เผลอแป๊บเดียวก็ครบ 1 ปีแล้วตั้งแต่เริ่มหาอ่านรีวิวของทุกคนในชุมชนนี้ตอนที่กำลังคิดเรื่องทำหน้าอก หลังผ่าตัดไปประมาณ 6 เดือนแล้ว รู้สึกเหมือนเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ค่อนข้างนิ่งแล้ว เลยขอมาเปิดรีวิวสักที! ก่อนอื่น [สเปก] - 160 ซม. / 50 กก. - รอบอก 67 - ทรวงอกแบน หน้าอกไก่ ไม่ค่อยมีเนื้อช่วงบน - (ก่อนผ่าตัด) 70A → (หลังผ่าตัด) 65E / 70D - Mentor Extra ซ้าย 325 ขวา 375 - Dual plane / แผลใต้รักแร้ [จุดเริ่มต้น] จริงๆ แล้วฉันมองว่าการทำหน้าอกเป็นการผ่าตัดใหญ่สำหรับตัวเองมาก จนไม่มีความมั่นใจพอที่จะพึ่งแค่บราซิลิโคนกับยาแล้วเดินหน้าทำผ่าตัด แต่ปีที่แล้วน้ำหนักลดลงเยอะจนต่ำสุดในชีวิต พร้อมกับแม่และคนรอบตัวก็พูดตลอดว่า “ใส่บราเสริมสิ” “ถ้ามีวอลลุ่มเพิ่มอีกนิดก็ดี” อะไรทำนองนั้น ^_ สุดท้ายช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนปีที่แล้วก็เริ่มหารีวิวตามที่ต่างๆ อย่างจริงจัง แล้วก็ตัดสินใจว่าต้องผ่าตัดก่อนที่จะสายไปกว่านี้ [ปรึกษา] เวลาอ่านรีวิวก็จะเริ่มเห็นโรงพยาบาลที่ดีไซน์เหมาะกับตัวเองแล้วนัดปรึกษากันใช่ไหม? พอฉันอยู่ต่างจังหวัดเลยคิดว่าจะไปให้ครบในวันเดียว ก็เลยจองไว้ 3 ที่ รวมถึงที่คนรู้จักแนะนำ แล้วไปตระเวนดูหมด (ใจจริงอยากไป 5 ที่แต่แรงไม่พอ..) พอไปหลายที่ก็เริ่มเห็นบรรยากาศและคาแรกเตอร์ของแต่ละโรงพยาบาล บางที่คุณหมอใจดีมากแต่หัวหน้าฝ่ายปรึกษาไม่ค่อยโอเค หรือบางที่ก็แพงเกินงบของฉัน.. ฉันไปปรึกษาพร้อมน้องสาวแท้ๆ เพราะน้องทำงานอยู่คลินิกผิวหนัง เลยช่วยได้มากตอนคุย สุดท้ายโรงพยาบาลที่เลือกคือ ที่น้องรู้สึกโอเค และเป็นที่ที่คนรู้จักแนะนำมา [เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาล] - การปรึกษาอย่างมืออาชีพจากหัวหน้าฝ่ายที่ใจดี - ปรัชญาการผ่าตัดและการดีไซน์ที่ชัดเจนของคุณหมอหัวหน้า - ก่อน/หลังผ่าตัดคุณหมอดูแลแบบ 1:1 - ปรึกษาได้ตลอดผ่าน KakaoTalk - ดูแลหลังผ่าตัดไม่จำกัด - รีวิวจริงจากคนรู้จักและ..สัมผัส [ข้อดีที่สุดหลังผ่าตัด] - ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าแล้วถึงไม่เสริมก็ยังดูมีวอลลุ่มสวย - ไม่ต้องร้องไห้กับบราว่างเปล่าอีกแล้ว - ใส่บิกินี่อย่างมั่นใจได้ - ความมั่นใจและความพึงพอใจในตัวเอง ★★★★★ [รีวิว] ฉันไปปรึกษาเดือนสิงหาคมแล้วผ่าตัดเดือนพฤศจิกายน ตอนนี้ก็ครบ 6 เดือนจริงๆ แล้ว เวลาผ่านช้าจนเหมือนจะไม่ไปไหน แต่พอผ่านฤดูลมหนาวแล้ว หน้าร้อนกลางปีก็ใกล้เข้ามา ก่อนอื่น - วันผ่าตัด ผ่าตัดออกมาเรียบร้อยสวยงาม ไม่มีถุงระบายเลือด (สำคัญมาก) ตอนจะฟื้นจากยาสลบฉันพยายามหายใจลึกๆ โดยนึกถึงวิธีหายใจตอนพิลาทิส พอฉี่ครั้งแรกสำเร็จ ก็กินอมยิ้มรสส้มที่หัวหน้าฝ่ายเตรียมไว้ให้ แล้วก็ให้สายน้ำเกลือที่เหลือหมดก่อนออกจากโรงพยาบาลในวันเดียวกัน หลังผ่าตัดเขาใส่เสื้อแขนสั้นที่เตรียมไปให้ใช่ไหม? ด้านบนก็ใส่ชุดกระชับให้ พันผ้าพันแผล เหมือนออกมาจากห้องผ่าตัดแบบนั้นเลย แล้วก็กลับบ้านในวันนั้น อย่างที่บอก ฉันเป็นคนต่างจังหวัดเลยพักอยู่โซลถึงวันที่ 3 ตอนแกะผ้าพันแผล โดยจองโรงแรมไว้ วันนั้นน่าจะยังมึนยาสลบอยู่ เลยแทบไม่รู้สึกเจ็บ แค่รู้สึกง่วงๆ หนักๆ? - วันที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าชีวิตฉันคงไม่ถูกล็อตเตอรี่หรอก แม้แต่โชคเรื่องยาแก้ปวดก็ไม่ได้มีด้วยซ้ำ ^_ มันหนักและเจ็บเหมือนมีก้อนหินใหญ่กดทับไว้ จนลุกจากเตียงเองไม่ไหว แม่เลยกลายเป็นมือทั้งสองข้างให้ฉัน อาจเพราะฉันเป็นคนขี้โวยวายเรื่องเจ็บปวดมาก เลยเจ็บสุดๆ จริงๆ แต่พอส่องกระจก? ก็ขำออกมาเฉยๆ ถึงจะพันผ้าอยู่ อย่างน้อยมันก็มีเนินขึ้นมาแล้ว จะพูดยังไงดี คือรู้สึกภูมิใจมาก... ทุกคนเข้าใจใช่ไหม? - วันที่ 3 ไปโรงพยาบาล แกะผ้าพันแผล รับยา แล้วกลับบ้าน ความเจ็บอยู่จุดสูงสุดในวันที่ 3 คนขับแท็กซี่จากโรงแรมไปโรงพยาบาลขับข้ามลูกระนาดแบบไม่ผ่อนเลย ฉันเกือบตายจริงๆ ไม่ใช่ว่าเจ็บหน้าอกอย่างเดียว แต่ปวดหลังกับเอวมากกว่า - วันที่ 4 เพราะบวมจากยาสลบ ขาก็เลยกลายเป็นขาช้าง เหนือหน้าอก คือบริเวณหน้าอก ไหล่ หน้า ไม่ได้บวม แต่บวมมันค่อยๆ ลงมาต่ำกว่าอกเรื่อยๆ จนตรงแนวขอบกางเกงในกลายเป็นไส้กรอก มันเกินกว่าคำว่า “บวม” ไปแล้ว เป็นระดับหนักและเจ็บ ตอนนั่งชักโครกแล้วลุกขึ้น ผิวหนังทุกจุดที่ไปเสียดสีกับอะไรเจ็บไปหมด น้ำหนักขึ้นไปถึง +7 กก. จนเหมือนต้องลากขาไป - สัปดาห์ที่ 1, 2 ฉันลางานพักเต็มๆ 1 สัปดาห์ แล้วเริ่มออกไปข้างนอกหลังตรวจติดตามครบ 1 สัปดาห์ ไปโซลไปกลับเพื่อเช็กอาการสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ได้เรียบร้อย เพราะเป็น dual plane แผลใต้รักแร้ เลยยังกลัวหยิบของหนัก คนในครอบครัวที่ไปด้วยก็ช่วยถือให้หมด ฉันเลยได้เดินแบบเจ้าหญิงมีบอดี้การ์ดคอยดูแล อ๋อ สายรัดช่วงบนเริ่มใส่ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 - วันที่ 17 น้ำหนักที่คิดว่าจะไม่ลดลงเลย ในที่สุดก็เริ่มลงฮวบๆ เพราะบวมเลยไม่สนใจทั้งทรงหน้าอกและพังผืดหดรั้ง สิ่งที่สนใจที่สุดจริงๆ คือ “น้ำหนักของความบวม” เท่านั้น; ในรีวิวคนอื่นไม่เห็นมีใครบอกว่าจะบวมขนาดนี้เลย - วันที่ 23 น้ำหนักกลับมาเท่าเดิม ฉันตะโกนว่า hallelujah - วันที่ 25 เริ่มขับรถ รักพ่อมากที่คอยขับรถรับส่งไปทำงานแทนมาตลอด คนอื่นบอกว่าการต้องใส่ชุดกระชับมันลำบาก แต่สำหรับฉัน ความลำบากที่ไม่ได้ขับรถชั่วคราวหลังผ่าตัด dual