยมก็ด้วย
ตอนนี้เข้าเดือนที่ 6 แล้วค่ะ อาจเป็นเพราะฉันฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด รอยช้ำก็หายเร็วมากช่วงสัปดาห์ที่ 1-2 และพอผ่าน 3 เดือน อาการบวมเล็กน้อยที่เหลือก็เข้าที่ ส่วนที่ขรุขระก็หายไปด้วยค่ะ การใช้ชีวิตประจำวันไม่มีความไม่สะดวกเลย ไม่ได้มีตรงไหนเจ็บ และไม่มีอาการหน้าไร้ความรู้สึกหรืออะไรแบบนั้นเลยค่ะ เนื้อหรืออาหารเหนียวๆ ก็กินได้ดีทั้งหมด แต่เผื่อไว้ก่อน จนถึงตอนนี้ฉันยังพยายามไม่กัดของที่แข็งเกินไป อย่างน้ำแข็งหรือลูกอม ถ้าเลี่ยงได้ค่ะ แต่ของทั่วไปส่วนใหญ่ก็กินได้หมดแล้วค่ะ
พ่อแม่กับเพื่อนสนิทรู้กันหมด แต่ทุกคนบอกว่าไม่ได้รู้สึกแปลกหรือไม่เป็นธรรมชาติค่ะ คนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนาน หรือที่โรงพยาบาลที่ฉันไปบ่อยตั้งแต่เด็ก พอเห็นหน้าฉันก็ถามกันว่าทำไมผอมลงเยอะขนาดนี้ เดิมทีหน้าฉันก็ไม่ได้มีไขมันเยอะอยู่แล้ว แต่พอไลน์หน้าเข้าที่แล้ว คงเลยดูเป็นแบบนั้นมากขึ้น ทุกคนบอกว่าหน้าเรียวขึ้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าฉันผ่าตัดมา ไม่รู้ว่าควรดีใจที่เขาไม่รู้ไหม
พอผ่านมาประมาณครึ่งปีแล้ว รู้สึกว่าใบหน้าดูเข้าที่มากขึ้น เลยพอใจมากขึ้นค่ะ:) จริงๆ แล้วอาการบวมต้องรอให้ยุบลงในระดับหนึ่งก่อนถึงจะเห็นผล แม้แต่ตอนแต่งหน้าออกไปข้างนอก ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป.... ฉันยังคิดเลยว่าน่าจะทำให้เร็วกว่านี้อีกหน่อย แต่ตอนนั้นเหตุผลใหญ่ก็คือยังไม่มีโรงพยาบาลที่ถูกใจ... ถ้าผู้อำนวยการเปิดโรงพยาบาลเร็วกว่านี้อีกหน่อยก็คงดี…! ถ้าตัดสินใจแน่แล้วจริงๆ ฉันแนะนำให้ทำเร็วค่ะ
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