ผ่าตัดครั้งแรกน่าจะประมาณปี 2011.. จมูกฉันไม่ได้เตี้ย แต่เครียดกับจมูกฮัมพ์มาก เลยฝืนผ่าตัดทั้งที่ครอบครัว เพื่อน และแฟนห้ามไว้ ฉันตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลใหญ่ที่แค่ได้ยินชื่อก็รู้จักกัน ค่าใช้จ่ายถูกกว่าที่อื่น เหมือนจ่ายไปประมาณ 2.4 ล้านวอนสำหรับการ削ฮัมพ์และใช้ซิลิโคน เสริมให้สูงขึ้น
หลังผ่าตัดครั้งแรก จมูกยาวขึ้นและโด่งขึ้นมาก ไม่ได้ชอบทรงมากนัก แต่ปัญหาจริงๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้น นั่นคือปฏิกิริยาสิ่งแปลกปลอมต่อซิลิโคน จมูกไม่ได้เจ็บ แต่รูปทรงค่อยๆ เปลี่ยนไปแปลกๆ ฉันรู้สึกไม่ยุติธรรมมาก ว่าเรื่องหายากแบบนี้เกิดขึ้นกับฉันคนเดียวหรือเปล่า ฉันผ่าตัดเพราะไม่ชอบจมูกฮัมพ์ แต่กลับขรุขระกว่าเดิม.. เวลาพนักงานบอกว่าถ้าทำจมูกคงสวย ข้างในฉันร้อนใจมาก แต่ก็แกล้งทำเหมือนเป็นจมูกฮัมพ์ที่ไม่เคยผ่าตัดแล้วปล่อยผ่านไป
จากนั้นฉันกลับไปโรงพยาบาลที่เคยผ่าตัดเดิม มีคนค่อนข้างเยอะ อยู่ในห้องรอเพื่อรับคำปรึกษาหรือผ่าตัด พอฉันบอกว่าเป็นคนที่เคยผ่าตัดที่นี่แล้วเกิดผลข้างเคียงแบบนี้ เขาก็พาไปปิดไว้ในห้องปรึกษาทันที แล้วผู้อำนวยการแพทย์ที่เคยผ่าตัดให้ก็เข้ามาและปิดประตู “ถ้าต้องการ เราจะเอาซิลิโคนออกให้ แต่ทำผ่าตัดแก้ให้ไม่ได้ ถ้าจะร้องเรียนก็เชิญ เราทำงานโดยมีสำนักงานกฎหมายใหญ่(?) ดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นต่อให้ไปถึงศาล บุคคลธรรมดาจะชนะคดียากมาก และทั้งคุณกับครอบครัวของคุณ จะได้รับความเสียหายทางการเงินและจิตใจอย่างมาก” เขาพูดประมาณนี้ ฉันแทบจะร้องไห้จริงๆ.. ถ้าเอาซิลิโคนออกที่อื่นต้องเสีย 1 ล้านวอน แต่ฉัน ไม่อยากฝากจมูกของฉันไว้กับโรงพยาบาลนั้นอีกแล้ว..
ฉันไปปรึกษาที่โรงพยาบาลใกล้ๆ ที่มีชื่อเรื่องผ่าตัดแก้ และหลังจากลังเลกับ ราคาที่สูง ก็决定ผ่าตัด ค่าเอาออก 1 ล้านวอน บวกกับตัดกระดูก ใช้หนังแท้ตัวเอง ลดปีกจมูก และผ่าตัดเสริมบริเวณฐานจมูก รวมแล้วน่าจะประมาณ 6-7 ล้านวอน ตอนนี้คิดดูแล้วฉันโลภจริงๆ โดนคำพูดของที่ปรึกษาชักจูง..ㅋ คงเพราะอยากให้เป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้ายจริงๆ และที่ผ่านมาใจฉันก็เหนื่อยมามาก การผ่าตัดเอาออกและผ่าตัดสร้างใหม่ทำห่างกัน 1 เดือน
ผ่าตัดเอาซิลิโคนออก.. โดยส่วนตัว การผ่าตัดนี้หนักที่สุดและ เหมือนฝันร้าย ฉันรู้สึกเหมือนถูกขูดออกอยู่ตลอด แถมยังรู้สึกเหมือนเลือดไหลลงคอตลอดเวลา... หลังวางยานอนหลับแล้วฉีดยาชาเฉพาะที่ จากนั้นปลุกขึ้นมากลางคัน ฉันไม่รู้ว่ายาชายังออกฤทธิ์ไม่พอหรืออะไร แต่ความรู้สึกตอนนั้น ยังชัดเจนจนถึงตอนนี้... เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ㅜ หลังผ่าตัดเอาออก ทรงดีขึ้นกว่าก่อนหน้า ฉันเลยลังเลนับร้อยครั้งว่าจำเป็นต้องรู้สึกแบบนี้อีกเพื่อผ่าตัดแก้จริงๆ ไหม แต่ฉันก็ยังไม่ชอบสันจมูกที่ดูทื่อเล็กน้อยหลัง削ฮัมพ์ออก และปีกจมูกที่ดูเหมือนถูกหนีบไว้ สุดท้ายเลยขึ้นเตียงผ่าตัดอีกครั้งตามแผน
พิมพ์ในมือถือแล้วปวดมือ แถมรูปก็อัปได้แค่รูปเดียว ตอนที่ 2 ไว้จะเขียนครั้งหน้านะคะ สิ่งที่ฉันอยากบอกคือ ผลข้างเคียงจากการทำจมูกอาจเกิดขึ้นกับตัวเราเอง ได้เหมือนกัน.. ฉันไม่เคยคิดเลยว่าร่างกายตัวเองจะไม่รับซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้กันทั่วไปขนาดนั้น พูดแรงๆ เลย ถ้าไม่ใช่ว่า “ถ้าไม่ทำจมูกจริงๆ คงตายเพราะปมด้อย” ฉันอยากห้ามไม่ให้ทำจมูก.. แต่ถ้าเป็นคนที่ตัดสินใจจะทำแล้ว ยังไงก็คงไม่ฟังคนอื่นและ ทำอยู่ดี (ฉันก็เป็นแบบนั้น..) แต่ลองคิดดู อีกสักครั้งเถอะค่ะ ดูเหมือนเป็นการผ่าตัดที่ไม่ง่ายจะจบในครั้งเดียว ㅎ ㅎ งั้นไว้ครั้งหน้า...
ถูกใจ 1