โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo

ถอดออกหลังผ่านไป 12 ปี (ยาวนะคะ^^)

เป็นการผ่าตัดที่ฉันทำตอนอายุ 20 กว่า ๆ ตอนที่ยังไม่รู้อะไรและยังไม่โตพอ.. ตอนนั้นฉันมีปมเรื่องจมูกหนักมาก.. ผ่านไป 12 ปี ฉันเพิ่งถอดออกเมื่อสองวันก่อนค่ะ.. ในจมูกมีส่วนที่นูนออกมา แต่ฉันไม่รู้ว่านั่นคือการอักเสบหรือเปล่า เลยปล่อยทิ้งไว้.. เป็นเวลานานไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันเลยคิดว่าเป็นแค่เนื้อแผลเป็น.. ไม่รู้เพราะร่างกายอ่อนแอลงหรือเปล่า หลายวันมีอะไรคล้าย ๆ น้ำเหลืองไหลออกมา แล้วมันติดแน่นเหมือนขี้มูก ฉันแกะออกไปหลายครั้ง พอผ่านไปไม่กี่วันก็มีเลือดติดออกมาด้วย.. ไปหาหมอหูคอจมูกแถวบ้าน เขาก็บอกให้ไปคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อเอาออก แล้วก็ทำเสียงจิ๊จ๊ะ.. ฉันรู้สึกสิ้นหวังมากค่ะ.. ตลอด 12 ปีหลังทำศัลยกรรม ฉันใช้ชีวิตกับความเครียดมากมาย ศัลยกรรมก็ไม่ได้ออกมาสวย แถมดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ฉันก็ไม่มีความกล้า จะผ่าตัดอีกครั้ง และหลังแต่งงานก็ไม่มีเวลา เลยเหมือนใช้ชีวิตไปอย่างนั้น คนที่เคยสนิทก็เริ่มห่างเหินกันไป,, ฉันยังทุกข์กับอาการหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมและภาวะซึมเศร้าด้วย...

ลูก ๆ ยังเล็ก แต่เป็นการผ่าตัดที่ต้องทำ ฉันจึงไปคลินิกหูคอจมูกอยู่หลายแห่ง มีที่หนึ่งในกังนัมที่มีทั้งหูคอจมูกและศัลยกรรมตกแต่งอยู่ด้วยกัน เป็นที่ที่สามีฉันเคยผ่าตัดนอนกรน โรงพยาบาลก็ใหญ่ และฉันคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นที่ที่คุ้นเคย เลยไปที่นั่น แต่เขาบอกว่าต้องใช้กระดูกอ่อนซี่โครง ราคา 11 ล้านวอนค่ะ... เขาบอกว่าเพราะสามีฉันเคยผ่าตัดที่นี่ เลยจะทำให้ราคาถูก... เขาบอกว่าต้องรีบทำโดยเร็ว และวันนี้จะนัดวันผ่าตัดให้เลย.. น้ำตาฉันไหลพรากออกมา... เขาดูสงสารฉัน... เงินก็แพงเกินไป เวลา ก็ไม่มี ฉันเลยบอกว่าจะปรึกษาสามีก่อน แล้วพรุ่งนี้ จะกลับมาใหม่ จากนั้นก็ออกมา พอกลับบ้าน ฉันโทรไปถามว่าถ้าแค่เอาออกอย่างเดียวราคาเท่าไร เขาบอกว่า 2 ล้านวอนค่ะ ถ้าผ่าตัดแก้ในภายหลัง ต้องเพิ่มอีก 9 ล้านวอนที่เหลือ ดูเหมือนเขาคิดเรื่องผ่าตัดแก้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันเบื่อการผ่าตัดมาก ๆ แล้ว ไม่ว่ารูปทรงจมูกของฉันจะเป็นอย่างไร ฉันก็ไม่อยากใส่อะไรกลับเข้าไปอีก และการผ่าตัดกระดูกอ่อนซี่โครงเป็นการผ่าตัดใหญ่ เลยยิ่งกังวล อีกทั้งเขาบอกว่าหลังเอาออกแล้วต้องรอหนึ่งถึงสองเดือนถึงจะผ่าตัดแก้ได้ สีหน้าเงียบ ๆ ของหมอและพยาบาลสร้างบรรยากาศเหมือนว่า ถ้าฉันไม่ผ่าตัดตอนนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น...

วันเดียวกันนั้น ฉันก็แวะไปโรงพยาบาลที่ฉันทำศัลยกรรมครั้งแรกด้วย.. ผู้อำนวยการที่เคยผ่าตัดให้ฉันย้ายไปที่อื่นแล้ว.. ไม่มีข้อมูลอะไรเหลืออยู่เลย และทั้งที่ฉันยังไม่ได้พูดอะไร ผู้จัดการฝ่ายปรึกษาก็ดูระแวงฉันอยู่ลึก ๆ .. รู้สึกเหมือนเขาระแวงว่าฉันจะไปพูดอะไรกับผู้อำนวยการที่อยู่ที่นั่น.. พอฉันให้หมอที่นั่นดูสภาพของฉัน เขาบอกว่าน่าจะเย็บส่วนที่อักเสบก็พอ.. ตอนนี้พอมาคิดดู เป็นข้อเสนอที่ไม่สมเหตุสมผลเลย.. ข้างในเต็มไปด้วยการอักเสบไปแล้วแท้ ๆ.. แล้วก็บอกว่า 1.5 ล้านวอน... แน่นอนว่าฉันไม่ได้คิดจะทำที่นั่น แค่อยากรู้ว่าที่นั่นจะแสดงท่าทีแบบไหน... รู้สึกเหมือนเขาจะเอาฉันไปทำอะไรเล่น ๆ อีก,, ไม่มีความไว้ใจ ฉันเลยออกมาเฉย ๆ

สองวันต่อมา ฉันคิดว่าอย่างไรก็ควรไปดูอีกหลายที่แล้วค่อยตัดสินใจ จึงเดินหาด้วยตัวเอง ดูในอินเทอร์เน็ตแล้วมีที่หนึ่งขึ้นมาอยู่ด้านบน บอกว่าดังเรื่องผ่าตัดแก้ในกังนัม ไม่รู้ว่าเป็นการตลาดออนไลน์หรือเปล่า แต่ไม่มีทางรู้ได้ ฉันเลยตัดสินใจว่าจะไปดูให้ได้... การเลือกโรงพยาบาลยากจริง ๆ ค่ะ.. พอรับคำปรึกษา ผู้อำนวยการที่ดูเหมือนเป็นตัวแทนมีความภาคภูมิใจในตัวเองมาก.. มีเขียนไว้ว่าจะรักษาถึงจิตใจด้วย ฉันชอบข้อความนั้น และเขาก็เปิดรูปก่อนหลังผ่าตัดในคอมพิวเตอร์ให้ดู แสดงความมั่นใจด้วย อายุค่อนข้างมาก ดูเหมือนมีประสบการณ์ เยอะ... จากนั้นฉันออกมาคุยเรื่องราคากับผู้จัดการ ก็เป็นกระดูกอ่อนซี่โครงอีก ราคา 11 ล้านวอนค่ะ พอถามแค่ราคาเอาออกอย่างเดียว เขาบอกว่า 5.8 ล้านวอน.. ถ้าจองวันนี้แล้วกลับไป จะทำค่าถอดออกให้ 5 ล้านวอน ฉันยังบอกว่าแพง เขาก็บอกว่าต้องรีบผ่าตัด คุณหมอให้ความรู้สึกดี แต่ฉันนัดปรึกษาที่อื่นไว้ด้วย จึงออกมาจากที่นั่นก่อน และที่นี่ หลังจากนั้นอีกนาน ตอนที่ฉันกลับบ้าน ได้วันผ่าตัดจากโรงพยาบาลอื่นแล้วและกำลังรออยู่ เขาก็โทรมาอีก... บอกว่าถ้าไม่พอใจกับราคา ถ้าเข้าร่วมสัมมนาของผู้อำนวยการ หนึ่งครั้ง จะลดให้ 20%..

.. ฉันรู้สึกถูกหักหลังจากโรงพยาบาลแรก ที่สามีฉันเคยผ่าตัด เขาบอกว่าจะทำให้ถูกเพราะเป็นที่ที่สามีฉันเคยผ่าตัด.. แต่จริง ๆ ก็เป็นราคานั้นอยู่แล้ว.. ทั้งรู้สึกถูกหักหลัง และภาพที่เขาดูสงสารตอนฉันร้องไห้ ก็แวบผ่านเข้ามาในใจอย่างไม่สบายใจ

ที่ที่ฉันไปโดยคิดว่าแค่แวะที่สุดท้ายดู อยู่ที่ชองดัมดงค่ะ พอเข้าไปในโรงพยาบาล ก็ไม่ได้ใหญ่อะไร มีคุณหมออยู่คนเดียว.. แต่ตึกนั้นก็เป็นตึกของคลินิกศัลยกรรมตกแต่งนั้น ฉันเลยคิดว่าอาจจะไม่หิวเงินเกินไป และเพราะเป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง แม้ฉันจะไม่รู้เรื่องการทำงานของจมูก แต่ก็คิดว่าเขาอาจทำจมูกได้ดี แต่ก็มีความคิดว่า ที่นี่เล็กเกินไปหรือเปล่านะ?? แล้วไม่มีวิสัญญีแพทย์ด้วยจะทำอย่างไร? จนถึงตอนนั้น สถานที่ที่ฉันเคยไป ล้วนเป็นโรงพยาบาลใหญ่ระดับโรงพยาบาล.. เพราะคิดว่าถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่คงน่าเชื่อถือกว่า แต่จมูกของคนที่มาที่นั่นสวยกันค่ะ.. ผู้จัดการก็ใจดี ดูมีความเป็นมนุษย์ และพอฉัน พบคุณหมอ เขาไม่ใช่คนวางอำนาจ และฉันรู้สึกได้ถึงความมั่นใจที่ไม่โอ้อวด.. แล้วเขาดูจมูกของฉันด้วยความเสียดายแทนฉัน แต่บอกว่าน่าจะออกมาดี ฉันเลยโล่งใจ เขาบอกว่าถ้าเอาออกมากเกินไปทั้งหมดจะดูแปลก และเสนอให้ใส่หนังแท้จากก้น เขาบอกว่าถ้าแบบนั้นก็สามารถผ่าตัดได้ในวันเดียว.. ถึงตอนนั้นใจฉันก็ยังปั่นป่วน... ความไม่ไว้ใจที่อธิบายไม่ได้กับความอยากเชื่อใจปะปนกันไปหมด... ตอนคุยราคากับผู้จัดการ เขาเรียก 3.5 ล้านวอน.. อย่างน้อยที่นี่ก็ถูกที่สุด.. ฉันไม่มีทั้งเวลาและเงินให้ลังเล อย่างน้อยผู้จัดการกับคุณหมอก็ดูนิสัยดี ในระดับของฉันพอจะจ่ายได้ และเขาบอกว่าสามารถผ่าตัดครั้งเดียวได้ ฉันจึงจ่ายเงินมัดจำในวันนั้นทันทีแล้วกลับมา

ฉันเลือกอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ผลลัพธ์เป็นของพระเจ้า... ช่วงนี้ฉันกำลังค่อย ๆ เข้าใจว่าความเชื่อคืออะไร ฉันจึง เชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไขว่าจะออกมาดี และเชื่อคุณหมอ

ระหว่างผ่าตัด ดูเหมือนเขาใช้ยาคล้าย ๆ ยาหลอนประสาทเล็กน้อย ฉันบอกว่าไม่อยากดมยาหลับ เพราะอยากทำไปคุยไป เพราะเรื่องต่าง ๆ เวลาเริ่มผ่าตัดเลยล่าช้า การผ่าตัดเริ่มตั้งแต่ 6 โมงครึ่งเย็น และเสร็จหลัง 5 ทุ่ม.. พยาบาลบางส่วนกลับบ้านไป เหลือพยาบาลสองคนกับคุณหมอเท่านั้นที่ผ่าตัด ตอนแรกฉันเหมือนไปอยู่ที่แปลก ๆ แป๊บหนึ่ง พอกลับมาดู ก็อยู่บนเตียงผ่าตัด จมูกถูกพลิกเปิดอยู่ และคุณหมอกำลังพูดเหมือนกรณีนี้เป็นครั้งแรกสำหรับเขา พังผืดยึดติดรุนแรงมาก และการอักเสบก็รุนแรง ทำให้เขาลำบากมาก.. เขายังบอกว่าอาจผ่าตัดทั้งหมดให้เสร็จภายในวันนี้ไม่ได้ ฉันได้ยินเสียงดึงฉีกออกด้วย แต่มันไม่หลุดง่าย เวลาในการผ่าตัดยาวนานเกินไป คุณหมอก็เริ่มเครียด.. ฉันเองก็มีลางตั้งแต่แรกว่าการผ่าตัดน่าจะยาก ฉันคิดว่า Gore-Tex น่าจะยึดติดแน่นมาก เพราะฉันมีนิสัยชอบดึงจมูกตัวเองออกบ่อย ๆ ตอนเด็ก ๆ ฉันมีปมเรื่องจมูกเชิด.. แต่พอเห็นเขาลำบากอยู่บนเตียงผ่าตัด แม้ฉันจะกึ่งหลับกึ่งตื่น ฉันก็รู้สึกทรมานเหมือนกัน... ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเชื่อ เชื่อว่าจะออกมาดี... แล้วฉันได้ยินเขาพูดว่า “โอ้~ ได้แล้ว” ด้วยน้ำเสียงโล่งใจ.. เขาบอกฉันว่าลำบากมาแล้วนะ ตอนนี้เอาออกหมดแล้ว,, ต่อไปจะเติมหนังแท้เข้าไปแล้วเย็บ...

