โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

บันทึกตั้งแต่วันแรกของการผ่าตัดจมูกครั้งแรกถึงวันที่ 3

ฉันเป็นจมูกเล็กและสั้น ผ่าตัดครั้งแรกโดยใช้ซิลิโคน กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค กระดูกอ่อนหู และผนังกั้นจมูก สันจมูกไม่ได้ถึงกับไม่มี แต่จมูกเชิดขึ้นเล็กน้อย เป็นจมูกเชิด และไม่รุนแรง เลยไม่ได้ทำการลดรูจมูก เข้าผ่าตัดครั้งแรกวันศุกร์ แล้วนานมากจริงๆ ที่ไม่ได้ผ่าตัด เลยตื่นเต้นสุดๆ ㅠㅠ ระหว่างนั้นยังพูดอีกหลายครั้งว่าขออย่าให้ตื่นจากยาสลบนะคะ จมูกที่อยากได้คือเน้นความเป็นธรรมชาติ แต่ไม่อยากให้ดูไม่ออกเกินไป ปลายจมูกต้องกลมแน่นอน และให้คอลัมเมลลาออกมา เพราะจมูกสั้น เลยขอเป็นทรงตรงกึ่งสโลปที่ดึงออกมาข้างหน้านิดเดียว แต่ ....ㅋ หมอบอกว่าในทรงจมูกของฉันอาจทำได้ยาก และจะพยายามเต็มที่ ㅋ วันผ่าตัด ㅡ ลืมตาขึ้นมาก็ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงแล้ว พอลืมตาปุ๊บ ความเจ็บก็..... ในใจคือ ว้าว ตายจริงๆ แล้ว คิดว่าจะทนไปถึงวันที่ 3 ได้ยังไง แต่ผ่านไปประมาณ 20 นาทีก็ไม่เจ็บแล้ว เขาถามว่าคลื่นไส้ไหม พอบอกว่าใช่ ก็เพิ่ม น้ำเกลือให้ พออย่างนั้นท้องก็สบายขึ้นหน่อย เลยออกมาหลัง 1 ชั่วโมง แต่ยาสลบยังไม่หมดดี เลยลำบากมาก ㅠㅠ ตอนแรกจะนั่งแท็กซี่กลับคนเดียว แต่เรียกพี่สาวมา ทุกคนจริงๆ เรียกผู้ปกครองหรือคนมาดูแลเถอะ คนเดียวไม่ไหว ㅠㅠ กลับบ้าน กินข้าว พอยาสลบหมดก็คิดว่า อ้าว? พอไหวนี่นา.... คิดผิดถนัด...^^ วันผ่าตัดน่าจะไม่เจ็บเพราะยาชาเฉพาะที่ยังไม่หมดทั้งหมดด้วย สำลีในจมูกโอเคกว่าที่คิด อาจเพราะอากาศเย็นสบายและความชื้นก็ไม่ได้ต่ำ เลยคิดว่าความยากของการหายใจทางปากอาจต่างกัน วันที่ 1 ㅡ ซื้อเครื่องทำความชื้นไร้สายจาก Coupang มาหนีบไว้ที่รักแร้ตอนนอน ใส่น้ำในขวดสเปรย์แล้วฉีดน้ำเข้าปาก ขณะนอน แต่ปากแห้งผาก วุ่นวายสุดๆ ตื่นทุกสองสามชั่วโมงจริงๆ การนั่งนอน ทำไม่ได้จริงๆ เลยกองหมอนกับผ้าห่มขึ้นมาแล้วนอน จุดเริ่มต้นของความเจ็บ.... พอยาหมดฤทธิ์ ร่างกายรู้ทันทีอย่างกับมีสัญชาตญาณ นอกจากยาที่โรงพยาบาลให้ ก็ซื้อ Tylenol มากินเพิ่ม เป็นความเจ็บที่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เจ็บ ㅠㅠ คนที่บอกว่าไม่เจ็บนี่น่าทึ่ง.... อาการบวมยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ เดิมทีฉันไม่มีภูมิแพ้จมูก และไม่เคยหายใจทางปาก เลยกลัวภาวะสำลีอุดจมูก