<ก่อน><หลัง>- ปมด้อย ปกติฉันมีคางร่นไปด้านหลัง และตัวขากรรไกรล่างเองก็ยาว ทำให้คางดูยาวยิ่งขึ้น + ไม่สมมาตร เพื่ออย่างน้อยให้คางร่นดีขึ้น ฉันเคยฉีดฟิลเลอร์ที่ด้านหน้าปลายคาง แต่เพราะแรงโน้มถ่วง ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งค่อยๆ ไหลลงล่าง ทำให้คางดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ก่อนผ่าตัด ฉันฉีดสลายฟิลเลอร์ แล้วคางก็ยิ่งถอยไปด้านหลังแทน แต่ก็เล็กลงนิดหน่อย ทว่าปลายคางยังยาวอยู่ดี - ไปโรงพยาบาลครั้งแรก ไปหลังจากอ่านรีวิวในชุมชนหนึ่ง โรงพยาบาลดูสะอาดและตกแต่งหรู เหมือนเพิ่งรีโมเดลใหม่ พนักงานใจดี และตอนปรึกษา ผู้อำนวยการชี้จุดที่เป็นปมด้อยได้อย่างแม่นยำ อธิบายขั้นตอนการผ่าตัดอย่างใจเย็น เป็นคนรับฟัง และไม่ได้เป็นสไตล์ที่คะยั้นคะยอเป็นพิเศษ - วันผ่าตัด มีเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ตั้งแต่วันก่อนก็หลับไม่สนิทเพราะครึ่งหนึ่งกลัว ครึ่งหนึ่งตื่นเต้น กินอาหารเน้นโปรตีนอย่างเนื้อและซาชิมิไว้เยอะๆ เพราะจะกินไม่ได้ไปสักพัก ตอนเข้าห้องผ่าตัดก็รู้สึกวุ่นวายไปหมด และเพราะเป็นการดมยาสลบครั้งแรก เลยกลัวมากจนถึงก่อนยาสลบเข้า รู้สึกปวดเส้นเลือดที่แขนแล้วก็หลับไป ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงพยาบาลเรียก และหลังผ่าตัดเสร็จคือช่วงที่ทรมานที่สุด ปวดก็ปวด แต่เพราะยาแก้ปวดแบบต่อเนื่องทำให้อาเจียนทั้งคืน เลยลำบากมากๆ (ตั้งใจว่าจะไม่ทำอีกแล้ว) ตอนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัด สภาพดูแย่มากจนโดนแซวว่าเหมือนปลาหน้าตาไม่ดี - หลังผ่าตัดสัปดาห์ที่ 1 จนถึงวันถัดจากผ่าตัดแทบไม่มีอาการบวมเลย แต่เป็นไปตามคาด วันถัดมาในกระจกมีใครเหมือนมนุษย์ขนมปังอยู่.. วันต่อมาก็บวมยิ่งขึ้น และถึงจุดพีค มากกว่าคางที่เจ็บ คือหน้าที่บวมหนักของฉันดูไม่สวยมากจนใจเจ็บกว่า ตอนนี้ประมาณวันที่ 6 แล้ว เหมือนอาการบวมถึงพีคไปแล้วและกำลังยุบลง ฉันเดินเล่นอย่างขยันและดื่มชาลดบวมด้วย - ความรู้สึกตอนนี้ ตอนนี้อาการบวมยังไม่ยุบหมด เลยยังไม่รู้ว่าถ้าเข้าที่สมบูรณ์แล้วจะเป็นยังไง แต่กำลังตั้งตารอ ความเจ็บปวดเป็นแค่ชั่วครู่ แต่มีหลายอย่างที่ต้องคอยทำตามเวลา เช่น สายรัดหน้า ประคบเย็น บ้วนปาก และต้องกินอาหารเหลวที่ไม่มีเนื้ออาหารนานถึง 2 สัปดาห์ เลยรู้สึกว่าเป็นการผ่าตัดที่มีความไม่สะดวกหลายอย่าง
โครงหน้า กรามเหลี่ยม ปลายคาง
รีวิวนี้เป็นรีวิวผ่าตัดที่มุ่งเน้นลุคธรรมชาติแต่สวยเด่น