สัปดาห์ที่ 3 หลังถอดออกค่ะ ก่อนอื่น ภาพรวมของฉันกลับมาแล้ว แต่คอลัมเมลลายังไม่กลับไปเหมือนเดิม เมื่อก่อนเวลาเห็นรีวิวของคนที่ถอดออกแล้วสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ฉันรู้สึกว่าเป็นเวลานาน แต่พอฉันถอดออกเองแล้วครบ 3 สัปดาห์จริงๆ ถึงรู้ว่าเป็นเวลาที่สั้นมากสำหรับเนื้อของฉันที่ถูกเปิดจมูก 2 ครั้งภายในหนึ่งเดือนจะกลับมา สถานการณ์ปัจจุบันแบบละเอียดคือ ภาพรวมกลับมาแล้ว ถ้าดูแค่คอลัมเมลลาอย่างเดียวก็ยังรู้สึกว่าสั้น แต่เพราะภาพรวมกลับมาแล้ว เลยพอจะช่วยกลบได้ไหมนะ? ยังรู้สึกว่าบริเวณคอลัมเมลลาและบริเวณปลายจมูกเหนือคอลัมเมลลาหดตัวอยู่มาก..โดยเฉพาะคอลัมเมลลาตึงมากค่ะ แน่นอนว่าผิวด้านนอกนิ่มขึ้นมากแล้ว จนถึงสัปดาห์ที่ 2 หลังถอดออก ทั้งข้างในและข้างนอกรู้สึกแข็งและหดตัวโดยรวม ตอนนี้ผิวด้านนอก ยกเว้นบริเวณแผลผ่าที่คอลัมเมลลา โดยรวมรู้สึกนิ่ม..แต่ผิวด้านใน โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกผ่าเยอะ ยังรู้สึกตึงมาก แล้วถ้าจนถึงสัปดาห์ที่ 2 เป็นความรู้สึกหดตัวและแข็งโดยรวม พอใกล้สัปดาห์ที่ 3....ความแข็งโดยรวมดีขึ้นแทน..แต่วันหนึ่งหลายครั้งจะรู้สึกว่าคอลัมเมลลาและบริเวณปลายจมูกหดตัวแล้วถูกดึงตึงขึ้นมาแรงๆ โดยเฉพาะเวลาพูดเยอะหรืออากาศแห้ง จะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นทันทีหลายครั้งต่อวัน เวลามีความรู้สึกนั้นแล้วส่องกระจก ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจมูกสั้นลงอย่างชัดเจน แต่อาจเป็นเพราะความรู้สึกส่วนตัว บางทีก็คอลัมเมลลาดูสั้นลงเล็กน้อย คอลัมเมลลาน่าจะดีขึ้นแน่นอนเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ เพราะว่า,,,ตรงนั้นจับตัวเป็นก้อนแข็งมาก และรู้สึกแรงมากว่ากำลังดึงคอลัมเมลลาอยู่...ลองนวดดูก็เป็นแบบนั้น.. แต่.. ฉันคิดว่าน่าจะเป็นการต่อสู้กับเวลา หมายความว่าเป็นส่วนที่ต้องดูเป็นเดือนๆ ไม่ใช่เป็นสัปดาห์ๆ.. แถมฉันเปิดจมูก 2 ครั้งภายในหนึ่งเดือน บริเวณแผลเลยยุบเป็นร่อง ด้านบนของแผลเปิดนูนขึ้น..และด้านล่างของแผลเปิด เนื้อถูกดึงขึ้นด้านบน... ถ้าการหดตัวบริเวณแผลเปิดคลายลง และการหดตัวบริเวณปลายจมูกโดยรวมคลายลงสักหน่อย มันน่าจะนิ่มลงและดีขึ้น.. ยังไง...ก็คงต้องใช้เวลาบ้างค่ะ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้น..มองแล้วไม่เหมือนตัวฉัน หรือผิดปกติอะไรแบบนั้น แค่เวลาฉันมองเอง ยังรู้สึกว่าบริเวณนั้นเจ็บอยู่เท่านั้น ดังนั้นคนที่จะถอดออก อย่ากังวลมากเกินไปนะคะ มันไม่ได้แปลกค่ะ^^ แล้วก็..