โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

ยอมรับเลยว่า 345 เก่งเรื่องศัลยกรรมโครงหน้ามาก,,

<พอคนอื่นถ่ายให้ทีไรก็เหมือนคนหน้าสี่เหลี่ยมตลอด เลยหงุดหงิดมาก> ได้ทำศัลยกรรมโครงหน้า 1 ประเภท คือผ่าตัดกรามเหลี่ยม ที่ 345 ซึ่งรอคอยมานาน! ตั้งแต่ก่อนหน้านี้กรามเหลี่ยมเป็นปมของฉันอยู่แล้ว เลยพยายามใช้ผมปิดบัง รูปถ่ายก็ต้องใช้แอปถ่ายเท่านั้น..

ไม่ชอบสุดๆ เวลาคนอื่นถ่ายแล้วออกมาแบบนี้ ถึงคนอื่นจะบอกว่าในชีวิตจริงไม่ขนาดนั้น แต่ฉันก็เครียดตลอด รู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว เลยตัดสินใจจองผ่าตัดกรามเหลี่ยมแบบค่อนข้างหุนหัน ก่อนจะไปปรึกษาที่ 345 ฉันเคยไปปรึกษาอีกโรงพยาบาลมาก่อนเหมือนกัน ราคาถูกกว่า 345 แต่ก็คิดว่าไม่ควรตัดสินใจจากแค่ครั้งเดียว เลยไปปรึกษาที่โรงพยาบาลถัดมาคือ 345 และอย่างแรกเลยคือผู้จัดการน่ารักมาก..

ระหว่างคุยรอบแรกกับผู้จัดการ กรอกแบบสอบถาม แล้วรออยู่ คุณหมอก็เข้ามาอธิบายหลายอย่างให้ฟัง ดูมั่นใจมาก แล้วฉันก็ไม่ได้เตรียมคำถามอะไรไปเลยแม้แต่ข้อเดียว แต่คุณหมออธิบายได้ละเอียดจนแทบไม่มีอะไรให้ถามต่อเลย เลยงงแทน จากนั้นเวลาก็ผ่านไปไวมากจนถึงวันผ่าตัด คืนก่อนผ่าตัด ก่อนถึงเวลางดอาหาร ฉันยัดทุกอย่างที่กินได้ใส่ปากแบบสุดฤทธิ์ เพราะอิ่มมากเลยกินต๊อกชิ้นสุดท้ายไม่ไหว เสียดายอยู่เป็นเดือน.. ถ้ามีคนชอบต๊อกอยู่บ้าง ต้องกินต๊อกเป็นมื้อสุดท้ายให้ได้นะ.... พอไปถึงโรงพยาบาลในวันจริง น่าแปลกที่ไม่สั่นไม่ตื่นเต้นเลย สงบมากเหมือนไปทำงานตามปกติ..? ฉันเองยังแปลกใจ สรุปคือเปลี่ยนเสื้อผ้า บ้วนปากด้วยน้ำยาสีแดง (รสชาติแย่มาก) ชั่งน้ำหนัก แล้วก็น่าจะขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัด สิ่งที่จำได้ตอนนั้นคือ ‘โห เมื่อวานกินอะไรไป ทำไมถึงน้ำหนักขึ้นมา 1 กก....’..... เขาแทงเข็มที่หนามาก เจ็บมาก.. แล้วก็เริ่มดมยาสลบ พูดว่าให้นับหนึ่งสองสาม~ ฉันนับได้แค่หนึ่ง.. สอง.. ก็หลับไป แล้วพอลืมตาก็ตื่นอยู่บนเตียงเลย

คนอื่นบอกว่ามีการพูดว่า “ตื่นขึ้นมา!! ตื่นขึ้นมา!!” อะไรทำนองนั้น แต่ฉันไม่มีความทรงจำนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว พอลืมตาก็อยู่บนเตียงแล้ว งงมาก.. พอตื่นขึ้นมาก็หนาวสุดๆ บอกเจ้าหน้าที่ว่าหนาวมาก เขาก็รีบเอาเครื่องเป่าลมอุ่นแบบช้างมาให้ แล้วก็อุ่นขึ้นทันทีจนร้อนเลย,,

