ตอนนั้นใช้ทั้งเทปตาสองชั้นกับกาวติดชั้นตาแล้วรู้สึกรำคาญและอึดอัดมาก เลยตื้อแล้วตื้ออีกจนได้ทำแบบกรีดเมื่อ 6 ปีก่อน บอกตรงๆ ว่าฉันเสียใจกับการตัดสินใจนี้มาก อย่างแรกเลยคือเทปตาสองชั้นกับกาวติดชั้นตา.... ถ้าผิวหนังเปลือกตาไม่ได้ยืดออกมากขนาดนั้น ก็คงไม่ทำแบบกรีดแน่นอน ถ้าเป็นแบบเย็บซ่อน.. คงแก้ไขใหม่ทันทีไปแล้ว แต่พอเป็นแบบกรีดมันทิ้งรอยแผลเป็นไว้เยอะมาก เลยหาคลินิกแก้ไขใหม่เพราะแผลเป็นค่อนข้างยาก และก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีกว่าตอนนี้ เลยไม่ค่อยกล้าตัดสินใจทำแก้ไข แผลเป็นเข้มมาก แถมเพราะแผลเป็น เส้นชั้นตาก็เลยเป็นไปตามใจมันเลย ถึงจะมีรอยมีดอยู่ก็ไม่ได้ขึ้นตามแนวนั้น แต่มั่วไปหมด บางคนยังคิดว่า “อ๋อ คงทำเพราะแผลเป็นน่ะ~” แต่พอเห็นว่าตาไม่เท่ากันแล้วเส้นก็เละ ก็ยังมีแอบคิดว่า “หรือไม่ใช่?” ด้วย..ㅎㅎ ทั้งขำทั้งเศร้า.. ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตอนที่ยังติดเทปตาสองชั้นดูสวยกว่าด้วยซ้ำ ทุกเย็นพอล้างเมกอัพตาที่แต่งเข้มเพื่อปิดแผลเป็นกับเส้นชั้นตาที่ขรุขระออก แล้วมองกระจก ฉันจะถอนหายใจแรงๆ ทุกครั้งㅠㅠ เพื่อน 3 คนที่ทำช่วงเวลาเดียวกับฉัน มี 2 คนที่แผลหายดีแบบธรรมชาติจนแทบไม่เห็นรอย และอีก 1 คนก็ทำออกมาดี แต่ก็เครียดเพราะยังเห็นแผลเป็นอยู่ชัดๆ การศัลยกรรมมันเหมือนการเสี่ยงดวงจริงๆ แน่นอนว่าการเลือกคลินิกที่ดังและเก่งก็ถูกต้อง แต่ขอให้ลองปรึกษาหลายที่จริงๆ!! ของฉันเมื่อ 6 ปีก่อน แค่ไปปรึกษาที่ที่คนรู้จักแนะนำมา แล้วอีก 3 วันก็ทำเลย ㅠㅠ
ถูกใจ 0