ผ่านไปสองเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะดีขึ้นเลย.. เป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ฉันร้องไห้ทุกวันและไม่ได้เข้าชุมชนนี้เลย แต่คิดว่าเผื่อมีคนที่ถอดออกมานานแล้วเข้ามา เผื่อจะได้รู้อะไรบ้าง.. ก็เลยกลับเข้ามาในชุมชนนี้ เข้าๆ ออกๆ แล้วเกาะมันไว้ ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองมาก
ก่อนอื่น ฉันทำศัลยกรรมจมูกเมื่อหนึ่งปีครึ่งที่แล้ว โดยใช้ซิลิโคน + เสาค้ำผนังกั้นจมูก + กระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูก สันจมูกฉันไม่มีเลยจริงๆ และไม่ได้ถึงขั้นจมูกชมพู่ แต่มีเนื้ออยู่นิดหน่อย? เป็นแค่จมูกเตี้ยๆ คนรอบตัวพูดกับฉันนับครั้งไม่ถ้วนว่า “ถ้าเธอทำแค่จมูกจะสวยขึ้นมากจริงๆ” “เธอควรทำจมูกนะ” เพราะคำพูดพวกนั้น ฉันไม่รู้ว่าตัวเองถูกอะไรครอบงำ ถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตา จมูก ปากเดิมของฉันสวยเข้ากันอยู่แล้ว คิดแค่ว่าถ้าแก้จมูกอย่างเดียวก็จะสวยมาก! แล้วก็ไปปรึกษาและผ่าตัด.. ผู้จัดการห้องปรึกษาบอกฉันว่าเพราะอายุน้อย การฟื้นตัวจะเร็ว และยังมีเวลาให้จมูกเข้าที่อีกมาก พอเวลาผ่านไปจะยิ่งเป็นธรรมชาติขึ้น และไม่มีใครรู้ว่าฉันทำศัลยกรรม.. ตอนนั้นฉันบ้าไปแล้ว ไม่ได้หาข้อมูลโรงพยาบาลให้ดีด้วยซ้ำ.. ฉันเคยโทษและเกลียดคนมากมายที่บอกให้ฉันทำจมูก แต่คิดดูแล้วฉันก็น่าขำมาก ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร มันก็เป็นการตัดสินใจของฉัน และฉันเองที่ไปผ่าตัด.. เป็นความผิดของฉันเอง..
ก่อนอื่น ผลลัพธ์คือฉันไม่พอใจ ไม่รู้ว่าเขามัดกระดูกอ่อนมากเกินไปหรือเปล่า แต่ดูเหมือนแบ่งเป็นสามส่วนคือปีกจมูก ปลายจมูก ปีกจมูก ส่วนคอลัมเมลลาที่เดิมยาวปกติก็ยาวขึ้น และปลายจมูกสูงมากจริงๆ อีกทั้งกระดูกอ่อนยังนูนออกมานิดหน่อย หลังผ่าตัดสองเดือน ฉันขังตัวเองอยู่ในบ้าน ร้องไห้ฟูมฟายและโวยวายว่าจะถอดออก แม่เห็นฉันก็ถอนหายใจและเสียใจไปด้วย.. บ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น แต่เงินก้อนใหญ่ขนาดนั้น.. ฉันทรมานจนกินข้าวไม่ได้และเหมือนคนหมดสภาพ ฉันโทรไปที่โรงพยาบาลที่ทำมา ขอให้ถอดออก แต่เขาบอกว่าทำให้ไม่ได้ ถ้าจะทำก็ต้องจ่ายเงิน พอฉันบอกว่ากระดูกอ่อนนูนออกมา เขาก็ยืนกรานสุดๆ ว่าเป็นอาการบวม ฉันถึงขั้นไปตรวจที่แผนกหูคอจมูก และฟังความเห็นจากหมอหลายท่านว่าดูเหมือนกระดูกอ่อนนูนออกมาจริง แต่เขากลับบอกฉันว่า “หมอที่ผ่าตัดให้เธอคือใคร ก็ฉันไง เชื่อคำพูดฉันสิ มันคืออาการบวม” สุดท้ายผ่านไปไม่กี่เดือนก็พิสูจน์ได้ว่ากระดูกอ่อนนูนออกมาจริง ฉันเหนื่อยที่จะต้องขึ้นเสียงทะเลาะกับโรงพยาบาลนั้นอีก และไม่อยากยุ่งด้วย ก็เลยเงียบไว้
