โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review

รีวิว 13 วันหลังผ่าตัดปลายจมูก + กรามเหลี่ยม

สวัสดีค่ะ พอดีผ่าตัดวันที่ 1 มิถุนายน และตอนนี้ก็เกือบครบสองสัปดาห์แล้ว.. เลยมาโพสต์เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ ก่อนอื่น ฉันไปปรึกษามาประมาณห้าโรงพยาบาล ในจำนวนนั้นมีทั้งที่บอกให้ทำตา จมูก ปากไปพร้อมกัน และก็มีที่บอกว่าให้เน้นแค่จมูกกับคางเพื่อดึงเสน่ห์ของฉันออกมา บางที่ก็เสนอให้ขูดฮัมพ์ รวบกระดูกจมูก และยกปลายจมูก บางที่ก็บอกว่าทำแค่ปลายจมูกก็พอ ฉันคิดว่าควรไปปรึกษาหลายๆ ที่ แล้วเลือกคนที่ชี้เฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ อย่างตรงไปตรงมา ที่ที่ฉันทำ คุณหมอทำมามากกว่า 10 ปีแล้ว โรงพยาบาลก็ใหญ่ และท่านบอกตรงๆ ว่าทำแค่สิ่งที่จำเป็น เลยทำให้ฉันไว้ใจได้ (ไม่รับสอบถามข้อมูลโรงพยาบาลนะคะ) ราคาต่างกันตั้งแต่ 1 ถึง 5 ล้านวอน และการผ่าตัดกรามเหลี่ยมแบบแผลหลังหูแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิดในปากอีก เพราะเป็นใบหน้าที่เราต้องใช้ไปตลอดชีวิต ต่อให้จ่ายแพงขึ้นอีกหน่อยก็ควรหาข้อมูลดีๆ และทำในที่ที่ปลอดภัย มีการดูแลหลังผ่าตัดดี มีวิสัญญีแพทย์ประจำ และทำมานานแล้ว พอฉันขอลดราคา เขาก็ลดให้จริงๆ ค่ะ วันผ่าตัดฉันตื่นเต้นมาก แต่พอเห็นคุณหมอแล้วก็สบายใจขึ้นนิดหน่อย ถ้าไปทำในที่ที่ราคาถูกและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอที่ผ่าตัดหน้าตาเป็นยังไง ฉันคงกังวลมาก ตอนเริ่มยาสลบก็ได้ยินเสียงอื้ออึงดังๆ ข้างหู แล้วแรงก็หายวูบจนหลับไป กลางๆ ฉันเหมือนได้ยินพยาบาลเรียกชื่อนู่นชื่อนี่อยู่ลางๆ แต่ก็ยังไม่รู้สึกตัว พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยากเข้าห้องน้ำมาก ตอนจะลุกกลับหมดแรงเหมือนผีอำ ลุกไม่ได้ เลยยกมือบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ น่าจะไปประมาณ 3 ครั้ง แต่ฉี่ไม่ออกเลย;; พยาบาลบอกว่าเพราะยาสลบ อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเฉยๆ ให้หยุดไปได้แล้ว แต่ฉันก็ยังอยากไปอยู่ดี lol ปกติฉันเป็นคนเข้าห้องน้ำบ่อยอยู่แล้ว ก็เลยเดินไปเดินมาบ่อยๆ แล้วความทรมานระดับนรกก็เริ่มขึ้น พูดตามตรง ถ้ารู้ว่าจะเจ็บขนาดนี้ ฉันคงไม่ผ่าตัด ตั้งคำถามทันทีว่าทำไปทำไม อยู่แบบเดิมตามธรรมชาติก็น่าจะดีกว่า แล้วก็เสียใจมากๆ วันที่ 1-2 นี่ทรมานจริงๆ.. ทำจมูกกับคางพร้อมกันยิ่งหนักไปอีก หายใจทางจมูกไม่ได้ คอก็อุดด้วยเสมหะปนเลือดจนหายใจไม่ได้ บางทีก็ไอแค่กๆ เหมือนทางเดินหายใจจะตันเพราะเสมหะ แถมยาสลบก็ทำให้ในท้องคลื่นไส้ไปหมด มันเป็นความเจ็บปวดที่ทำให้คิดว่าตายไปยังจะดีกว่า ฉันวิ่งไปเข้าห้องน้ำตลอด ถุยเสมหะเลือด อมยาฆ่าเชื้อไว้ในปากแล้วบ้วนออกมา รู้สึกจะอาเจียนแต่ก็ฝืนไว้เพราะคิดว่าถ้าอาเจียนคงไม่ดี คอถูกเสมหะอุดจนหายใจลำบาก แถมดื่มน้ำไม่ได้ด้วย.. พอจะหายใจทางปาก ปากก็แห้งมาก มันลำบากจริงๆ คางก็ไม่ค่อยเจ็บ จมูกก็ไม่ค่อยเจ็บ แต่ร่างกายเหนื่อยมากจริงๆ ฉันคิดแต่ว่าทำไมต้องมาทรมานขนาดนี้ น้ำตาก็ไหลไม่หยุด แค่พยายามอดทนไปโดยคิดว่าจะต้องรอดกลับไปให้ได้ ตอนกลางคืนฉันดูทีวี แล้วในทีวีก็มี Girls' Generation กับคังมินคยองออกมาวิ่งไปวิ่งมา เห็นแล้วก็รู้สึกนับถือมาก และพอคิดว่าพวกเขาคงเคยผ่านความเจ็บแบบนี้เหมือนกัน