รู้สึกเหมือนเพิ่งถือเซ็ตรูปดาราไปโรงพยาบาลเมื่อวันก่อนเอง แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วค่ะ จริงๆ แล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนฉันเคยทำทันตกรรมความงาม (ลามิเนตวีเนียร์) แล้วผู้จัดการที่นั่นเห็นว่าฉันกังวลเรื่องศัลยกรรมจมูกมาก.. (ทุกครั้งที่ไปหาหมอก็ยุ่งอยู่กับการระบายเรื่องจมูกที่ค้างคาใจ;;;) เลยแนะนำท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงในหมู่พยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง ว่าออกแบบใบหน้าเก่ง (โดยเฉพาะแบบธรรมชาติ)
(ขอเสริมว่า เขาว่ากันว่าการประเมินในหมู่พยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง สำคัญมากค่ะ ฉันที่ถูกสื่อกระแสหลักชักจูงไป 200% เคยมีภาพฝันยิ่งใหญ่มาก ตอนดูรายการอย่าง “Challenge Cindxxlla” แต่ความจริงแล้ว.. ได้ยินมาว่าถ้าทรงที่ต้องการไม่ออกมา ก็จะรีบใส่ฟิลเลอร์และโบท็อกซ์กันจนวุ่นก่อนถึงวันถ่ายทำ.. เรื่องเบื้องหลังน่าสนใจมากจริงๆ.. ไม่ใช่ว่าโรงพยาบาลดัง หรือโรงพยาบาลที่สื่อเชียร์ จะทำเก่งไปหมดทุกที่ เพราะฉะนั้นเลือกอย่างระมัดระวังนะคะ..)
ยังไงก็ตาม ฉันเชื่อคำพูดนั้นแล้วไปปรึกษาค่ะ เรื่องตา ฉันคิดหนักมากเรื่องเปิดหัวตา เปิดหางตา เปิดมุมตาบน ไปจนถึง S-line ใต้ตา (เขาเรียกว่าแพ็กเกจตาโตสินะ ㅎㅎ) แต่ผู้อำนวยการบอกว่าตาเดิมของฉันไม่ได้เล็ก และต่อให้ทำพวกนั้นก็เจ็บมาก แต่ผลลัพธ์ไม่ได้มากนัก ก็เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นแบบเย็บอย่างเดียว~! ฉันขอให้ทำเป็นชั้นตาแบบ in-out แต่คงต้องรอให้ยุบบวมก่อนถึงจะเห็นทรงชัดขึ้นสักหน่อยค่ะ
ส่วนจมูก เดิมทีจมูกของฉันแทบจะ ไม่สิ อยู่ระดับทีวีจอแบนเลย เลยขอให้ยกสูงให้ได้มากที่สุดแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ แต่พอดูความสูงของจมูกแล้ว ก็รู้สึกถึงข้อจำกัดของพื้นฐานเดิมอยู่บ้าง ㅠ ผู้อำนวยการบอกว่าถ้าโลภมากกว่านี้ ผิวจะรับไม่ไหว ㅜ (ถึงขั้นให้ดูรูปคนไข้ที่อยากได้จมูกแบบซออินยอง แล้วหลังผ่าตัด 1 ปีเกิดการอักเสบรุนแรงจนต้องผ่าตัดแก้ พร้อมอธิบายละเอียดเลย..)
การปลูกถ่ายไขมันเป็นหัตถการที่แพร่หลายมากในช่วงนี้ ฉันเลยฟังคำอธิบายเรื่องอัตราการติดของไขมันอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจค่ะ ยังไงก็ตาม ฉันคิดว่าตัดสินใจผ่าตัดได้ดีแล้วค่ะ ความรู้สึกคาดหวังว่าพอยุบบวมแล้วจะดีขึ้นก็ดีเหมือนกัน ㅎㅎ ผู้อำนวยการบอกตลอดว่าทำให้เป็นธรรมชาติจะไม่เหลือความเสียดายในภายหลัง ฉันเลยเชื่อแล้วตัดสินใจผ่าตัดค่ะ.^^: ฉันตั้งใจจะลดบวมให้เต็มที่ แล้วจะมาอัปโหลดรูปความคืบหน้าค่ะ คนอื่นๆ ที่ผ่าตัดแล้วก็สู้ๆ นะคะ^^
ถูกใจ 1