พอเห็นว่าเวลาที่ใช้ส่องกระจกลดลงมากเรื่อยๆ ตามเวลา ก็แปลว่าดีขึ้นทางจิตใจมากแล้วค่ะ ใกล้สัปดาห์ที่ 3 ตอนนี้การจับจมูกก็เป็นธรรมชาติขึ้นแล้ว การจุ๊บลูกน้อยอะไรแบบนั้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นไม่ระวังเลย แต่ก็ทำได้ในระดับที่ไม่กังวลค่ะ เคยเป็นช่วงเวลาที่ทั้งวันคิดแต่เรื่องจมูก... แต่ค่อยๆ คิดเรื่องจมูกน้อยลงแล้วค่ะ^^ ฉันคิดว่าการถอดวัสดุเสริมออกเป็นสิ่งที่ทำถูกจริงๆ เฉพาะกรณีของฉันนะคะ ฉันเป็นคนอ่อนไหว เลยได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตโดยมีวัสดุเสริมอยู่ในตัวเด็ดขาด ยังไงใจก็สบายขึ้น และมีความผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ แต่ฉันก็เป็นคนเหมือนกัน บางครั้งวันหนึ่งสักสองสามครั้งก็มองด้านคอลัมเมลลาแล้วใจหายวาบ สงสัยว่าสิ่งนี้จะดีขึ้นไหม..ก็มีแบบนั้นค่ะ... แต่เหมือนจะดีขึ้น แม้จะเล็กน้อยมากๆ..เลยไม่ได้กังวลมากอะไรขนาดนั้น.. ยังไง..ทุกคนสู้ๆ นะคะ โดยส่วนตัว ฉันคัดค้านการผ่าตัดใส่วัสดุเสริมในจมูกจริงๆ ไม่ว่าจะ Gore-Tex หรือซิลิโคน..สักวันถ้าโชคร้ายอาจเกิดการอักเสบได้...พอเห็นจมูกที่หดรั้งหลังอักเสบแล้ว..น่ากลัวจริงๆ ค่ะ... ถ้าอยากทำจริงๆ,, อย่าไปตัดกระดูกอ่อน..ใส่วัสดุเสริม..อะไรแบบนั้นเลย...น่าจะทำเบาๆ แค่ระดับมัดกระดูกอ่อนของตัวเองก็พอค่ะ.... หลังผ่าตัด พอฉันรู้เรื่องการอักเสบจากซิลิโคนแล้วกังวล แพทย์เจ้าของไข้ก็พูดแบบนั้นค่ะ เกิดแค่ 1 ใน 10 คนเอง..จะกังวลอะไรขนาดนั้น.. ฉันฟังคำพูดนั้นแล้วกังวลมากขึ้น เลยถอดออกค่ะ ไม่ใช่ 1 ใน 100 คน ไม่ใช่ 1 ใน 1000 คน แต่บอกว่า 1 ใน 10 คน..แล้วพยายามทำให้ฉันสบายใจ..ㅠㅠ ถ้าอย่างนั้นก็ 10 ใน 100 คน และเป็นความน่าจะเป็น 100 ใน 1000 คน.. พูดไม่ออกเลยค่ะ..จริงๆ.. ช่วงนี้พอคิดเรื่องนี้ก็โมโหขึ้นมาเฉยๆ ถึงอย่างนั้น คนที่ผ่าตัดจมูกโดยไม่มีการอักเสบและใช้ชีวิตได้ดีก็มีมากกว่าค่ะ ในเชิงสถิติก็ด้วย.. ดังนั้นฉันคิดว่าเป็นปัญหาตามนิสัยของแต่ละคน ถ้ากังวลง่ายและอ่อนไหวเหมือนฉัน คัดค้านการทำจมูกสุดชีวิต!!! ยังไงต่อไปก็จะมาเขียนรีวิวอีกนะคะ สู้ๆ!!! อ้อ มีส่วนที่อยากให้参考ค่ะ หลังถอดออก ฉันไม่ได้รู้สึกว่าคอลัมเมลลาเข้าไปข้างในนะคะ.. หลังผ่าตัดทันทีดูแย่กว่านั้นอีก.. ความรู้สึกที่คอลัมเมลลาดูสั้นมากและม้วนเข้าไปข้างใน.. แต่..หลังถอดออกทันที ความรู้สึกนั้นกลับดีกว่าหลังผ่าตัดทันทีค่ะ..ถึงจะไม่เท่าก่อนผ่าตัดก็เถอะ... ^^ เอาไว้参考นะคะ
ถูกใจ 0