เมื่อ 2 ปีก่อนฉันทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าและจมูกมา แล้วก็ดูสวยขึ้นจากหน้าตอนก่อนหน้ามาก เลยใช้ชีวิตแบบมีความสุขพอสมควร ศัลยกรรมโครงหน้าทำให้กระดูกคางฉันดูไม่ค่อยเท่ากันนิดหน่อยก็จริง เลยเครียดอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็สวยกว่าตอนก่อนมาก , จมูกก็ออกมาธรรมชาติมาก ไม่โด่งเกินไป ถึงจะยังไม่ถึงขั้นเป็นจมูกหมูแบบสมบูรณ์ แต่ก็ยังนุ่มละมุนอยู่พอสมควร ,, สรุปแล้วไม่มีใครรู้เลยว่าฉันเคยทำศัลยกรรม แม้แต่แฟนฉันเอง ตอนฉันบอกว่าเคยทำศัลยกรรม เขายังไม่เชื่อ บอกให้หยุดพูดตลก ㅋㅋㅋ จนได้ลองจับดูถึงยอมรับ .. เอาเป็นว่าจมูกฉันไม่ใช่จมูกสวยแบบดารา แต่เป็นจมูกกลมๆ ที่เข้ากับภาพลักษณ์ของฉันมากกว่า .. เมื่อก่อนฉันก็เป็นแค่คนธรรมดา แต่เวลาเดินตามถนน ผู้ชายยังเข้ามาขอเบอร์เลย ,, ตอนที่ได้ผลลัพธ์จากศัลยกรรมเต็มที่แล้วสวยที่สุด บอกตรงๆ ว่าแค่ก้าวออกไปข้างนอกก็มีผู้ชาย 3-4 คนวิ่งตามมา (อย่าด่าฉันว่าอวดนะ ตอนนี้ฉันทำลายใบหน้าที่เคยสวยนั้นไปหมดแล้ว เลยคิดถึงและเสียดายมากจริงๆ ...) แม่ฉันเปิดร้านค้าอยู่ ลูกค้าร้านหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าสวยมาก อยากให้มาเป็นลูกสะใภ้กันหมด .... ลุคของฉันก็ประมาณมุนแชวอน คือไม่ใช่ความงามที่หรูหราฟู่ฟ่ามาก แต่เป็นสวยแบบเรียบๆ ดูมีบุญแบบธรรมชาติ ... ใครเห็นก็คิดว่าเป็นคนสวยธรรมชาติแน่นอน... แต่จริงๆ แล้วความโลภนี่แหละที่พาเรื่องซวยมา ... ใบหน้าของฉันมันเรียบๆ และดูนิสัยดีเกินไป เลยอยากให้มันดูหรูขึ้น ทันสมัยขึ้น ... พอผ่านไป 2 ปีหลังผ่าตัดครั้งก่อน จมูกที่เคยทำไว้ก็มันเริ่มยุบตกลงมานิดหน่อยด้วย .... เลยเมื่อเดือนก่อนฉันก็ทำจมูก ฉีดไขมัน และผ่าตัดคางตัดถอยไป ... ฉันอยากตายจริงๆ .... ก่อนจะครบหนึ่งเดือน ถึงหน้าจะดูแปลกๆ ฉันก็ยังปลอบตัวเองว่าแค่บวมเดี๋ยวก็หาย ... อดทนอีกนิด... ผ่าตัดวันที่ 2/1 ตอนนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้ว เพื่อนสนิทที่สุดของฉันแค่เห็นหน้าก็พูดว่า “เธอทำยังไงเนี่ย....” ส่วนแม่ฉันถึงกับหมดกำลังใจจะใช้ชีวิตเพราะฉัน .. บ้านฉันออกจะอนุรักษ์นิยมมากอยู่แล้ว พอฉันจะผ่าตัดแต่ละครั้งก็ทะเลาะกันจนเหมือนหลังคาบ้านจะปลิว แม่ฉันก็เกือบจะยอมแพ้แล้วล่ะ แต่แม่บอกว่าคราวก่อน ถึงฉันจะไปผ่าตัดแล้วกลับมา แต่พูดตามตรงลึกๆ แม่ก็มองว่าฉันสวยขึ้น เลยไม่ได้โกรธขนาดนั้น .. แต่ครั้งนี้มันจะเอายังไงดี... หน้าฉันตอนนี้ดูดุและดูเป็นของปลอมมากจริงๆ ถ้าเป็นของปลอมแต่สวย ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก ... เพราะฉันก็หวังไว้ประมาณนั้นตอนทำที่โรงพยาบาลนั้นเหมือนกัน .. แต่ถ้ามองด้านข้างนี่ถือว่างานศิลปะจริงๆ .. พูดตรงๆ คือเหมือนภาพวาดเลย ..... มันดูตั้งใจสร้างเกินไปจริงๆ ... ใครจะบอกว่านี่คือจมูกคนได้ มันคือจมูกตุ๊กตาชัดๆ .... ฉันก็ไม่ได้เป็นดารา จะต้องไปยืนถ่ายแฟชั่นโชว์จากมุมข้างอะไรแบบนั้น ... ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ว่าเพราะฉีดไขมันทำให้หน้าผากหนัก หรือเพราะอะโลเดิร์มที่รองไว้ตรงหว่างคิ้วกันแน่ สายตาก็ดูดุขึ้นไปอีก .... ตอนนี้ฉันบ้าหนักสุดเพราะรูปตา ... หน้าผากเดิมก็กว้างอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้นูนเหมือนหน้าผากตุ๊กตา แต่ก่อนมันก็เป็นธรรมชาติและสวยเหมือนหน้าผากของชินมินอาเลยนะ ทุกคนยังชมว่าเป็นหน้าผากมูลค่าล้านดอลลาร์ ... แต่ตอนนี้หน้าผากดูแผ่กว้างออกไปด้านข้างมากเกินไป แม่ฉันถึงกับเรียกว่า “หน้าผากแบนยักษ์” ..... ถามผู้จัดการแล้วเขาบอกว่าไขมันต้องสลายหมดแน่นอน ให้ประคบอุ่นบ่อยๆ .... ต่อมาก็จมูก ... ด้านข้างน่ะถ้ามันดูตั้งใจก็พอทนแล้วข้ามไปได้ ... แต่แกนกลางจมูกฉันเบี้ยว พอถามหมอ หมอก็ยอมรับและบอกว่าจะผ่าตัดแก้ให้ใหม่ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะตัวเองทำพลาด กลับบอกว่าเวลาจมูกสมานกัน แรงดึงของสองข้างไม่เท่ากันเลยทำให้เอียงไปนั่นแหละ พอแกนกลางจมูกเบี้ยว รูจมูกก็ไม่เท่ากันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว .. แล้วก็ไม่รู้ว่าทำจมูกให้สูงเกินไปหรือเปล่า ทำไมรูจมูกถึงโผล่มาแบบนี้ ...? เมื่อก่อนรูจมูกฉันไม่เห็นแบบนี้นะ ตอนนี้มองเห็นรูจมูกชัดเจนหมดเลย มันดูต่ำต้อยมากจริงๆ .... แล้วที่ทำจมูกแมวไว้ ตอนนี้ศูนย์กลางก็เบี้ยวอีก ต้องปรับใหม่ด้วยนะ ... เพราะศูนย์กลางเบี้ยวหรือเปล่า ไม่รู้ว่าทำให้ปีกจมูกข้างหนึ่งห้อยตกลงมาด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีความไม่สมมาตรอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ตอนถ่ายรูปก็แทบดูไม่ออกเลย ทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัวก็ไม่สังเกต .. แต่ตอนนี้เหมือนจมูกข้างหนึ่งตกห้อยลงมาเลย .. แล้วยังรู้สึกว่าเพราะซิลิโคนจมูกแมวทำให้จมูกดูกว้างขึ้นด้วย ㅠㅠㅠㅠ มันเลยเหมือนทำให้ร่องเหนือริมฝีปากยาวขึ้นด้วยหรือเปล่า ในคนที่อ่านโพสต์นี้มีใครเคยทำศัลยกรรมจมูกแมวบ้างไหม .. หรือใครที่เคยทำแล้วเอาออกแล้วบ้าง .. หมอบอกว่าถ้าเอาออกแล้วสมดุลจมูกจะพังเลยทำไม่ได้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมชาติมาก