โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review

โหนกแก้มวันที่ 30

จมูกทำสันจมูกกับปลายจมูกให้เป็นธรรมชาติ ปลายจมูกมัดให้โด่งและคมขึ้น และเก็บปีกจมูกด้วย โหนกแก้มใช้การยึดด้วยลวดโค้ง แก้ด้านข้างกับมุม 45 องศา ไม่รู้ว่าปริมาณเลือดออกเป็นอย่างไร แต่เพราะผมเป็นผู้ชาย อาการบวมเลยค่อนข้างมาก แต่สิ่งนี้ปกติมาก และผลการติดตามอาการก็ดีมาก (ไม่ต่างจากคนทั่วไป) เผื่อมีใครที่กำลังจะทำศัลยกรรมโครงหน้าและสงสัยว่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เมื่อไหร่ ผมทำตารางไว้ให้ดูเป็นข้อมูลครับ อย่างน้อย 20 วัน เกินครึ่งเดือนไปนิดหน่อยน่าจะดีกว่า ก่อนหน้านั้นปากจะดูยื่นนิดหน่อย และถึงแก้มป่อง ๆ จะเริ่มยุบแล้ว แต่เหนียงหรือเนื้อใต้คางก็ยังมีอยู่ ถ้าจะให้ดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ ต้องรอประมาณหนึ่งเดือนขึ้นไป ประมาณ 25 วันก็แทบไม่มีอะไรผิดปกติแล้วครับ ผมเริ่มออกไปข้างนอกหลังวันที่ 10 ใส่ผ้าพันคอ+หมวก อาจจะดูออกนิดหน่อย แต่ก็แค่เดินไปมาได้ครับ น้ำฟักทองเหมือนช่วยได้มาก ผมดื่มไปประมาณ 150 กล่องมั้งครับ ตลอด 20 วัน ดื่มเฉลี่ยวันละประมาณ 10 กล่อง ตอนนี้ยังใส่ผ้ารัดหน้าอยู่ และส่วนใหญ่อยู่บ้าน เดินก็ระวัง และออกไปเดินเล่นวันละประมาณ 1 ชั่วโมง ผมค่อนข้างขี้กังวล เลยคิดว่าตัวเองดูแลดีมากจริง ๆ นอนนั่งประมาณ 3 วัน แต่ถ้าทำสัก 5 วันก็น่าจะไม่แย่ แค่เหนื่อยมาก หลังจากนั้นก็นอนหนุนหมอนสูงครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ช่วงที่อาการบวมลดลงอย่างรวดเร็วหลังตื่นนอนในวันเดียว คือช่วงวันที่ 5 ถึงวันที่ 15 หลังวันที่ 15 จะไม่ยุบแบบชัดเจนจนรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย พอถึงวันที่ 30 อาการบวมเล็ก ๆ ก็ยุบไปเยอะ แต่ยังรู้สึกว่ายังอีกไกลครับ รอยช้ำที่จมูกอะไรแบบนั้น หายหมดแน่นอนประมาณวันที่ 11 และไม่จำเป็นต้องนวดไข่อะไรแบบนั้นก็ได้ ประคบน้ำแข็ง 1 สัปดาห์ก็พอ 5 วันก็โอเค หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว เพราะไม่ได้ร้อนหรืออักเสบ ตั้งแต่ประมาณวันที่ 20 พอตื่นนอน อาการบวมจะกลับขึ้นมาในทางตรงกันข้าม แล้วก็ยุบลง ผมหมายถึงบวมหลังตื่นนอนนะครับ แน่นอนว่าโดยรวมอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นช่วงนี้ถ้ามีนัดหรือต้องออกไปข้างนอก หลังตื่นต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงถึงจะออกไปได้ และตอนนี้ยังมีเนื้อบริเวณคางล่างกับแก้มอยู่บ้างครับ อ้าปากไม่ได้นั้นเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้อย่างน้อยก็อ้าได้มากขึ้นแล้ว ผมแทบงดเคี้ยวทั้งหมดและดื่มเอา ถ้าจำเป็นต้องเคี้ยวจริง ๆ ก็ใช้ฟันหน้าเคี้ยวเบา ๆ เพื่อให้กระดูกเข้าที่ดี ผมแตะบริเวณโครงหน้าเบา ๆ ขณะใส่ผ้ารัดอยู่ ตอนนี้หน้าที่เคยกว้างด้านข้างดูเรียวขึ้น และเหมือนมีโครงหน้าผู้ชายมากขึ้น ผมเลยไม่เสียใจ ถ้าเกิดใหม่แล้วยังมีหน้ากลมกว้างเหมือนเดิม ผมก็จะแก้อีกโดยไม่เสียใจ เพราะมันเป็นของขวัญจากวิทยาศาสตร์ครับ ㅋ ตั้งแต่วันที่ 28 หรือเมื่อวานซืน แทบยุบหมดแล้ว และช่วงวันที่ 25-28 ยุบเร็วขึ้นอีกจริง ๆ ตอนนี้เหลือแค่อาการบวมเล็ก ๆ แต่ก็ยังเหลืออยู่ครับ ผมกลัวแก้มห้อยอะไรแบบนั้น แต่จริง ๆ เป็นแค่อาการบวมที่ไหลลงมา ตอนนี้ไม่มีแล้ว แม้แต่ตอนแกะผ้าพันแผลหลังผ่าตัดหนึ่งวัน ก็ไม่มีแก้มห้อยครับ สิ่งที่ไม่สะดวกหลังผ่าตัดคือการเคี้ยว อ้าปากไม่ได้เลยหาวลำบาก ยิ้มไม่ถนัด และผมเลิกบุหรี่ไปเลย สิ่งที่ยากที่สุดหลังผ่าตัดคือการงดบุหรี่ครับ จนถึงตอนนี้ยังไม่สูบเลยสักครั้ง ผมยังรู้สึกว่าตัวเองเก่งมาก.. ทั้งที่สูบมาตั้ง 2 ปี การงดเหล้าก็เหมือนกัน..เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองใจแข็ง ฝันว่าได้สูบบุหรี่บ่อยมาก..อยากเลิกไปเลยในโอกาสนี้ แต่ก็ยัง.. ยากอยู่ครับ จมูกก็มีหลายอย่างที่ไม่สะดวก แต่ถ้าใช้คอตตอนบัดกับทายาขี้ผึ้งบ่อย ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมาก โหนกแก้มส่งผลต่อชีวิตโดยตรง เป็นความไม่สะดวกที่เหมือนไม่ใช่อุปสรรคแต่ก็เหมือนอุปสรรค ระวังด้วยนะครับ เขาบอกให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ แต่ถึงไม่ดื่มน้ำเยอะก็ไม่ได้เป็นไร กลับกัน ถ้าดื่มมากเหมือนจะบวมด้วยซ้ำ อันนี้ไม่ต้องดูก็รู้ ผมรู้สึกด้วยตัวเองว่าควรกินนมถั่วเหลือง วิตามิน (เริ่มกินหลังประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนหน้านั้นดื่มวิตามินวอเตอร์) นม อะไรพวกนี้ เขาบอกว่าอย่ากินเค็มมาก แต่ก็ไม่เป็นไรครับ หลัง 2 สัปดาห์ผมกินรามยอนเยอะ แน่นอนว่าต้องบดให้แตกก่อน มันง่ายกว่าข้าวเพราะไม่ต้องเคี้ยวมาก และถ้ากินข้าวก็ต้องเอาไปแช่ในซุปอยู่ดี สิ่งที่เข้าท้องก็เหมือน ๆ กัน ผมว่ารามยอนหรือซุปเห็ดอะไรแบบนี้ดีกว่าจริง ๆ บางครั้งก็เอาข้าวใส่ซุปกินครับ เดิมที 20 ปีที่ผ่านมาผมนอนตะแคงมาตลอด พอต้องนอนหงายเลยลำบากมาก สิ่งที่ยากที่สุดหลังผ่าตัดโหนกแก้มคือ การกินกับการมองตรงไปข้างหน้า ส่วนอาการบวม 5 วันที่แย่ที่สุดผ่านไปเร็วครับ ความเจ็บปวดน้อยมาก แต่ยาแก้ปวด (จนถึงตอนนี้กินไปแค่เม็ดเดียว ตอนวันที่ 2 เป็นความเจ็บที่แทบไม่จำเป็นต้องกินจริง ๆ บางคนบอกว่าเป็นความเจ็บที่ทนได้ แต่เขาฉีดยาระงับปวดให้ดีมาก ผมเลยแทบไม่รู้สึกเลยจริง ๆ ตื่นมาก็ไม่รู้สึก ไม่เวียนหัวด้วย เหมือนความรู้สึกหลังโดนกระแทกมาแล้ว 2 สัปดาห์ประมาณนั้น) คุณหมอบอกว่าผ้ารัดหน้าใส่ 1 เดือนจะดี แต่ถ้าใส่ถึง 3 เดือนจะดีกว่า และบอกว่าอย่าใส่ตอนนอน แต่ผมใส่ตอนนอนด้วยตลอด 20 วัน แทบจะ 24 ชั่วโมงเลยครับ ช่วงนี้ใส่ไม่เกิน 18 ชั่วโมง จะใส่ไปถึง 3 เดือนครับ ไม่ได้ออกกำลังกายด้วย ต้องเสียสละหลายอย่างนะครับ ㅋㅋ แต่จะทำยังไงได้ สำหรับคนแบบเราที่ใส่ใจรูปลักษณ์มาก ๆ ก็ถือเป็นโชคดีแหละครับ ;ㅋ อ้อ ใต้ตาด้านโหนกแก้มขวาเคยรู้สึกชานิดหน่อยตอนแตะ เหมือนยังชาอยู่เล็กน้อย ตั้งแต่วันที่ 28 เหมือนกลับมาประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้วครับ ไหมในปากก็ดูเหมือนละลายแล้ว อีกอย่าง สำหรับคนที่ศีรษะค่อนข้างใหญ่ หรือแม้จะไม่ใหญ่ เพราะโหนกแก้มด้านข้างดูเป็นเส้นตรงสามมิติกับแนวหน้าผาก? แถวขมับ เลยอาจทำให้รูปศีรษะดูใหญ่ขึ้นเมื่อมองจากด้านหน้า ต้องเข้าใจจุดนี้ด้วยครับ ผู้หญิงถ้ารวบผมขึ้นน่าจะดี ส่วนผมเซ็ตผมตั้งขึ้น หรือไม่ก็ปล่อยลง ผมด้านข้างตอนนี้แทบไม่ต้องมีก็ได้แล้ว เลยไว้ผมให้ดูเรียบร้อยได้ครับ

ถูกใจ 1

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้