ฉันอยู่แต่ในบ้านแบบนั้น ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ แต่เลื่อนงานไม่ได้ จึงทำงานและยุ่งกับหลายอย่างไปเรื่อยๆ จนผ่านไปปีครึ่งอย่างรวดเร็วแล้วจึงถอดออก.. แน่นอนว่าระหว่างนั้นอาการบวมยุบลงมากและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่วนกระดูกอ่อนที่นูนข้างจมูกนิดหน่อย คนอื่นก็คิดว่าจมูกเดิมฉันเป็นทรงนั้นอยู่แล้ว เพราะเดิมสันจมูกฉันแทบไม่มี ซิลิโคนจึงไม่ค่อยดูออก บางครั้งก็มีคนชมว่าจมูกสวยด้วย.. แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ส่วนกระดูกอ่อนที่นูนก็ยิ่งนูนออกมา และในที่มีแสง ซิลิโคนก็เริ่มเห็นทะลุ.. เวลาถ่ายรูปจะเห็นชัดมาก และเหนือสิ่งอื่นใด เพราะคอลัมเมลลาแข็งมาตั้งแต่ช่วงแรกหลังผ่าตัด ฉันผัดผ่อนมาเรื่อยๆ แล้วก็ถอดออกในเดือนกรกฎาคมนี้ แน่นอนว่าทำที่โรงพยาบาลอื่น แค่ได้ยินชื่อโรงพยาบาลนั้นก็ขนลุกแล้วจริงๆ..
พอถอดออก อย่างแรกคือโล่งใจมาก เหมือนจะบินได้ ถึงขั้นคิดว่า “จมูกฉันเคยเบาขนาดนี้เหรอ?” ฉันรู้สึกได้ว่าจมูกที่ใส่ซิลิโคนมันหนัก.. เวลาก้มศีรษะไปข้างหน้าหรือมองลง จมูกจะรู้สึกหนักและเหมือนถูกดึงลง แต่ความรู้สึกนั้นหายไปทันทีหลังถอดออก เขาขูดสันจมูกฉันไว้ ทั้งที่เดิมฉันไม่ได้มีจมูกฮัมพ์ด้วยซ้ำ.. หมอที่ผ่าตัดบอกว่าไม่ได้ขูด แต่เหมือนจริงๆ แล้วถูกขูด หมอที่ถอดออกให้บอกว่าโดยปกติถ้าจะใส่ซิลิโคนก็จะปรับแต่งเล็กน้อย แต่เขาบอกว่ากระดูกเดิมของฉันดูเหมือนเป็นกระดูกที่ไม่จำเป็นต้องขูด พอได้ยินแบบนี้ฉันโมโหมาก.. เฮ้อ
ก่อนอื่น ความมั่นคงทางใจเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุด มีคนที่อยู่ได้ทั้งชีวิตโดยไม่มีผลข้างเคียงก็จริง แต่เมื่ออายุมากขึ้น มันต้องหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วงแน่ๆ และผิวจะบางลง ซิลิโคนจึงย่อมเห็นชัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเห็นชัดก็ต้องเปลี่ยนวัสดุเสริมอีก และถ้ามีผลข้างเคียงก็อาจเกิดการหดรั้ง พออายุมากจนผิวหย่อนหมด แต่มีแค่จมูกตั้งโด่ ฉันคิดว่าไม่มีอะไรแปลกไปกว่านั้นแล้ว