ก็รู้สึกเห็นใจในชะตากรรมเดียวกัน lol ปกติฉันจะอิจฉา แต่ตอนนั้นกลับรู้สึกสงสารพวกเขา.. ฉันนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน นั่งยกช่วงบนสูงๆ หลับๆ ตื่นๆ พอถึงวันรุ่งขึ้นอาการคลื่นไส้ในท้องก็ดูเหมือนจะทุเลาลงนิดหน่อย แต่พอดื่มน้ำก็ยังมีอาการวูบๆ อยู่บ้าง อาการบวมหนักมากในวันที่ 2 ถึง 4 เกินกว่าปลามันเลย กลายเป็นสัตว์ประหลาด.. ใต้ตาช้ำ ตาบวมจนขนตาทิ่มตา แก้มบวมมากกว่ารูปรีวิวไหนๆ ที่ฉันเคยเห็น พูดตามตรง ฉันแอบคิดว่าแม้จะผ่าตัดแล้วฉันน่าจะฟื้นตัวไว ไม่ค่อยบวมมากหรอก แต่คิดผิดค่ะㅋㅋ ก่อนผ่าตัดควรเตรียมใจไว้เลยว่าตัวเองอาจจะบวมและเจ็บที่สุด ยังไงก็ตาม วันที่สองฉันดื่มน้ำด้วยกระบอกฉีดยาเล็กน้อย แล้วก็ถอดสายระบายเลือด ไม่เจ็บนะ แค่รู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อย ระหว่างฆ่าเชื้อในปากก็ถุยเลือดออกมา แล้วก็ใส่ผ้ารัดหน้าและออกจากโรงพยาบาล กลับบ้าน เพราะกินได้แค่โจ๊กเลยอ่อนแรงมาก แต่ก็ยังรู้สึกขอบคุณที่ไม่คลื่นไส้อีกแล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุด หลังจากนั้นหน้าก็เหมือนสัตว์ประหลาด มองกระจกทีไรก็เครียด แล้วคิดว่าถ้าจะต้องอยู่แบบนี้ไปตลอด คงตายดีกว่า ฉันเคยคิดเสมอว่าคนที่บอกว่าเพิ่งไม่ถึงสัปดาห์ก็เสียใจแล้ว ทรมานแล้ว ดูรีบเกินไป แต่พอเจอจริงๆ ฉันก็กลายเป็นแบบนั้นเหมือนกัน.. กลัวมาก วันที่ 4 หรือประมาณนั้นไปโรงพยาบาลเพื่อฆ่าเชื้อ วันที่ 5 เป็นต้นมาอาการบวมก็เริ่มยุบ จนถึงวันนี้ยุบลงเยอะมาก ตอนนี้ใบหน้ากลับมาเป็นหน้าคนปกติแล้ว ก่อนจะถอดเฝือกจมูก ฉันก็ใส่หน้ากาก ใส่หมวก แล้วก็กดหมวกลงมาคลุม เดินออกไปแบบจัดเต็ม ตอนแรกยังนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลอยู่เลย แต่พอคิดว่าเสียค่าแท็กซี่เปล่าๆ ก็เลยเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟใต้ดิน หายใจทางจมูกได้ตั้งแต่วันที่ 7 เป็นต้นมา แต่ก็ยังหายใจสลับระหว่างจมูกกับคออยู่ และพอเกิน 10 วันไปแล้วก็เบื่อโจ๊กจนกินไม่ลง เลยกินข้าวที่หุงให้นิ่มมากๆ เหมือนแป้งต๊อก กับกับข้าวนิ่มๆ (ลูกชิ้นแบน เต้าหู้ ปลา มันฝรั่ง หัวไชเท้า ไข่ตุ๋น ฯลฯ) แทน น้ำหนักลดไป 4 กิโล ตอนนี้จมูกเหมือนยุบเกือบหมดแล้ว รอยช้ำก็ยังไม่หายหมดแต่ดีขึ้นมาก แก้มที่บวมใหญ่ก็ดูยุบลงแล้ว ส่วนไหมในปากเป็นไหมละลายเลยไม่ได้ตัดไหม แต่ในปากยังบวมอยู่เยอะ เลยรู้สึกแปลกเหมือนมีอะไรคาอยู่ที่แก้ม.. เวลายิ้มก็ยังดูเกร็งอยู่ ตอนนี้จะขอค่อยๆ รอไปก่อน คุณหมอบอกว่าจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ และฉันก็ต้องการแบบนั้นเหมือนกัน เลยทำออกมาให้เป็นธรรมชาติ และยังไม่ได้บอกเพื่อนด้วยซ้ำว่าฉันจะทำ สองเดือนต่อไปค่อยดูอีกที หวังว่าตอนนั้นอาการบวมในปากจะยุบหมดและดูเป็นธรรมชาติแล้ว สิ่งที่ฉันอยากบอกคือ นี่ไม่ใช่การผ่าตัดที่ง่ายเลยจริงๆ ทั้งการดมยาสลบและอาการบวม ขอให้ตัดสินใจให้แน่วแน่ แล้วถ้าจะทำก็ต้องเช็กโรงพยาบาลให้ดี ไปทำในที่ที่เก่งๆ ช่วงพักฟื้น ถ้าเป็นกรณีของฉัน พอผ่านไป 2 สัปดาห์ก็กลับมาเป็นหน้าคนปกติแล้ว แต่บริเวณแก้มยังดูเกร็งๆ อยู่ ดังนั้นควรเผื่อเวลาให้มากหน่อย พออาการบวมยุบหมดและดูเป็นธรรมชาติแล้ว ฉันจะมารีวิวอีกครั้งค่ะ.^^

ไลก์ 2

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้