โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

การอักเสบ..เอาออก...จมูกเตี้ย..

ไม่คิดเลยว่าจะได้กลับเข้ามาที่นี่อีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนทำศัลยกรรมโครงหน้าและศัลยกรรมจมูกร่วมกัน ก่อนทำฉันเข้ามาอ่านที่นี่บ่อยมากเพื่อหาข้อมูล หลังทำเสร็จแล้วก็แวะเข้ามาอีกบ้าง แล้วก็ค่อยๆ ลืมไปตามเวลา สรุปแล้ว การทำโครงหน้าครั้งแรกก็ออกมาถือว่าดีพอใช้ ส่วนศัลยกรรมจมูกก็ออกมาดูเป็นธรรมชาติพอใช้เหมือนกัน.. กรณีของการทำโครงหน้า มีบางส่วนที่ไม่สมมาตร เลยเป็นจุดที่ทำให้เครียดอยู่จนถึงตอนนี้ ฉันอยากแก้ไขใหม่แต่ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งกลัวคำว่าศัลยกรรมมากขึ้นเรื่อยๆ นะ ความอดทนที่จะฝืนช่วงพักฟื้นก็น้อยลงไปอีก.. ตอนเด็กๆ แค่คิดว่าจะสวยขึ้นก็ขึ้นเตียงผ่าตัดไปเลย โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลัวแค่ไหน พอโตขึ้นยิ่งกลัวมากขึ้น ,, แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เสียใจกับการทำโครงหน้า ศัลยกรรมจมูก.. นี่เป็นโจทย์ที่ค้างคาในชีวิตฉันเลยนะ .. ครั้งแรกเมื่อ 5 ปีก่อน ตอนทำโครงหน้า ที่ ㅂ ใช้ผนังกั้นโพรงจมูกและ Gore-Tex ด้วย ทุกคนไม่รู้เลยว่าฉันไปทำจมูกมา มันออกมาธรรมชาติมาก ผ่านไปประมาณ 2 ปี ปลายจมูกบริเวณฐานคอลูเมลล่าก็เริ่มรู้สึกหลวมๆ แล้วก็เริ่มหย่อนลง ตอนนั้นเป็นยุคที่จมูกสวยหรูสูงเด่นกำลังฮิตกันอยู่ การผ่าตัดครั้งที่สองไปทำที่ร้าน ㅇㅇㅇ นี่แหละ.. คิดว่าปัญหาคงเริ่มตั้งแต่ไปทำที่นั่นแล้ว.. ไม่สิ.. จริงๆ แล้วปัญหาอยู่ที่การผ่าตัดครั้งแรกต่างหาก .. ยังไงก็ตาม หลังผ่าตัดครั้งที่สอง ความสูงก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย แล้วรูจมูกก็ออกมาไม่เท่ากัน.. เดิมทีรูจมูกฉันก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่พอเพิ่มความสูงเข้าไป มันก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น .. คุณหมอในการผ่าตัดครั้งแรกน่าจะเห็นแล้วเลยพยายามแก้ให้ดีขึ้นแบบตั้งใจ.. อีกอย่าง ฉันก็ทำศัลยกรรมคางสั้นและศัลยกรรมแมวตาด้วย (โรงพยาบาลนี้ขายเป็นแพ็กเกจพ่วงกันเลย..) แต่เดิมกรอบหน้าล่างฉันค่อนข้างใหญ่ พอใส่ซิลิโคนคางสั้นเข้าไป รวมกับอาการบวมแล้วก็ออกมาดูไม่ไหวเลย.. แยกเป็นหน้ากากฮาโฮได้อีกแบบเลย .. ส่วนซิลิโคนแมวตาก็รู้สึกแปลกปลอมมากเกินไป เวลายิ้มรูปปากก็บิดเบี้ยว .. พอขอแก้ไข คุณหมอก็เห็นด้วยทันที .. ขอพูดไว้ก่อนว่าตอนที่ไปปรึกษาศัลยกรรมนี้ มีคนไข้รออยู่เยอะมากจริงๆ .. แต่พอผ่าตัดเสร็จกลับพบว่าครึ่งหนึ่งของคนไข้พวกนั้นเป็นคนไข้ที่มาขอแก้แบบฉันนี่แหละ,,, ฉันไม่ได้กำลังด่าโรงพยาบาลนี้แบบไม่ลืมหูลืมตานะ เพราะพี่สาวที่ฉันรู้จักก็มีคนที่ทำจมูกไปถึง 7 ครั้ง แล้วหมอที่อื่นทุกคนบอกว่าจับต่อไม่ได้แล้ว แต่โรงพยาบาลนี้ช่วยชีวิตเธอไว้ได้ เธอบอกแบบนั้น ยังไงก็ตาม