ตั้งแต่สมัยเรียนฉันมีฉายาเกี่ยวกับรูปหน้าเยอะมาก.. ทั้งโหนกแก้มและกรามเหลี่ยมก็เด่นทั้งคู่ จนฉันเองยังเครียดกับรูปหน้าที่ดูขรุขระ แต่เพราะเป็นคนขี้กลัวเลยเลือกผ่าตัดโหนกแก้มแบบ quick ที่ค่อนข้างเบากว่า ฉันอยากทำแบบไม่หนักมากทั้งเรื่องราคา ระยะพักฟื้น และอาการบวม เลยเลือกแบบนี้ (ไม่ได้ชอบสไตล์หวือหวา) ตั้งแต่ปรึกษาครั้งแรก รวมถึงคุยผ่าน KakaoTalk และการปรึกษาหลังผ่าตัด สไตล์การคุยของที่นี่ไม่ค่อยตรงกับฉันเท่าไร.. ตัวคุณหมอดูเป็นคนค่อนข้างฮึกเหิม? นิสัย.. เหมือนโดนดุเลย.. และในเชิงเนื้อหาก็ไม่ได้ช่วยในการตัดสินใจหรือเลือกมากนัก แต่ที่เลือกก็เพราะวิดีโอโปรโมตบน Instagram เป็นวิธีที่ดูเป็นธรรมชาติแบบที่ฉันต้องการ คือดันแค่โหนกแก้มด้านข้างเข้าไป ในที่สุดผลของการผ่าตัดโหนกแก้มแบบ quick ก็ไม่ได้ช่วยลดโหนกแก้มมากนัก.. และในรูปก่อนหลังแทบไม่เห็นความแตกต่างเลย กลับกลายเป็นว่ากระดูกยุบเข้าไปแต่เนื้อไม่ได้ตามเข้าไปด้วย จนกลายเป็นทรงที่กระจายออกเหมือนเดิม หลังจากนั้นฉันก็ทำหัตถการปรับกรอบหน้าหลายอย่างและดูดไขมันสองครั้งเพื่อเก็บรูปหน้า.. ถ้าจะให้พูดจริงๆ การผ่าตัดกรามเหลี่ยมเส้นโค้งยาวที่ทำพร้อมกันน่าจะได้ผลอยู่บ้าง เพราะเป็นการกรอกระดูกโดยตรง? ยังไงก็ตาม ทั้งสองการผ่าตัดดูเหมือนจะเป็นหัตถการที่ต้องทำร่วมกับการฉีดไขมันถึงจะเห็นผล~ สิ่งที่รู้หลังผ่าตัดคือ สำหรับรูปหน้าแบบฉันที่โหนกแก้มทั้งส่วนพัฒนาเด่นมาก เวลาเห็นจากด้านหน้าหรือด้านข้าง โหนกแก้ม 45 องศาจะเป็นตัวรับเงาไว้แน่นอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะดันโหนกแก้มด้านข้างเข้าไปแค่ไหน ผลที่มองเห็นก็เหมือนเดิม ตามลักษณะของคนเกาหลีแล้ว ใบหน้าที่ดันโหนกแก้มด้านข้างเข้าไปอย่างเดียวแล้วเห็นผลมีไม่เยอะ T_T ตอนนี้ฉันได้ผ่าตัดแก้โหนกแก้มแล้ว พอทำด้วยวิธีมาตรฐานก็เห็นชัดว่าโหนกแก้มเล็กลงจริงตามที่คิด และถึงจะลดลงแบบนี้ก็ไม่สามารถฝืนขนาดหน้าเดิมได้อยู่ดี เลยไม่ต้องกังวลว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติอะไรแบบนั้น ต่อให้ตัวเองอยากได้ทรงหน้าแบบตุ๊กตา แต่การปรับด้วยคอนทัวร์อย่างเดียวก็มีขีดจำกัด ดังนั้นแม้อยากได้ความเป็นธรรมชาติ ฉันก็คิดว่าทำผ่าตัดโหนกแก้มที่ถูกวิธีเพื่อให้ได้โหนกแก้มที่ดูเป็นธรรมชาติน่าจะดีกว่า ฉันทำที่นี่แล้วบวมอยู่นานกว่าสองเดือน.. หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่อาการบวมแต่เป็นไขมันและเนื้อส่วนเกิน ได้ลองทำหลายวิธีแต่สุดท้ายก็จบที่ต้องแก้ใหม่ T_T
