ที่ฉันทำไปประมาณ 1 ปีก่อน เป็นการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตของฉัน เดิมทีฉันก็คิดว่าตาชั้นเดียวของตัวเองก็ดูโอเคในแบบของมัน และไม่เคยลองแม้แต่เทปติดตาสองชั้นหรือกาวทำตาสองชั้นที่คนใช้กันทั่วไป เลยคิดว่าตาสองชั้นไม่เข้ากับฉัน แต่ขนตาทิ่มตาอยู่เรื่อยๆ เลยไปหาจักษุแพทย์ หมอบอกว่าแบบนี้ถ้าผ่าตัดก็จะดีขึ้น ดังนั้นพอมีเรื่องผ่าตัดขึ้นมา ฉันก็เริ่มหาคลินิกในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวนั้นเลย ฉันดูคลินิกแค่ที่เดียวพอดี ตอนแรกคิดว่าจะทำที่โรงพยาบาลใหญ่ ที่พอพิมพ์ว่าคลินิกศัลยกรรมตกแต่งใน Naver Map แล้วขึ้นมาทันทีดีไหม แต่แม้แต่ฉันที่ไม่รู้อะไรเลย ก็ยังคิดว่าควรเลี่ยงคลินิกแบบโรงงาน แต่แม่บอกว่าเพื่อนของพี่สาวมีที่ที่เคยทำตาสองชั้น แล้วบอกให้ไปที่นั่น ฉันเลยตอบตกลง แล้วก็ถูกพาไปเฉยๆ ตอนนั้นไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อกำจัดความไม่สบาย เลยไปโดยไม่ได้ตระเวนปรึกษาหลายๆ ที่เลยแม้แต่นิดเดียว ตอนแรกตั้งใจจะทำแค่การแก้ไขกล้ามเนื้อตา เพื่อให้ตาโตขึ้นนิดหน่อย แต่เขาบอกว่าการแก้ไขกล้ามเนื้อตาไม่มีความหมาย และถ้าไม่ทำตาสองชั้น ขนตาก็จะทิ่มต่อไป; ฉันก็ได้ยินพี่สาวที่เคยแก้ไขกล้ามเนื้อตาพูดตลอดว่าเสียดายเงิน เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นไปเลย ตอนแรกเขาให้ดูรูป และลองกำหนดชั้นตาให้ คือมันดูหนาเกินไปจริงๆ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้หนาขนาดนั้นหรอก แต่สำหรับฉันที่เป็นตาชั้นเดียวมาตลอดชีวิต มันเป็นการขยายที่ก้าวกระโดดเกินไป พอบอกว่าหนาเกินไป อยากให้ดูเป็นธรรมชาติเหมือนตาสองชั้นหลบใน เขาก็เปลี่ยนแนวทางให้ทันที ฉันไม่รู้มาก่อน แต่เขาบอกว่าฉันมีรอยพับหัวตาแบบมองโกเลียนนิดหน่อยด้วย เลยตกลงจะเปิดหัวตาเล็กน้อย เดิมทีควรจองคิวผ่าตัดไว้ล่วงหน้าก่อนปิดเทอม แต่ฉันที่ไม่รู้อะไรเลย เพิ่งไปหลังปิดเทอมแล้ว คิดว่าจะทำได้ทันที แต่เขาบอกว่าคิวเต็มหมดแล้ว.. ฉันเลยคิดว่า อ่า แย่แล้ว ต้องเปิดเทอมด้วยตาไส้กรอกแน่ๆ แต่เขาเช็กปฏิทินอยู่เรื่อยๆ แล้วมีผ่าตัดที่กำหนดไว้อีก 3 วันถูกยกเลิก เขาเลยบอกว่าฉันทำได้ทันทีในอีก 3 วัน!! พูดจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นเทคนิคการขายหรือเปล่า แต่สำหรับฉันคือคุ้มมาก เพราะตอนแรกฉันเน้นคำว่าเป็นธรรมชาติมากๆ ตอนปรึกษาครั้งสุดท้ายในวันผ่าตัด คุณหมอพูดจริงๆ ไม่ได้โกหกเลยว่า ค่ะ.. ให้เป็นธรรมชาติ~ ทำแบบนี้ให้เป็นธรรมชาติ~ ค่ะ จะทำให้เป็นธรรมชาตินะคะ~ เป็นธรรมชาติ~ แบบนี้ ตอนนอนบนเตียงผ่าตัดและเริ่มดมยาสลบแบบหลับก็ยังพูดว่า เป็นธรรมชาติ~ ตอนกลางทางที่ให้ลืมตาดูก็ยัง เป็นธรรมชาติ~ รู้สึกเหมือนคุณหมอกำลังสะกดจิตตัวเองอยู่คนเดียว ผ่าตัดเสร็จแล้วกลับบ้านมาส่องกระจก บวมน้อยกว่าที่คิดมาก ฉันดีใจมาก แบบว้าว สำเร็จระดับตำนาน!! แต่ความบวมช่วงแรกนั้นคงอยู่อย่างนั้น 3 สัปดาห์ พอถึงช่วงไปโรงเรียน อาการบวมใหญ่ๆ ก็ยุบหมดแล้ว และดูโอเคพอดีๆ ตอนนั้นในโรงเรียนของฉัน คนที่ทำตาสองชั้นแล้วสำเร็จมีแค่ฉันคนเดียว.. ทุกคนกำหนดชั้นตาสูงมาก เลยดูออกชัดเกินไป ฉันไม่รู้มาก่อน แต่เหมือนว่าระยะห่างระหว่างตาของฉันค่อนข้างกว้าง พอเปิดหัวตาเล็กน้อยมากๆ ความสมดุลก็ดีขึ้นด้วย หลังผ่านไป 3 เดือน 4 เดือน ชั้นตาก็บางลงจริงๆ เหมือนตาสองชั้นหลบใน เวลามองขึ้นด้านบน ก็ถึงขั้นดูเหมือนตาชั้นเดียว เด็กๆ ที่โรงเรียนมัธยมถ้าฉันไม่บอก ก็ไม่รู้เลยว่าฉันทำตาสองชั้นมา แถมฉันยังเป็นคนที่มีไขมันเปลือกตาบนค่อนข้างเยอะ ถ้าทำสูงกว่านี้ น่าจะดูปูดออกมา.. ฉันคิดว่าควรเช็กเรื่องแบบนี้ด้วย ถ้าผ่าตัดครั้งแรกแล้วโลภ กำหนดชั้นตาสูง ฉันว่าคงพังจริงๆ ฉันคิดว่าฉันสำเร็จได้เพราะเป็นคนขี้กลัวและไม่กล้าเสี่ยง จริงๆ แล้วการผ่าตัดครั้งแรกต้อง!! อย่าโลภ และทำให้พอดี ถ้ารู้สึกว่ายังขาด ก็สามารถค่อยๆ เพิ่มทีละนิดได้ แต่การย้อนกลับมันยากนี่นา.. โดยเฉพาะอย่างพวกการเปิดหัวตา/หางตา ตอนนี้ก็มีเสียใจนิดหน่อยว่าชั้นตาดูต่ำเกินไป น่าจะทำให้สูงขึ้นอีกนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าไม่แย่ ฉันหวังว่าทุกคนจะสำเร็จตั้งแต่การผ่าตัดครั้งแรกเหมือนกันนะ!!
การเย็บยึดธรรมชาติ เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตา
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