แถมยังรู้สึกอึดอัดเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอีก .... ให้ทรงปากที่ดูยื่นนิดๆ แบบก่อนหน้านั้นยังดูสบายตาและน่ารักกว่าอีก ... แล้วคางตัดถอยนั่นอีก .. อันนี้ฉันจะเอาออก 100% เลย .... ถ้าเอาออกแล้วจะมีปัญหาอะไรไหม ?? อย่างเช่นเนื้อคางจะย้วยเละอะไรแบบนั้น ... ไปทำไว้กับคางที่ไม่เข้ากับฉันเอาเสียเลย จนตอนนี้ช่วงล่างของหน้าดูแย่มากจริงๆ ใหญ่เหมือนชเวฮงมัน ..... นอกจากนี้ฉันยังมีเรื่องอยากพูดอีกเยอะมาก แต่ร้องไห้จนเหนื่อย เลยไม่อยากถามอะไรต่อหรือบ่นอะไรอีกแล้ว .... แค่อยากให้ทุกคนปลอบใจกันหน่อย ....... ฉันคิดถึงจมูกเดิมของตัวเองมาก แต่เพราะเหมือนจะไปกดกระดูกซี่โครงกับอะโลเดิร์มที่จมูกหนักมาก ฉันเลยกลัวว่าจะเกิดพังผืดหดรัดอะไรขึ้นมา เลยไม่กล้าถอดออก .. พอคิดว่าจมูกที่ฝืนทำเกินไปนี้อีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจยุบพังลง แล้วถ้าพังลงไปอีกจะน่ากลัวขนาดไหน ก็ยิ่งกลัวมาก ... ถ้าได้ใช้ชีวิตกับจมูกแบบก่อนหน้านี้ต่อไปก็คงดี ทำไมฉันถึงทำแบบนี้นะ อยากตบขาตัวเองจริงๆ .... ฉันเป็นคนที่ไวต่อรูปลักษณ์ภายนอกมาก แบบนี้คงจะตายเอาได้ เห็นเพื่อนๆ ถึงจะไม่สวยแต่มีใบหน้าธรรมชาติก็อิจฉามาก ... เห็นแม่ตัวเองซึ่งเกิดมาเป็นคนสวยธรรมชาติแล้วแก่ตัวอย่างสง่างาม ก็ยิ่งคิดว่าเธอสวยมาก ... แล้วฉันแก่ไปจะกลายเป็นแบบคิมซูมีไหมนะ .... บอกว่าจะผ่าตัดแก้ให้โดยไม่มีคำบ่นอะไร แต่ฉันก็กลัวแทบตายกับการผ่าตัดแก้ .. ถ้าตามที่หมอบอกคือเพราะแรงดึงของจมูกไม่สมดุล จมูกเลยเอียงไป งั้นตอนผ่าตัดแก้ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะไม่เป็นแบบเดิมอีกใช่ไหม ถึงบอกว่าจะผ่าตัดแก้ให้ ฉันก็ยังกลัวแทบตายอยู่ดี ฉันก็ต้องหาเงินทำมาหากิน แต่ตั้งแต่เดือน 2 ก็หยุดพักแล้ว .. ตอนนี้หน้าก็ยังออกไปข้างนอกไม่ได้ ดูยังไงก็ต้องพักยาวถึงเดือน 5 (วันผ่าตัดแก้) แน่ๆ ... แล้วก็อาจจะต้องอยู่ติดบ้านไปจนเกือบเดือน 7 อีก .. เรื่องการเงินก็เสียหายมากเกินไป ... ฉันทำงานสายบริการ พอเป็นหน้าแบบนี้ก็ทำงานไม่ได้แน่นอน .. เงินเก็บก็ใกล้จะหมดแล้ว จะไปขอแม่ก็อายจนแทบตาย .. ตอนนี้ฉันกำลังขายกระเป๋าแบรนด์เนมที่ซื้อสะสมไว้ทั้งหมด .. แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังขายไม่ค่อยออกอีก ... สิ่งที่ช็อกที่สุดคือครั้งก่อนตอนฉันไปปรึกษาเรื่องผ่าตัดแก้ หมอถึงกับตะโกนไล่ฉันออก ㅋㅋ จริงๆ คือตะโกนเสียงดังมาก .. พี่ลูกพี่ลูกน้องที่ไปด้วยกันก็โกรธเรื่องที่ฉันโดนทำหน้าพังมาตั้งแต่ที่บ้านอยู่แล้ว เลยตั้งแต่แรกก็ออกจะพูดแข็งๆ ว่า “หน้ามันอะไรแบบนี้เนี่ย” ก่อนจะออกไป .. หมอก็ยังบอกว่าทรงจมูกเดิมเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แค่หลังผ่าตัดเธอส่องกระจกบ่อยเกินไปเลยทำให้เห็นชัดขึ้น ให้ไปข้างนอกแล้วดูรูปเก่ากับผู้จัดการก่อนค่อยกลับเข้ามา ,, แล้วพอพี่สาวฉันโกรธขึ้นมาบอกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง (หน้าจะดูโกรธง่ายอยู่แล้ว แต่แทนที่จะอธิบายดีๆ กลับไล่ให้ออกไปดูรูปหน้าเก่าก่อน), หมอก็อารมณ์ร้อนลุกพรวดขึ้นแล้วตะโกนว่า “ออกไป!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!ออกไปเลย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ประมาณนี้ ㅋㅋㅋ ตะโกนดังมากจนผู้จัดการทุกคนวิ่งเข้ามา .. คนไข้ข้างนอกก็ตกใจหันมามองกันหมด .. ฉันตกใจและงงมากจนสั่นอยู่ตรงนั้นเลย ㅋㅋㅋㅋㅋ เคยเห็นแต่คนไข้ที่เป็นฝ่ายตะโกนโวยวาย แต่หมอทำแบบนี้นี่มันจริงๆ ... ฉันจะผ่าตัดแก้ในโรงพยาบาลแบบนี้ได้ยังไงแบบสบายใจ .... หมอนี่ไร้เหตุผลสุดๆ จริงๆ ........ แน่นอนว่าพี่สาวฉันก็ผิดที่โกรธตั้งแต่แรก แต่ก็คงต้องเสียใจมากแค่ไหนถึงได้เป็นแบบนั้น เพราะหน้าคนในครอบครัวโดนทำพังแล้วจะไม่โกรธได้ยังไง .... แล้วฉันก็เสียเงินไปเป็นพันล้านวอนกับโรงพยาบาลนี้แล้วด้วย .... เสียพันล้านวอน หน้าเละ ... ถ้าไม่โกรธสิแปลกใช่ไหม แถมหมอยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อีก .. รู้สึกเหมือนเป็นคนที่นิสัยเสียมาตั้งแต่พื้นฐานจริงๆ ฉันก็ไม่ใช่คนที่ทำศัลยกรรมแค่ครั้งสองครั้งแล้วไม่รู้อะไรนะ, ไม่ใช่คนที่จะดื้อกับอะไรที่ทำไม่ได้ .. ก็ไม่ได้เรียกร้องให้ทำสิ่งที่ทำไม่ได้แล้วต้องสวยเป๊ะอะไรแบบนั้นด้วย .. แต่อย่างน้อยก็ควรทำให้สวยกว่าจมูกเดิมสิ ถ้าได้ค่าจ้างเป็นพันล้านวอนขนาดนั้น ... แต่ก็ไม่มีใครรอบตัวสักคนบอกว่าสวยขึ้นเลย .. มีแต่ส่ายลิ้นแล้วจิ๊ปาก ... หลังจากโวยวายกันแล้วออกมา ฉันก็กำลังคุยกับผู้จัดการเคสในห้องอีกห้องหนึ่ง แล้วก็มีคนอีกห้องที่น่าจะเป็นแม่ของคนไข้กำลังตะโกนโวยวายทะเลาะกันอยู่อีก .. โอ๊ย โรงพยาบาลนี้บอกว่าทำดีมากเลยไป แต่พอดูคนไข้ที่มารักษาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยทำที่นี่แล้วไม่พอใจ เลยกลับมาผ่าตัดแก้ / รับบริการ a/s กันอีก .. ถึงได้เห็นหน้าเดิมๆ ที่เจอกันบ่อยเวลาไปโรงพยาบาล ... คงเพราะแบบนี้แหละถึงได้คนแน่นตลอด ... อาจจะเป็นเพราะทั้งคนไข้เก่าที่กลับมารับบริการ + คนไข้ใหม่ .. เลยแน่นขนาดนั้น .... ถ้าตามใจฉัน ฉันก็ไม่อยากผ่าตัดแก้อีก อยากได้เงินคืนแล้วไปโรงพยาบาลอื่นที่บอกว่าทำธรรมชาติ แล้วไปทำที่นั่น .. แต่เรื่องเงินคืนคงยากจนตายแน่ๆ เพราะฉันก็เซ็นเอกสารยินยอมอะไรพวกนั้นไปหมดแล้ว ... ถ้าดูตามความผิดเชิงข้อเท็จจริง สิ่งที่พอจะบอกว่าไม่ถูกคงมีแค่แกนกลางจมูกเอียง กับศูนย์กลางของจมูกแมวเอียง (แต่ทางหมอก็อ้างว่าระหว่างการฟื้นตัวมันอาจเกิดแบบนั้นได้) .. แค่นี้ก็น่าจะขอเงินคืนไม่ได้ใช่ไหม ตอนนี้ฉันก็ได้แต่รออีกสองเดือนจนถึงวันผ่าตัดแก้ หวังว่ามันจะดีขึ้น, และยึดคำพูดของผู้จัดการที่บอกว่ายังเพิ่งแค่หนึ่งเดือน ยังมีบวมเหลืออยู่อีกเยอะ เป็นเส้นแสงแห่งความหวังเดียวของฉัน ตอนนี้ถึงจะร้องไห้โวยวายขนาดไหน ฉันก็หวังว่าพออีกหนึ่งเดือนจากนี้ไป หน้าจะสวยขึ้นจริงๆ จนถึงตอนนั้นฉันจะมีสภาพที่สามารถไปโรงพยาบาลแล้วขอโทษที่ทำเรื่องวุ่นวายไว้ได้ ... แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนที่เคยทำศัลยกรรมแค่ครั้งสองครั้ง ... ต่อให้บวมค่อยๆ ดีขึ้นได้ แต่ภาพลักษณ์ที่กลายเป็นไม่น่าดู ดูถ่อยและต่ำต้อยแบบนี้ ฉันไม่เห็นว่ามันจะดีขึ้นได้เลย ... แล้วสำหรับคนที่กำลังลังเลจะทำศัลยกรรมตอนนี้ .. ฉันอยากเตือนจริงๆ อย่าทำเลยนะ พอแตะการผ่าตัดจมูกแล้ว จะต้องคอยทำซ้ำทุกไม่กี่ปี .. ทุกครั้งที่แตะก็ยิ่งทำให้ทรงแปลกไปอีก ค่าใช้จ่ายผ่าตัดก็เพิ่มขึ้นด้วย ถ้าไม่ถึงขั้นมีใครเห็นรูปจมูกแล้วพูดว่า “จมูกเธอเป็นอะไรไป” ก็ถ้าแค่จะทำเพื่อให้สวยขึ้น อย่าทำดีกว่า ... ฉันเสียใจมากจริงๆ ... ทั้งเรื่องที่พออายุมากแก่ตัวไปจนต้องยอมแพ้กับความสวยแล้ว ก็ยังต้องผ่าตัดจมูกเป็นประจำอีก ... ช่วงนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ศัลยกรรมทำให้คนสวยขึ้นได้สำเร็จเยอะจริงๆ และพอเห็นรีวิวที่ลงรูปพวกนั้นแล้วก็อยากทำศัลยกรรมสุดๆ .. ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน มองรูปดาราทุกวันแล้วคิดว่าจะทำตรงไหนยังไงถึงจะออกมาแบบนั้นได้ ... แม่บอกว่าฉันติดศัลยกรรมความงาม .. เพราะจนถึงตอนนี้ ในบรรดาการผ่าตัดที่ฉันทำมา ฉันยังไม่เคยเจอรสชาติของความล้มเหลวเลย แต่แม่ฉันเคยพูดไว้ว่า .. ในบรรดาผลข้างเคียงของการผ่าตัด ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าความเสี่ยง 1% นั้นจะไม่ตกมาถึงตัวเธอ .. และครั้งนี้มันก็เกิดขึ้นกับฉันแบบนั้นตามที่แม่พูดจริงๆ .. แล้วคนที่อัปขึ้นอินเทอร์เน็ตก็ล้วนเป็นเคสที่ทำสำเร็จถึงได้เอามาลง .. ใต้ผิวน้ำนั้นยังมีคนที่เจ็บปวดเพราะศัลยกรรมพังอยู่อีกมาก ...
좋아요 0