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review23 ส.ค. รีวิว Bondi
ก่อนจะทำตาและจมูก ฉันรู้สึกว่าควรปรับรูปหน้าให้เรียบร้อยก่อนเลยไปที่นั่น ได้ยินมาว่าที่นี่ปรึกษาดีเลยไปทำ ไม่มีค่าปรึกษา แต่รู้สึกว่าคุยกันเกิน 1 ชั่วโมง... สุดยอด.. คุยกับหัวหน้าทีม ~ คุยกับคุณหมอ ~ คุยกับหัวหน้าทีม ตอนคุยกับคุณหมอ…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review23 ส.ค. รีวิวเข้าสู่เดือนที่ 3 หลังทำศัลยกรรมปรับรูปหน้า 2 อย่าง (โหนกแก้ม, กราม)
ฉันไปติดตามอาการที่ 1 Percent มา แล้วเขาบอกว่าผ่าตัดออกมาดี เลยสบายใจใช้ชีวิตประจำวันได้แล้ว! บวมก้อนใหญ่ดูเหมือนจะยุบเกือบหมดแล้ว และคุณหมออิมบอกว่าถ้าบวมที่เหลือหายไป หน้าอาจจะเล็กลงอีกนิด เลยตั้งตารอมาก~ คนรอบตัวชมว่าสวยขึ้นเยอะ…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review23 ส.ค. ทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าต้องไปหาคุณหมออีจีฮยอกจริงๆ ..
จริงๆ.. ก่อนจะทำศัลยกรรมโครงหน้า ฉันเครียดมากเพราะกรามเหลี่ยมกับโหนกแก้มด้านข้าง เวลาถ่ายรูปก็ไม่ชอบที่หน้าดูแผ่ออกด้านข้าง แล้วเพราะกรามเหลี่ยมทำให้ช่วงล่างของหน้าดูเป็นเหลี่ยมไปด้วย ทำให้รูปหน้าทั้งหมดเป็นปมด้อยของฉันเลย…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review22 ส.ค. วันนี้ทำศัลยกรรมโหนกแก้มแบบที่ 1 แล้ว นี่คือสิ่งที่หนักที่สุดในชีวิตเลย lol
จมูกกับตาแค่ไม่สบาย ไม่ได้เจ็บ แต่ของอันนี้ตอนตื่นขึ้นมาคือแบบ... เหมือนนักมวยกำลังชกโหนกแก้มฉันอยู่เลย สิ่งแรกที่พูดกับพยาบาลตอนตื่นคือเจ็บค่ะ ขอฉีดยาแก้ปวดหน่อย โหนกแก้มของฉันค่อนข้างใหญ่สำหรับผู้หญิง เลยทำค่อนข้างเยอะ…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review22 ส.ค. รีวิว Hyu & Me
อาจเพราะหลังจากนั้นไม่มีคิวนัดต่อ เลยทั้งที่ในเมนูเขียนไว้ 27 นาที แต่ทำหัตถการไปเกือบชั่วโมงเลย (มีทั้ง InMode FX กับ LinearZ ด้วย) ตรวจเช็คหน้า แตะปรับส่วนที่ยังไม่พอ ตรวจหน้าอีก แล้วทำซ้ำไปเรื่อยๆ ไขมันแก้มหายเกลี้ยง…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review22 ส.ค. รีวิว Arvo ของ this community
บรรยากาศแปลกมากจริงๆ เว็บไซต์ก็ไม่ค่อยเห็นแบบนี้เลย และผู้จัดการผู้ชายก็ .. คุณหมอที่ฉีดฟิลเลอร์แบบใส่พลังเต็มที่ก็ .. แต่ก็ฉีดได้ตรงจุดที่ต้องการดี โดยเฉพาะวิธีฉีดฟิลเลอร์หูสมัยนี้ที่ต่างออกไป ก่อนหน้านี้เคยฉีดฟิลเลอร์ที่ติ่งหูและใบหู…