ฉันก็ขึ้นเตียงผ่าตัดอีกครั้งในเดือนที่ 1 หลังผ่าตัด.. ได้ทำให้รูจมูกข้างหนึ่งลดลง เปลี่ยนซิลิโคนแมวตาเป็นขนาดเล็กลง แล้วก็เอาซิลิโคนคางสั้นออก.. พอบวมยุบและเวลาผ่านไป รูปร่างมันก็ดูเป็นธรรมชาติขึ้น.. สิ่งที่ฉันยังถือว่าโชคดีคือจมูกเดิมฉันค่อนข้างเตี้ยและเล็ก พอทำออกมาแล้วมันเลยยังดูเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ ใครๆ ก็ไม่รู้ว่าฉันทำมา ตอนแรกฉันเครียดมากที่ไม่ได้จมูกสวยเรียวออกมา แต่ถ้าออกมาสวยก็ดีไป แต่ถ้าออกมาไม่สวยแล้วยังดูชัดอีกล่ะก็ ถ้าเป็นนิสัยฉันคงทนไม่ได้แน่ๆ .. ยังไงก็ตาม หน้าตาฉันพังลงไปกว่าเดิมนิดหน่อย ตอนยิ้มเดิมทีเป็นลุคน่ารัก แต่พอจมูกสูงขึ้นและเอาฐานคอลูเมลลาออก เวลายิ้มเลยกลายเป็นจมูกทรงลูกศร แล้วเพราะซิลิโคนแมวตา เวลายิ้มก็เบี้ยวด้วย .. โรงพยาบาลนี้ทำหน้าเสียหมดเลยㅠㅠ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยู่กับจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติแบบไม่ค่อยใส่ใจอะไรได้ดีอยู่พักหนึ่ง จนปัญหาคือประมาณ 6 เดือนให้หลัง เริ่มเห็นกระดูกอ่อนที่ปลายจมูกทะลุออกมา.. ฉันใช้กระดูกอ่อนซี่โครงจากผู้บริจาค แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ปู AlloDerm ทับไว้บนส่วนนี้.. เพราะผิวบางลงจากการผ่าตัดซ้ำบ่อยๆ แถมยังไม่ได้ปิดทับอะไรไว้ด้านบน ผิวเลยบางลงไปอีก พออยู่ในที่สว่างจะเห็นเป็นวงกลมเหมือนไข่มุกที่ปลายจมูก .. แต่เพราะทรงมันดูเป็นธรรมชาติมาก ฉันเลยไม่ได้เครียดกับเรื่องนี้ขนาดนั้น แต่พอเวลาผ่านไปอีกหน่อย มันเริ่มคลำได้ด้วยปลายนิ้วแล้ว .. เหมือนถ้าทนต่อไปอีกนิด ปลายจมูกคงทะลุออกมา.. เวลากดตรงนั้นด้วยมือก็จะรู้สึกจี๊ดๆ ด้วย .. แค่คิดถึงความรู้สึกนั้นอีกทีฉันก็ขนลุกแล้ว.. มันไม่ถึงกับเจ็บมาก แต่เป็นความรู้สึกที่แย่มากจริงๆ .. ฉันทนอยู่แบบนั้นเป็นปีแล้วก็ตัดสินใจแก้ไขอีกครั้ง รูปทรงจมูกไม่ได้พังลงมาก็จริง แต่ตอนนั้นฉันเครียดทางจิตใจมากจนตัดสินใจไปที่ ㅅㅁㅇ ที่เขาว่าดังเรื่องการผ่าตัดฟื้นฟูโดยเฉพาะ แล้วก็จะเอาแมวตาที่คอยรบกวนจากความรู้สึกแปลกปลอมออกไปด้วย ฉันภาวนาสุดๆ ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ และก็อ้อนวอนคุณหมอแบบนั้นก่อนเข้าผ่าตัด แต่ทว่า.. หลังผ่าตัดไม่กี่วัน พอถอดเฝือกออก ฉันกับแม่ร้องไห้กันหนักมาก.. ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสื่อสารกับคุณหมอผิดพลาดหรือเปล่า .. เขาทำจมูกให้สูงเกินไปจริงๆ .. สูงและใหญ่เกินไป.. ตอนนี้ถ้าคิดย้อนกลับไป บางทีพอบวมยุบแล้วอาจจะสวยก็ได้ แต่เพราะฉันใช้ชีวิตกับจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติมาตลอด และคิดว่ามันเข้ากับใบหน้าฉันดี เลยปรับตัวไม่ค่อยได้เลย .. ฉันไปที่โรงพยาบาลแล้วขอให้ลดความสูงลงอีก ขอแค่แก้ให้จุดที่จมูกเดิมเห็นซิลิโคนปลายจมูกเท่านั้น .. แต่เพราะภาพถ่ายออกมาดูเป็นจมูกสวย คุณหมอเลยมีท่าทีลำบากใจ .. ท่านบอกว่าตอนผ่าตัดโครงสร้างในจมูกยุ่งเหยิงมาก และเป็นการผ่าตัดที่หนักจริงๆ พอฉันขอให้ทำใหม่อีก ก็คงรู้สึกน้อยใจอยู่เหมือนกัน.. แต่ด้วยนิสัยขี้กังวลของฉัน ต่อให้สวยแค่ไหนก็ไม่อาจอยู่กับจมูกแบบที่คนอื่นต้องพูดว่า "คงไปทำจมูกมาแน่ๆ" ได้ .. เลยต้องผ่าตัดแก้ใหม่อีกครั้งภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด คุณหมอลดระดับซิลิโคนให้ต่ำกว่าที่ฉันต้องการไปอีก ㅠㅠ แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับมาเป็นจมูกทรงกลมๆ แล้ว .. เพราะเรื่องซิลิโคนปลายจมูกโผล่เลยวางชั้นผิวหนังไว้หนาเกินไป ทำให้ดูคล้ายจมูกทรงอวบๆ นิดหน่อย .. แต่ก็ไม่ใช่จมูกที่น่าเกลียดอะไร แค่พอใจตรงที่มันไม่โผล่ให้เห็น ฉันเลยใช้ชีวิตอย่างพอใจมาตลอด 6 เดือนจนถึงไม่กี่วันก่อน ㅠㅠㅠ คิดว่าเอาล่ะ นี่คงเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้ายแล้ว.. แต่แล้ว.. การอักเสบที่ฉันรอดพ้นมาอย่างโชคดีมาตลอดก็เข้ามาเยือน ... เพราะครบ 6 เดือนแล้ว ฉันคงประมาทเกินไปเองหรือเปล่า.. ช่วงนั้นฉันไม่ได้ดื่มเหล้าเลย และก็เลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ 7 เดือนก่อนผ่าตัดด้วย.. แต่เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ฉันดื่มเหล้าไปค่อนข้างเยอะแล้วก็สูบบุหรี่ไปด้วย แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็ยังโอเคอยู่.. วันอาทิตย์สูบบุหรี่ประมาณ 3 มวน.. แต่ตอนเย็นของวันอาทิตย์ จมูกเริ่มรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย สันจมูกเหมือนนิ่มๆ? แล้วก็มีอาการกดเจ็บที่ลูกตานิดหน่อย เหมือนลูกตาถูกกดทับ? แต่ฉันคิดว่าคงเพราะเหนื่อยเลยปล่อยผ่านไป คิดว่าไม่น่ามีอะไร.. อีกอย่าง สัปดาห์ก่อนหน้านั้นฉันเพิ่งฉีดโบท็อกซ์ทั่วหน้าผากมา หน้าผากตึงๆ เลยคิดว่าอาจจะเพราะความรู้สึกนั้นทำให้ตาล้า แล้วช่วงบ่ายวันจันทร์ บริเวณจมูกก็เริ่มเจ็บนิดๆ ตอนนั้นฉันรู้สึกแปลกๆ เลยกินยาปฏิชีวนะที่โรงพยาบาลให้มาไป 1 ซอง แต่ตอนเย็นก็ยังดื่มเหล้าไปอีกนิดหน่อยㅠㅠ แล้วหลังจากนั้นอาการปวดก็เริ่มมาแบบจริงจัง พร้อมกับบวมขึ้น.. ฉันกลัวมากเลยรีบกลับบ้านแล้วกินยาปฏิชีวนะอีกครั้ง.. เพราะฉันดื่มไม่เก่งเลย ยังไม่สร่างเมา แถมจมูกก็ค่อยๆ บวมขึ้น.. ทั้งคืนประคบน้ำแข็งและกินยาปฏิชีวนะ พอเช้าปุ๊บก็รีบวิ่งไปโรงพยาบาล.. ที่โรงพยาบาลบอกว่าจะฉีดยาปฏิชีวนะเข้าหลอดเลือดก่อน แล้วคอยดูกันอีกไม่กี่วัน ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดการอักเสบขึ้น เลยกลัวมาก.. พอถามคุณหมอว่ามันจะหายไหม ท่านบอกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จะคุมได้ด้วยการฉีด ขอให้ฉันเข้าไปอยู่ใน 80 เปอร์เซ็นต์นั้นทีเถอะ ฉันเลยรับการฉีดเข้าหลอดเลือดอยู่ 3 วัน.. แต่วันที่ 3 วันนี้ คุณหมอก็บอกว่าㅠㅠ พรุ่งนี้เอาออกเลย มีอะไรคั่งอยู่ในโพรงจมูก.. ท่านบอกว่าจะเอาออกแค่ซิลิโคนเท่านั้น