น่าแปลกจริงๆ ฉันไม่ปวดหลังผ่าตัดเลย.. อาการปวดหัวจากยาสลบก็ไม่มีแม้แต่นิดเดียว ไม่ช้ำด้วย สิ่งที่ทรมานที่สุดคือการนั่งอยู่บนเตียงโดยไม่มีโทรศัพท์ แล้วก็เอาแต่มองนาฬิกากับกระพริบตา ตอนคุณหมอมาเดินตรวจ ฉันบอกว่า “หนูเบื่อจนจะตายอยู่แล้ว...” ท่านทำหน้าราวกับไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อน.. ก็หลับๆ ตื่นๆ ไปเรื่อย.. จนรอบตรวจครั้งที่สอง ฉันถามว่าสามารถดื่มน้ำได้ไหม แล้วก็ได้รับอนุญาต! คุณหมอยังบอกว่าฉันเหมือนคนไข้พักรักษาตัวนานๆ เลย.. ไม่เจ็บนะคะ,, ฉัน,, สรุปคือฉันยังดื่มน้ำจากขวดซอสแบบกรอกๆ แล้วก็เดินไปเอาโทรศัพท์ที่ห้องล็อกเกอร์ เข็นเสาน้ำเกลือไปด้วย~ พอมีโทรศัพท์ เวลาก็ผ่านง่ายขึ้นมาก นอนงีบสั้นๆ แล้วก็ได้ออกจากโรงพยาบาล!

อืม แนะนำให้นั่งแท็กซี่หรือให้รถของคนรู้จักมารับจะดีกว่า เพราะพันผ้าไว้ ถึงจะใส่หน้ากาก หมวกบัคเก็ต หรือหมวกฮู้ดก็ยังปิดไม่มิด! พอกลับถึงบ้านก็ล้มตัวนอนยาวทันที.. ฮู่ว โห บวมไม่ธรรมดาเลย...? อาการบวมพีคจนถึงวันที่ 4 หลังผ่าตัด.. เหมือนปลาปักเป้ากำลังโกรธแล้วพองฟู.. เหมือนมีมเจ้าหมาถูกผึ้งต่อย...

จริงๆ จนถึงวันที่ 4 ก็ไม่ได้ทำอะไร และก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ของกินก็แทบไม่มี ได้แต่ดื่ม.. Newcare Diabetes Plan รสวอลนัตแบบมินิ << อร่อย! ซุป Ottogi โจ๊กเนื้อกับผักของ Bonjuk ที่ปั่นละเอียดมาก และโจ๊กฟักทอง ประมาณนี้ที่กิน ตั้งแต่วันที่ 5 เป็นต้นไปก็กินของที่เป็นน้ำซุปแล้ว ซุปสาหร่ายที่ไม่มีสาหร่าย.. ต้มซี่โครงที่ไม่มีซี่โครง.. แล้วก็เอาคาสเทลล่าไปแช่นมกิน (ที่สุด) สำหรับฉัน.. เรื่องกินคือสิ่งที่ลำบากที่สุดจริงๆ... ตั้งแต่วันที่ 5 ฉันก็ออกไปข้างนอก นัดเจอคน แล้วก็ไปทำงานหมดเลย!

พออาการบวมยุบลงนิดหน่อย ฉันก็มักจะพูดติดปากว่า “ตอนนี้บวมยุบไปเยอะแล้วใช่ไหม!!!” พอไปตรวจตอนครบ 2 สัปดาห์ คุณหมอบอกว่าบ้วนปากได้ดีมาก เลยภูมิใจ! (จริงๆ ฉันก็ไม่ได้ขยันขนาดนั้นหรอกนะ เฮะๆ) เป็นความลับกับคุณหมอทั้งหลาย แต่ฉันยังไปสนามเบสบอลแล้วกินเฟรนช์ฟรายส์แบบเคี้ยวจริงๆ ด้วย.. กินริซอตโต้ด้วย.. แถมยังแกะเอาแป้งทอดของไก่ทอดออกมากิน... ก็ค่อยๆ กินไป.. ตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว และเรื่องกินกับแปรงฟันไม่ได้ก็น่าจะลำบากที่สุด แต่ทนอีกแค่ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนกันไปก่อนนะ เห็นได้ชัดว่าอาการบวมเริ่มยุบลงนิดหน่อยแล้ว แนวกรามก็เริ่มเห็นขึ้นมาแล้ว ฮึ่ก พอนึกว่ายังจะยุบลงได้อีกทุกวันก็ยิ่งตื่นเต้น....!!!!!!!

รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้