ตอนแรกทำหมดเลย ทั้งซิลิโคนสันจมูก ปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก และตัดแต่งกระดูกด้วย ถ้ามองแค่จมูกก็สวยค่ะ แต่ไม่เข้ากับหน้าฉัน ทั้งใหญ่ทั้งยาว.. เดิมทีฉันเป็นหน้าตาน่ารักกลมๆ จนคนมองว่าเด็กกว่าอายุ แต่ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดูคมขึ้น ดูมีอายุขึ้น.. เลยหลังผ่าตัดครั้งแรก 6 เดือน ฉันทำรีวิชันโดยถอดซิลิโคนออกและลดปลายจมูกลง แต่กลับกลายเป็นว่าสันจมูกต่ำ แต่ปลายจมูกอย่างเดียวแหลม เลยยิ่งไม่เป็นธรรมชาติ... เดิมทีความยาวจมูกของฉันก็ไม่ได้สั้นอยู่แล้ว แต่พอคอลัมเมลลายื่นยาวออกมา จมูกก็ดูยาวเกินไป และไลน์จมูกก็ยืดตรงแทบเป็นเส้นตรง ทำให้เป็นจมูกที่ให้ภาพลักษณ์ดูเป็นผู้ชายมากค่ะ ถึงกับเคยได้ยินผู้ใหญ่บอกว่าหล่อด้วย...ㅠ ดังนั้นวันนี้ หลังจากทำรีวิชันมา 11 เดือน ฉันได้ทำผ่าตัดถอดเอากระดูกอ่อนทั้งหมดที่ถูกปรับแต่งไว้ที่ปลายจมูกออกค่ะ ฉันทำทั้งสามครั้งที่โรงพยาบาลเดิมที่ทำครั้งแรก คุณหมอเป็นคนมีฝีมือ และจมูกก็ไม่ได้มีปัญหาอย่างการอักเสบหรือการผ่าตัดผิดพลาด เลยทำที่นี่มาตลอดค่ะ ทุกครั้งที่ทำรีวิชันจ่ายครั้งละ 500,000 วอน ตอนปรึกษาถอดครั้งนี้ คุณหมอก็บอกว่ามีคนแบบนี้อยู่บ้างเหมือนกัน และถ้าตัวเองไม่สบายใจก็ควรถอดออก ก่อนผ่าตัดวันนี้คุณหมอก็ถามว่าใจแน่วแน่แล้วใช่ไหม จะไม่เสียใจใช่ไหม แล้วจึงผ่าตัดให้ค่ะ ในชุมชนนี้เห็นว่ามีศัลยแพทย์ตกแต่งบางคนที่ไร้จรรยาบรรณจริงๆ.. แต่โชคดีที่กรณีของฉันไม่ใช่แบบนั้น หลังผ่าตัดวันนี้คุณหมอก็บอกว่าถอดกระดูกอ่อนออกได้หมดเรียบร้อยดีค่ะ เพราะเป็นการเปิดเฉพาะจมูกครั้งที่สามแล้ว.. ครอบครัวก็เริ่มนิ่งๆ แล้ว วันนี้แม่ก็ไม่ได้มา ฉันเลยไปผ่าตัดคนเดียวค่ะ ก่อนผ่าตัดก็ยังกลัวและตื่นเต้นอยู่ แต่ต้องอยู่คนเดียว ผ่าตัดเสร็จมาที่ห้องพักฟื้นก็ไม่มีใคร และต้องไปรับยาคนเดียว เลยรู้สึกน้อยใจนิดหน่อย;; เอามีดลงบนใบหน้าดีๆ ที่พ่อแม่ให้มาตั้งสามครั้ง.. พอคิดถึงตอนแรกที่โวยวายว่าจะทำจมูก แล้วก็รีวิชัน และจนถึงถอดออก.. คิดว่าทำให้พ่อแม่เป็นห่วง ก็รู้สึกว่าตัวเองอกตัญญูจริงๆ ค่ะ และเหนือสิ่งอื่นใด เพราะต้องกรีดที่เดิมสามครั้งเพื่อเปิดจมูก.. ฉันรู้สึกขอโทษจมูกมากๆ ดังนั้นที่ห้องรอ ฉันจับจมูกแล้วบอกว่า ตอนนี้ถอดออกทั้งหมดจริงๆ แล้วก็จบแล้วนะ.. ครั้งนี้ช่วยอดทนให้ดีนะ ขอโทษนะ.. ความทุกข์ใจทั้งหมดที่ผ่านมาจากเรื่องจมูก... สิ่งที่คนอื่นเรียกว่าการเป็นทาสของจมูก... ความกังวลและความลำบากที่ผ่านมาจะเขียนลงที่นี่ให้หมดได้อย่างไร คงเพราะแบบนั้น วันนี้พอโดนดมยาสลบอีกครั้งก็ฟิ้ว~ เหมือนถูกดูดไปที่ไหนสักแห่ง แล้วรู้สึกว่าจมูกถูกเปิด ได้ยินเสียงเพลงในห้องผ่าตัด ยาค่อยๆ จางลง ระหว่างฟังเพลง “Hello” ของ Cho Yong-pil ก็ได้ยินว่า ผ่าตัดเสร็จแล้วค่ะ~ และในวินาทีนั้นจริงๆ... ฉันยิ้มออกมาเองเลยค่ะ คิดว่าสิ่งนี้คืออะไรกัน ทำไมต้องลำบากมาตลอด 2 ปี และก็คิดว่าตอนนี้จบจริงๆ แล้ว.. โชคดีจริงๆ.. ดังนั้นความรู้สึกหลังถอดออกในที่สุดคือ โล่งไปทั้งใจค่ะ ตอนนี้ยาชายังไม่หมดดี เลยยังมึนๆ และเขียนวกวน พอยาค่อยๆ หมด จมูกก็เริ่มเจ็บขึ้นมา.. แต่พอเอาสิ่งที่ทรมานฉันมาตลอดออกไปหมดแล้ว ก็รู้สึกจริงๆ ว่าในที่สุดได้หลุดพ้นจากการเป็นทาสของจมูก.. ตั้งแต่ช่วงที่ลังเลเรื่องทำจมูกมาหลายปี จนถึงผ่าตัดจมูกครั้งแรก รีวิชันครั้งที่สอง และถอดออก.. ส่องกระจกก็เห็นแต่จมูก ถ่ายรูปก็เห็นแต่จมูก มองหน้าคนอื่นก็เห็นแต่จมูก.. ตอนนี้จบแล้วค่ะ ถึงในสายตาคนอื่นจะไม่ใช่จมูกโด่งสวยมาก แต่แค่ตอนนี้มันเป็นจมูกของฉันอย่างสมบูรณ์ ฉันก็พอใจและมีความสุขมากค่ะ อ้อ ถ้ามีคนที่เคยมีประสบการณ์ ขอถามหน่อยนะคะ~ เพราะกังวลทั้งแผลเป็นจากการผ่าเปิด เนื้อแผลเป็น และการหดรั้ง ฉันเลยคิดจะกิน Rizaben แต่ได้ยินว่าคลินิกศัลยกรรมตกแต่งแพงเพราะไม่อยู่ในประกัน เลยคิดว่าจะขอใบสั่งยาจากโรงพยาบาลที่กำลังไปเพราะหูชั้นกลางอักเสบอยู่ตอนนี้ (เดิมทีฉันมีภูมิแพ้จมูกและผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง) ถ้าบอกว่าเป็นยาที่เคยกินเพราะอาการข้างต้น แล้วขอให้สั่งยาให้ เขาจะสั่งให้ไหมคะ? มีใครเคยกิน Rizaben บ้างไหมคะ ช่วงเวลาที่กินหรือวิธีกินเป็นอย่างไร? ได้ยินว่าการกิน Rizaben มีภาระต่อตับ.. ถ้ามีใครเคยกินอาหารเสริมที่ช่วยชดเชยตรงนั้น มีอะไรบ้างคะ? เพราะผ่าเปิดอย่างเดียวก็ครั้งที่สามแล้ว.. ขอคำแนะนำขี้ผึ้งที่ดีต่อแผลเป็นจากการผ่าเปิด หรือวิธีอื่นๆ ด้วยค่ะ~ และถ้ามีใครกำลังลังเลเรื่องการถอดออก คอมเมนต์ไว้ได้เลยค่ะ ในขอบเขตประสบการณ์ของฉัน ฉันจะพยายามบอกให้มากที่สุด ฉันเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากที่นี่เยอะมากตั้งแต่ผ่าตัดครั้งแรก.. ขอบคุณที่อ่านโพสต์ยาวๆ นะคะ ขอให้เป็นวันที่ดีค่ะ^^
ถูกใจ 0