แต่เมื่อเทียบกับความไม่สบายจากสำลี ความเจ็บมากกว่า จนลืมการมีอยู่ของสำลีไปเลย วันที่ 2 ㅡ เริ่มบวมจริงจัง เดิมทีก็บวมง่ายอยู่แล้ว ตาสองชั้นยังอยู่ มีรอยช้ำใต้ตา ถือว่านอนยาวกว่าวันก่อนเล็กน้อย หลับไปก็ฉีดสเปรย์เข้าปากอัตโนมัติ ㅋ ถ้าไม่อยากตื่นเพราะเจ็บ แนะนำให้กินยาแก้ปวดเพิ่มก่อนนอน ㅜ เจ็บกว่าเมื่อวานอีก ปาร์ตี้วุ่นวายสุดๆ + เริ่มปวดหู คล้ายๆ ปวดหูตอนใส่หน้ากากที่สายแน่นมาก ส่วนจมูก.... เป็นความเจ็บที่อธิบายไม่ได้... ที่บอกว่าเหมือนหัวใจเต้นในจมูก ไม่ใช่อันนั้น แค่โคตรเจ็บ ....พอยาหมดฤทธิ์ อยู่ๆ จะมีความเจ็บที่ตกใจเหมือนโดนมีดแทงจมูก ㅠㅠ ต้องกินยาแก้ปวดไว้ล่วงหน้า ถ้าเจ็บแล้วค่อยกินยาก็ช้าไปหน่อย เพราะนอนหายใจทางปาก เลยกรนนอน ㅋㅋ เวลากินข้าวก็ส่งเสียงสารพัดและวุ่นวายสุดๆ ตอนกิน ㅋ ต้องหายใจด้วย กินด้วย ยุ่งมาก ไม่รับรู้รสชาติ แต่ความมหัศจรรย์คือความอยากอาหารไม่ลด..... หน้าร้อนผ่าวเต็มไปหมด เลยเอาแต่มองหาเครื่องดื่มเย็นๆ หรือ ไอศกรีม ㅜ ในปากก็ร้อนด้วย พอเอาไอศกรีมเข้าปากก็ละลายอย่างบ้าคลั่ง ㅋ ใช้ชีวิตติดกับการประคบเย็น วันที่ 3 ㅡ ปกติตอนเช้าจะตื่นเพราะเจ็บ แต่ไม่ตื่นและนอนถึง 8 โมง จู่ๆ ก็คิดว่า อ้าว? จมูกไม่เจ็บแล้ว อาการบวมแถวรอบตาดีกว่าเมื่อวาน และบวมไหลลงไปที่คาง จนกลายเป็น “ความฝันของสี่เหลี่ยม” ไม่รู้เพราะทาครีมลดรอยช้ำหรือเปล่า แค่วันเดียวรอยช้ำก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง อย่างแรก พอจมูกกับหูไม่เจ็บ ก็ได้คิดเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน ㅋㅋㅋㅋ พอคนเจ็บตลอดเหมือนสติจะมึนๆ การเอาสำลีออกไม่เจ็บ และเคยเห็นโพสต์ว่ามันจะกลับมาตันอีก แต่โชคดีที่ไม่ตัน แต่แทนที่กันคือปาร์ตี้น้ำมูก.... เขาบอกให้ทายาทุก 2 ชั่วโมง และอย่าสั่งน้ำมูก ให้เช็ดเฉพาะที่ไหลออกมา แต่ยากับน้ำมูกผสมกันแล้วไหลลงมาถึงปากตลอด แล้วจะให้ทำยังไง ㅠㅠㅠ ทุกคนบอกว่าเจ็บแค่ถึงวันที่ 3 เอาสำลีออกแล้วจะโอเค เป็นเรื่องจริง ㅠㅠ พอผ่านวันที่ 3 แล้วดีขึ้นเยอะมาก บางครั้งยังมีความเจ็บเหมือนโดนมีดแทง แต่ประมาณวันละหนึ่งสองครั้ง และตั้งแต่นี้น่าจะใช้ชีวิตประจำวันได้แล้ว ถูกใจ 0 อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ กำลังแปล ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0 รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่เน้นความเป็นธรรมชาติ

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้