พูดตามตรง แม้แต่ตอนที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมนี้ ฉันก็ยังคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะดูอ่อนเยาว์ขึ้นและสวยขึ้น~! ตอนนี้ผ่านไป 10 เดือนแล้ว ทุกครั้งที่มองกระจก ฉันใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกดีมากจนคิดได้ว่าความกังวลนั้นเป็นเรื่องที่คิดมากไปเอง หลังผ่าตัด ยิ่งเวลาผ่านไป เส้นกรอบหน้าก็ยิ่งเป็นระเบียบขึ้นและภาพลักษณ์ก็ดูนุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะฉันชอบมากที่แนวกรามกับแนวหน้าผากเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ~ เมื่อก่อนเวลาถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายรูปหมู่ ฉันมักจะหลบไปอยู่ข้างหลังเสมอ แต่ช่วงนี้กลับคุ้นเคยกับการถ่ายจากด้านหน้าแล้ว~ ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “ช่วงนี้ดูเด็กลงนะ” หรือ “มีเรื่องดี ๆ อะไรหรือเปล่า?” ฉันก็อดยิ้มอยู่ในใจไม่ได้เลย การยืนอยู่หน้ากระจกกลายเป็นเรื่องสนุก และการแต่งหน้าก็ง่ายขึ้นมาก เมื่อก่อนฉันเน้นการปกปิด แต่ช่วงนี้เหมือนแค่เติมความสดใสเล็กน้อยให้กับหน้าตาเดิมของตัวเองเท่านั้นเองมั้ง? สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือสีหน้าของฉันค่ะ เมื่อก่อนอาจเพราะใบหน้าหย่อนคล้อยและดูเหนื่อย แม้จะยิ้มก็ดูอ่อนล้าไปหน่อย แต่ตอนนี้ฉันยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติ และสิ่งนั้นก็แสดงออกมาบนใบหน้าตรง ๆ ทำให้ตัวฉันเองก็รู้สึกสดใสขึ้นด้วย อีกอย่างหนึ่งที่คาดไม่ถึงคือ อาการปวดข้อต่อขากรรไกรที่มีมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อก่อนขากรรไกรมักมีเสียงและรู้สึกไม่สบาย แต่ช่วงนี้แทบไม่รู้สึกถึงอาการแบบนั้นแล้ว เลยรู้สึกเหมือนได้โบนัสที่ไม่คาดคิด ดีที่สุด! เพื่อน ๆ รอบตัวก็มักบอกว่าฉันดูอ่อนเยาว์ขึ้นจริง ๆ และพ่อแม่ตอนแรกก็กังวล แต่ตอนนี้บอกว่า “ดูเป็นธรรมชาติและสวยมาก” เพราะปฏิกิริยาเหล่านี้ ฉันจึงใช้ชีวิตอย่างสุขภาพดีขึ้นและมั่นใจมากขึ้นด้วย ต่อไปฉันอยากดูแลความยืดหยุ่นของผิวและรูขุมขนด้วย จึงตั้งใจว่าจะไปคลินิกผิวหนังค่ะ ในเมื่อรูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้าดูแลผิวควบคู่ไปด้วยก็น่าจะรู้สึกสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฉันรู้สึกขอบคุณโรงพยาบาลและทุกคนที่ดูแลฉันมาจนถึงตอนนี้อย่างเต็มหัวใจ ช่วงนี้ฉันสัมผัสได้จริง ๆ ว่าการผ่าตัดไม่ได้แค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก แต่เปลี่ยนบรรยากาศของชีวิตฉันเองไปด้วย
รีวิวนี้เป็นรีวิวศัลยกรรมที่มุ่ง追求ความงามแบบธรรมชาติ