แต่ความสบายใจนั้นมีแค่ช่วงหลังถอดออกทันที.. ด่านต่อไปรอฉันอยู่ ทั้งที่บอกชัดเจนว่าเอาเสาค้ำผนังกั้นจมูกออกแล้ว และถอดทุกอย่างข้างในออกหมดแล้ว.. สันจมูกกลับมาเร็ว แต่ปลายจมูกยังสูงอยู่ สูงจนฉันตกใจจริงๆ.. หมอบอกว่าเป็นอาการบวม และจะค่อยๆ ลง ตอนนี้ครบสองเดือน ปลายจมูกยุบลงไปมากแล้วแต่ก็ยังสูงอยู่.. ไม่รู้ว่าคอลัมเมลลากับปลายจมูกเกิดพังผืดยึดติดกันระหว่างกระดูกอ่อนไปแล้วหรือเปล่า ตอนนี้ก็ยังแข็งและขยับไม่ได้ㅠㅠ อาจเพราะการหดตัว รูจมูกเลยเห็นชัดขึ้นด้วย คอลัมเมลลายื่นออกมา แล้วพอแผลเป็นในจมูกค่อยๆ หาย จมูกก็ยกขึ้น ทำให้เห็นรูจมูกชัด.. ฉันจะบ้าจริงๆ ดูรีวิวของคนอื่นที่ถอดออก ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ยาก แต่ตั้งแต่ถอดออกทันที รูปทรงปลายจมูกกับคอลัมเมลลาก็เหมือนตอนที่ทำศัลยกรรมมาเลย จนฉันจะบ้า.. รูจมูกก็ยังยาวอยู่ สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังถอดออกทันทีมีแค่สันจมูกกลับมาเหมือนเดิม และจมูกนิ่มกว่าตอนทำศัลยกรรมอยู่นิดหน่อยเท่านั้น ตอนนี้ยังเป็นช่วงสมานแผล จึงกำลังแข็งขึ้นอีก
แผลเป็นจากการผ่าเปิดก็เหมือนกัน ฉันทำทั้งศัลยกรรมและถอดออกแบบผ่าเปิด แผลเป็นจึงหนักมาก ฉันทาครีมฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอทุกวัน แต่คงต้องทำเลเซอร์แผลเป็นหรืออะไรสักอย่าง.. แผลเป็นจากการผ่าเปิดก็ทำให้เครียดㅠㅠ.. ถ้ามันไม่หายไปตลอดชีวิตจะทำยังไง
สิ่งที่อยากบอกคนที่กำลังจะถอดออกคือ.. การถอดออกก็ต้องคิดให้รอบคอบเหมือนกัน ช่วงแรกฉันทรมานมากจนถึงขั้นเสียใจที่ถอดออก แต่ถ้าฉันผ่าตัดแก้ หรือปล่อยไว้เหมือนเดิม ฉันคงใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยคิดเรื่องถอดออกอยู่ตลอด
ตอนนี้ฉันเองก็ทรมานเหมือนจะตาย แต่สิ่งที่คนใจดีที่คอยคอมเมนต์ให้ฉันเสมอบอกก็คือ การถอดออกก็เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่ง จึงต้องรอ.. และสิ่งที่ต้องเตรียมใจคือ พูดตรงๆ คือจะดูไม่สวยลง อาจเป็นเพราะเคยมีแล้วตอนนี้ไม่มี เริ่มตั้งแต่รูจมูก.. ความมั่นใจของฉันตกต่ำถึงที่สุดจริงๆ เหมือนช่วงแรกหลังผ่าตัด ฉันออกจากบ้านไม่ได้เลย และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปฉันคงเป็นซึมเศร้า ถึงจะรู้ว่าต้องรอ แต่ก็เหมือนจะบ้า ทุกคนที่กำลังจะถอดออก และคนที่ถอดออกแล้ว.. หวังว่าทุกคนจะเข้มแข็งนะ และหวังว่าฉันเองก็จะเข้มแข็งได้..... ฉันถึงขั้นคิดเรื่องไม่ดีด้วย...... ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้ค่ะ
ถูกใจ 1