plane หนักกว่าชุดกระชับอีก ถ้าเป็นคนที่ต้องขับรถ หรือเป็นมนุษย์ออฟฟิศต่างจังหวัดที่ไม่มีรถไฟฟ้า คงเข้าใจใช่ไหม... อ้อ คุณหมอบอกว่าเพราะฉันเนื้อช่วงบนมีน้อยและทรวงอกแบน ไม่ควรลดน้ำหนัก กลับกันควรเพิ่มน่าจะดีกว่า เลยใช้ข้ออ้างนี้กินเยอะอย่างขยัน^^ ตอนนี้ยังคงอยู่แถวๆ 50 กก. ว่าแต่ ทำไมการหาบราไซซ์รอบอกเล็กแต่คัพใหญ่ถึงยากขนาดนี้;; ตอนนี้ฉันใส่ V-Fit 65G / Qmomo 65I / Nike S ถ้าใครในหมู่ทุกคนมีสเปกใกล้เคียงฉัน ช่วยแชร์หน่อยว่าใส่ชั้นในของยี่ห้อไหนกันบ้าง..! โอ๊ย ช่วงหลังๆ เหมือนไม่ค่อยได้เขียนรีวิวไว้เลย; น่าจะค่อยๆ ชินกับการใส่ของใหม่หลังผ่าตัดได้ดี แล้วก็ไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลกับตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ! เอาเป็นว่า ฉันเป็นคนกังวลเรื่องสุขภาพมากอยู่แล้ว ช่วง 1-2 เดือนแรกก็ใช้ชีวิตอย่างระวังโดยมีครอบครัวช่วย เลยไม่มีปัญหา ที่ทำงานเพื่อนร่วมงานก็ดูแลให้ เลยโชคดีมาก และ เพราะผ่าตัดออกมาเรียบร้อยมาก รอยช้ำแทบไม่มีเลย แล้วก็ทำตามข้อควรระวังที่บอกไว้อย่างดี ดูเหมือนจะเข้าที่อย่างสวยงาม! และจริงๆ แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดคือทำแค่ตามที่โรงพยาบาลสั่ง ไม่ทำสิ่งที่เขาบอกว่าไม่ให้ทำ แล้วรับการดูแลหลังผ่าตัดให้ดี แต่ฉันเป็นคนผิวค่อนข้างหนา เพื่อให้ได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ การยืดของผิว คงต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่นนิดหน่อย เลยค่อยๆ รอแบบสบายๆ จนครบ 1 ปี พร้อมกับนวดเองที่บ้านและไปทำคารีที่โรงพยาบาลด้วย ในแง่นี้ Pretty มีการดูแลหลังผ่าตัดไม่จำกัด ไปทุกครั้งก็ได้ทำมาสซาจคลื่นความถี่สูง ซึ่งดีมาก! ทุกครั้งที่ทำแล้วสัมผัสมันนุ่มขึ้น รู้สึกดีมากจริงๆ แค่เสียดายในฐานะคนอยู่ต่างจังหวัดที่ไกลโซล ถ้าใกล้กว่านี้คงไปบ่อยกว่านี้ แล้วก็มีคนเคยพูดว่า ให้ทำตอนอายุน้อยกว่านี้สักปีหนึ่งก็ยังดี แต่ทุกคนก็น่าจะรู้ว่ามันจริงมาก.. ถ้าทำผ่าตัดตอนอายุน้อยกว่านี้อีก 1 ปี ร่างกายคงฟื้นตัวได้เร็วกว่า...! การทำหน้าอกสำหรับฉันไม่ใช่แค่ศัลยกรรมความงามธรรมดา แต่เป็นการผ่าตัดที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความภูมิใจในตัวเอง ฉันพอใจมากๆ จริงๆ!!! ขอขอบคุณคุณหมอยุนฮงซังและหัวหน้าฝ่ายทุกคนของ Pretty Plastic Surgery ที่ช่วยให้การผ่าตัดของฉันผ่านไปได้ดีและเข้าที่อย่างสวยงาม ฉันมีแต่ความขอบคุณอย่างเดียว,,☆ LOV นั่น
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review21 พ.ค. คิดเรื่องศัลยกรรมหน้าอกมานานมาก…แต่รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี..
