โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ

ครบ 2 สัปดาห์หลังทำตาแบบไม่เปิดแผล (+ เย็บชั้นตา) และแก้จมูก ฉันตั้งใจจะเอากลับให้หมด

ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีคนแบบฉันไหม ที่พอทำศัลยกรรมแล้วสภาพจิตใจพังลง เลยอยากเขียนเรื่องของตัวเองไว้สักหน่อย

ฉันเคยผ่าตัดจมูกครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนนั้นใช้กระดูกอ่อนใบหูยกปลายจมูก และใช้ AlloDerm ทำสันจมูก ถ้าจำไม่ผิดตอนปรึกษาก็ขอให้ทำออกมาธรรมชาติด้วย หลังผ่าตัดประมาณ 7 เดือนฉันค่อนข้างพอใจ พอเวลาผ่านไปความรู้สึกว่าทำศัลยกรรมก็ค่อย ๆ จางลง ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และฉันก็อยู่กับมันเหมือนเป็นจมูกของตัวเอง แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้สึกได้ว่าปลายจมูกค่อย ๆ ตกลงมาทีละนิด อยู่ดี ๆ ก็เริ่มคิดว่า “ปลายจมูกต่ำไปแล้ว...” แล้วตลอดเกือบ 7 ปีหลังจากนั้น ฉันก็มักจะคิดเป็นพัก ๆ ว่า “อา ปลายจมูก...ถ้าแค่ปรับปลายจมูกให้ดีขึ้นอีกนิดก็คงดี...”

ตาของฉันเดิมทีขนาดแนวตั้งก็ไม่ได้แย่อะไร แต่รู้สึกว่าระยะระหว่างตาแคบไปนิด และเมื่อเทียบกันแล้วความยาวแนวนอนก็ยังขาด ๆ อยู่ เลยคิดมานานว่าอยากทำเปิดหางตาและปรับปลายจมูกสักครั้งในอนาคต

พอถึงช่วงวันหยุดฤดูร้อนรอบนี้ ในที่สุดฉันก็ทำตากับจมูกพร้อมกัน ตอนนี้ครบประมาณ 2 สัปดาห์พอดี

สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ตอนยังติดเฝือกอยู่นั้น ฉันกลับรู้สึกพอใจมากกว่าเดิมเสียอีก ทุกวันส่องกระจกแล้วคิดว่า “ครั้งนี้ปลายจมูกมาข้างหน้าชัดเลย” ก็แอบดีใจ และพอเห็นว่าหางตาเปิดขึ้นก็รู้สึกพอใจอยู่พอสมควร ปัญหาเริ่มขึ้นตอนเอาเฝือกออกแล้วเห็นหน้าเต็ม ๆ

เพราะตลอด 7 ปีที่ผ่านมาฉันกังวลมากว่าปลายจมูกจะกลับมาต่ำอีก รอบนี้ตอนปรึกษาฉันเลยย้ำตลอดว่า “อยากให้ปลายจมูกดีขึ้นแบบชัดเจน” “รอบนี้ไม่อยากให้ขาดความสูง” อะไรประมาณนี้ สุดท้ายเขาใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองพยุงปลายจมูก และใส่ซิลิโคนที่สันจมูก ซึ่งฉันเดาว่าประมาณ 4 มม.

แล้วจมูกที่ฉันเห็นในกระจกตอนนี้มันเป็นทรงแบบพินอคคิโอที่คนเคยหาข้อมูลศัลยกรรมจะพอนึกออกได้เลย ระหว่างคิ้วกับสันจมูกสูงขึ้นชัดมาก ปลายจมูกแหลมและพุ่งออกไปข้างหน้ามาก ดูแป๊บเดียวก็รู้ว่า “อ๋อ ทำจมูกมาแน่” ซึ่งทำให้ฉันเครียดมาก ตาก็ดูคมชัดขึ้นมากเพราะทำเย็บชั้นตาและแก้กล้ามเนื้อตาร่วมกัน แต่พอจมูกก็โดดขึ้นมาแรงพร้อมกัน ภาพรวมทั้งหน้ามันเลยดูแข็งและแปลกไป ราวกับไม่ใช่หน้าที่ฉันคุ้นเคย

ฉันไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของคุณหมอ ตอนปรึกษาก็ใจดีมาก และจริง ๆ ฉันเป็นคนย้ำเองตลอดว่าอยากให้ปลายจมูกสูงขึ้นชัด ๆ เลยคิดว่าทำตามทิศทางที่ฉันขอไว้มากกว่า แค่ฉันรีบร้อนเกินไปเอง นั่นแหละที่ฉันเสียใจที่สุด

จริง ๆ ก่อนผ่าตัด ชีวิตฉันแทบไม่มีเรื่องให้ไม่พอใจเลย ฉันทำงานหนักจนได้รถใหม่ ขยันไปยิมสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 4 ครั้งก็สนุก งานบริษัทก็ทำเต็มที่ และออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ในวันหยุดก็ชอบ ถ้าจะให้พูดเป็นตัวเลข ตอนนั้นความพอใจในชีวิตฉันน่าจะอยู่ที่ 99

แต่ตอนนี้พอส่องกระจกฉันเห็นแต่ตากับจมูกอย่างเดียว ฉันกังวลมากว่าคนที่ทำงานจะจำได้ไหม หรือแม้แต่คนที่เห็นฉันครั้งแรกจะคิดว่า “คนนี้ทำจมูกมา ทำตาแล้วแน่ ๆ” ฉันเอารูปมานั่งเทียบเป็นชั่วโมง ๆ สามวันที่ผ่านมาฉันก็แทบนอนไม่หลับ และความกังวลก็กลับมาหนักมากอีกครั้ง ฉันคิดวนอยู่ตลอดว่าทั้งที่ชีวิตกำลังไปได้ดี ทำไมฉันถึงไปแตะใบหน้าตัวเองแล้วต้องลำบากขนาดนี้

แน่นอนว่าฉันรู้ว่าตอนนี้เพิ่งผ่านมแค่ 2 สัปดาห์ หลังบวมยุบลงแล้วอาจจะดูธรรมชาติกว่านี้มากก็ได้ แต่พอคิดทบทวนเยอะ ๆ แล้ว ฉันเพิ่งเข้าใจว่าที่ฉันต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ใบหน้าใหม่ไปเลย แค่จากหน้าก่อนผ่าตัดให้ปลายจมูกดูสวยขึ้นอีกนิด และดวงตาดูโปร่งขึ้นอีกหน่อยก็พอแล้ว

ตอนนี้ฉันเลยกำลังคิดจะเอาชั้นตาแบบเย็บและการแก้กล้ามเนื้อตากลับให้ใกล้เคียงตาก่อนผ่าตัดมากที่สุด ส่วนจมูกก็กำลังปรึกษาว่าจะเอาซิลิโคนออกทั้งหมด หรือปรับให้ต่ำลงให้มากที่สุดเพื่อกลับไปให้ได้ความรู้สึกธรรมชาติคล้ายจมูกเดิมก่อนผ่าตัด

อนาคตจะเป็นยังไงฉันยังไม่รู้ แต่ฉันอยากบอกสิ่งนี้กับคนที่กำลังลังเลเรื่องศัลยกรรมจริง ๆ ก่อนทำให้คิดให้มากกว่านี้อีก 10 ครั้ง 20 ครั้ง อย่าคิดแค่ว่า “ไม่ชอบตรงไหน” อย่างเดียว แต่ต้องคิดด้วยว่า **“บนใบหน้าตอนนี้ มีอะไรบ้างที่เราไม่อยากเสียไป”**

แล้วถ้าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรับให้เปลี่ยนเยอะ เวลาไปปรึกษาให้พูดให้ชัดเลยว่า “ขอแค่ไม่เห็นว่าไปทำมามากก็พอ ถึงจะยังไม่สุดบ้างก็ไม่เป็นไร” ฉันเคยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคือ “การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน” แต่พอหน้ากลายไปเยอะจริง ๆ ฉันถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ฉันต้องการที่สุดคือความเป็นธรรมชาติของหน้าตัวเองแบบเดิม

ฉันทิ้งเรื่องนี้ไว้เพราะคิดว่าน่าจะมีคนที่เหมือนฉัน คือเพิ่งมารู้ตัวว่าชอบแบบไหนจริง ๆ หลังเห็นผลลัพธ์แล้ว

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้