แต่โอ๊ย น้ำตาฉันไหลออกมาจริงๆ .... สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่อย่างอื่นเลย.. แต่ฉันเคยมีจมูกที่เตี้ยมาก และพอคิดว่าจะต้องกลับไปเป็นจมูกแบบนั้นอีกครั้ง .. แถมยังเป็นอาชีพที่หน้าตาสำคัญมากด้วย เลยกลัวสุดๆ ... ตอนนี้เมื่อเทียบกับคนอื่นก็ยังมีความเครียดเพราะรูปลักษณ์อยู่แล้ว ถ้าจมูกเตี้ยลงไปอีกล่ะก็ ... กลับมาบ้านแล้วเปิดรูปก่อนผ่าตัดดู ก็รู้สึกว่ามันแทบจะนึกภาพไม่ออกและสิ้นหวังมาก ㅠㅠ ฉันใช้ชีวิตกับหน้าตาแบบนี้มา 5 ปีแล้ว... และหลังผ่าตัดครั้งที่สาม จมูกก็ลดลงเล็กน้อยจนรอยพับมองโกลเด่นชัดขึ้นด้วย.. แต่ถ้าเอาออกไปเลย ฉันก็กลัวว่าตาจะยิ่งดูไม่สวยอีก แล้วก็กลัวเหมือนกันว่า ถ้าอีก 6 เดือนข้างหน้าผ่าตัดใหม่แล้วเกิดอักเสบอีกจะทำยังไง ..ไม่อยากใช้ชีวิตแบบเครียดตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่ระเบิดเวลาที่จมูกจะปะทุออกมาอีกครั้ง .. สรุปว่าต้องเสียเงินและเวลาไปกับจมูกมากแค่ไหนกันแน่... คนรอบตัวเพื่อนๆ ทุกคนก็ปกติดีกันหมด ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับฉันคนเดียวเรื่อยๆ ด้วย ... ถ้าฉันมีลูกสาวในอนาคต ต่อให้ทำอย่างอื่นให้หมด ฉันก็จะไม่มีวันให้เธอไปทำศัลยกรรมใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายเด็ดขาด ㅠㅠ รู้สึกเสียใจมากจริงๆ.. เรื่องดื่มเหล้าและสูบบุหรี่.. แถมเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ฉันยังฉีดฟิลเลอร์ทั้งบริเวณที่หน้าผากมีรอยบุ๋มนิดหน่อยและบริเวณแก้มไปด้วย.. เลยแอบคิดเหมือนกันว่าอาจเป็นสาเหตุจนทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีปัญหาหรือเปล่า.,. ตอนนี้ความหวังสุดท้ายคือสันจมูกที่เมื่อเช้ายังเจ็บและนิ่มๆ อยู่ ตอนนี้อาการเจ็บแทบหายไปหมดแล้ว ส่วนที่นิ่มๆ ก็แทบจะลดลงจนแทบไม่มีอยู่แล้ว.. คุณหมอก็บอกว่าให้ดูอาการพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยเข้าผ่าตัด.. แต่ตอนหาวยังเจ็บนิดๆ อยู่เลย ..ㅠㅠ ขอให้มันหายเป็นการอักเสบไปแล้วเถอะนะ .. แต่ปัญหาคือเขาว่าถ้าเคยอักเสบแล้วมันจะกลับมาเป็นบ่อย .. ถ้าต้องใช้ชีวิตแบบมีจมูกที่เหมือนระเบิดเวลาติดอยู่ ดื่มเหล้าไม่ได้แม้แต่แก้วเดียว แถมต้องอยู่ด้วยความไม่สบายใจตลอดเวลา สุดท้ายก็คงต้องเอาออกอยู่ดี .. แต่ใจก็ยังไม่พร้อมเลย จะต้องกลับไปเป็นหน้าเมื่อ 5 ปีก่อน... คุณหมอบอกว่าซิลิโคนที่ใส่เข้าไปมีความหนาแค่ประมาณ 1 มม. เอง จึงไม่น่ามีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่จมูก แต่ความจริงบนใบหน้า แค่ 1 มม. ก็ถือว่าเยอะแล้วนะ.. ฉันก็กลัวมากเรื่องดวงตาจะเปลี่ยนไปด้วย.. มีใครที่คล้ายกับฉันบ้าง ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะ .. คนที่เอาออกจากจมูกเตี้ยๆ เดิมๆ แล้วปรับตัวได้ดีบ้างไหม ㅠㅠ

좋아요 0

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้