ทุกคน.. ในที่สุดฉันก็ผ่าตัดแล้วเหมือนกัน.. คือแบบว่า~ สิ่งที่น่าแปลกคือพอทำหน้าอกแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะเอวดูคอดเข้าไปมากขึ้นหรือเปล่า ทำไมคนถึงถามฉันกันเยอะมากว่าผอมลงไหม,, ออกกำลังกายเหรอ,, ได้ยินบ่อยมากเลย…
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review21 พ.ค. ลองเขียนรีวิวจริงหลังศัลยกรรมหน้าอกครบ 3 สัปดาห์
หัวนมแผ่ออกไปด้านข้าง และเป็นคนที่เนินอกด้านบนไม่ค่อยมี รูปร่างผอม เลยทำศัลยกรรมหน้าอกให้เหมาะกับร่างกายของฉันค่ะ Mentor Xtra, 330cc 75A > ได้ถึงคัพ D เต็ม อาการบวมใหญ่ๆ ยุบลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนแรก…
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review21 พ.ค. เสริมหน้าอกครบ 4 เดือนแล้ว เลยลงให้เทียบกับก่อนผ่าตัดได้ง่ายๆ ฮ่า…
ลำดับเวลาต่างกันตามสติกเกอร์นะ! จมูกแดงรูดอล์ฟ > ก่อนผ่าตัด แก้มแดงสีชมพู > ครบ 2 เดือน อีโมติคอนปิดตา > ครบ 4 เดือน (ตอนนี้) อยากให้เห็นว่าพอเวลาผ่านไป ทรงจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เลยลงรูปเรียงต่อกันยาวๆ เพื่อให้เทียบได้ง่าย ไซซ์ที่ใส่คือ…
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review21 พ.ค. รีวิวหลังปลูกถ่ายไขมันหน้าอก 1 สัปดาห์
นี่เป็นรีวิวหลังผ่าตัดปลูกถ่ายไขมันหน้าอกครบ 1 สัปดาห์ค่ะ ตอนนี้อาการบวมยังยุบไม่หมด จึงยังบอกผลลัพธ์สุดท้ายได้ยาก แต่เขียนรีวิวไว้เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงค่ะ * ก่อนผ่าตัด หน้าอกของฉันเล็กมาก จึงใส่เสื้อชั้นในที่มีคัพไม่ได้…
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review20 พ.ค. ถ้าฉันไม่บอกว่าทำศัลยกรรมมา ก็ไม่มีใครรู้เลย
ช่วงแรกเพราะอาการบวม หน้าอกส่วนบนเลยดูแน่นกว่าที่คิดไว้มาก จนฉันกังวลอยู่เยอะว่า แบบนี้จะดูเป็นธรรมชาติได้จริงไหมนะ?..... แต่ตอนนี้อาการบวมหายไปหมดแล้ว เส้นทรงหน้าอกก็ดูนุ่มนวลขึ้นมาก สัมผัสก็นิ่มๆ…
รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review20 พ.ค. รีวิวเสริมหน้าอก Motiva ของแท้
ฉันเสริมหน้าอกกับคุณหมอ ㄱㅌㅇ ค่ะ พอใจมากๆ ค่ะ เดิมทีฉันมีปมเรื่องหน้าอกเล็กและหย่อนคล้อย แต่จริงๆ แล้วแทบไม่เจ็บเลยค่ะ เพื่อนรอบตัวบอกว่าเจ็บแทบบ้า…