ภายหลังเขาบอกว่าพังผืดยึดติดรุนแรงมาก จนคิดว่าวันนี้อาจทำไม่หมดในวันเดียว.. พอเปิดออกดู การอักเสบก็รุนแรงมาก แต่การอักเสบที่ดูเหมือนจะเอาออกไม่ได้กลับถูกเอาออกได้หมดเกลี้ยง.. เขาเคยบอกว่าถ้าเอาการอักเสบออกไม่ได้ ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องรออีกนาน แล้วค่อยผ่าตัดอีกครั้งเพื่อใส่หนังแท้... ฉันอธิษฐานหนักมาก สงสัยจะได้ผลค่ะ..ㅎㅎ คุณหมอบอกว่ารูปทรงจมูกออกมาดีกว่าที่คิด และตั้งแต่แรกสันจมูกของฉันแทบไม่มีอยู่แล้ว จึงไม่ได้ทำสันจมูกให้สูงมาก และเหมือนเขาจะพูดว่าต้องใช้หนังแท้มากกว่าที่คิด และดูเหมือนจะขาดไปเล็กน้อย.. เขาไม่ได้พูดชัดเจน แต่ฉันได้ยินแบบนั้น.. รูปทรงจมูกก็สำคัญสำหรับฉัน แต่ตอนนี้จมูกแข็ง ๆ ที่ทรมานฉัน และจมูกที่อักเสบจนเลือดกำเดาไหล หายไปแล้ว ฉันรู้สึกโล่งมาก,,, ไม่ต้องหรูหราก็ได้ ตั้งแต่แรกฉันแค่หวังให้เป็นจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่แปลกเท่านั้นเอง ฉันไม่ได้โลภมากตั้งแต่แรกค่ะ ตอนนี้เพิ่งผ่านไปสองวัน จึงทั้งบวม ช้ำ และวุ่นวายไปหมด แต่ทรงจมูกไม่แปลก แถมรู้สึกว่าได้จมูกสวยด้วยซ้ำ~ (ฉันบอกแล้วใช่ไหมคะว่าฉันไม่ได้โลภมาก?? ข้างบน ㅎㅎ) ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ฉันจะอัปโหลดรูปตอนสมบูรณ์อีกครั้งนะคะ..^^

ขอบคุณผู้อำนวยการที่ยกเลิกนัดของตัวเองทั้งที่มีนัดหลัง 5 ทุ่ม และผ่าตัดให้ฉัน... และฉันก็ขอบคุณสามีมากเช่นกัน ที่ตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่งต้องดูลูก ๆ ไปด้วย กระวนกระวายไปด้วยว่าทำไมฉันยังไม่ออกมา ต่อไปฉันจะรักจมูกของตัวเองให้มากค่ะ.. ฉันเคยเห็นที่ไหนสักแห่งในชุมชนนี้ว่า ต้องเรียนรู้วิธีรักตัวเองก่อน และคำนั้นเหมือนพูดกับฉันพอดีเลย..

และสิ่งที่ถูกเอาออกจากจมูกของฉัน สิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอด 12 ปีว่าเป็น Gore-Tex กลับเป็นซิลิโคนกับผนังกั้นจมูก Medpor ค่ะ อย่างอื่นฉันรู้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่มันไม่ใช่ Gore-Tex แต่เป็นซิลิโคน นี่มัน.. จะพูดอย่างไรดี,,, ถ้าเป็น Gore-Tex คงเอาออกยากกว่านี้ ฉันควรขอบคุณไหมคะ?? ฉันรู้ว่ามี Medpor อยู่ข้างในเพราะเกิดการอักเสบและด้านในมองเห็นออกมา!!

คนที่กำลังจะทำศัลยกรรมจมูกครั้งแรก ได้โปรดอย่าทำเลยค่ะ.. และถ้าใครทำไปแล้วและกำลังจะผ่าตัดแก้ ขอให้ระมัดระวังในการเลือกโรงพยาบาล และอาจจะดีกว่าถ้าไม่ใช้ยาสลบหลับ เพราะเหมือนฉัน แทนที่จะเป็น Gore-Tex ข้างในอาจเป็นซิลิโคน และ Medpor ที่ไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อ อยู่ก็ได้ค่ะ...

ถูกใจ 4

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้