ตกลงกันว่าจะใช้ซิลิโคนทรงกลม แต่เพราะฉันมีภาวะอกนูน เลยตกลงว่าจะใช้ซิลิโคนที่ฐานแคบและมีความพุ่งสูงค่ะ เพราะยังไม่แต่งงาน เลยรู้สึกลำบากใจนิดหน่อยที่จะทำทางปานนม จึงตกลงว่าจะผ่าทางรักแร้ แต่พอตื่นจากการวางยาสลบนานๆ กลับพบว่าเขาใส่ผ่านทางปานนมไปแล้วค่ะ
โดยไม่ได้รับความยินยอมจากฉันเลย... เขาบอกว่าพยายามใส่ทางรักแร้แล้ว แต่ถุงซิลิโคนใส่เข้าไปไม่ดี เลยทำทางปานนม...... รักแร้ข้างหนึ่งคงแค่กรีดแล้วเย็บไว้ แผลหายแบบพอมองไม่ค่อยเห็น แต่อีกข้างกรีดไว้ประมาณ 10 เซนติเมตร ตำแหน่งแผลรักแร้ก็น่าตกใจมากค่ะ ไม่ได้กรีดตรงบริเวณที่ขนรักแร้ขึ้น แต่กรีดตามเส้นรักแร้ที่ต่อจากใต้ปลายกระดูกไหปลาร้าเวลายืนตรง เพราะอย่างนั้นไม่เพียงแต่เห็นชัด 100% แผลยังแยกอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายก็หายไปทั้งที่แผลยังแยกอยู่ ㅠ สุดท้ายบริเวณที่กรีด 10 เซนติเมตรต้องผ่าตัดแก้แผลเป็นตอนครบ 6 เดือน และถึงแม้จะไม่ได้ใช้แขนเลย 2 สัปดาห์ มันก็แยกอีกครั้งตั้งแต่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ด้านนอกเหลือแค่ผิวบางๆ คลุมไว้ และยังมีรอยแดงเหลืออยู่มาก... ฉันคงยอมแพ้ แล้วภายหลังค่อยไปสักทับแผลเป็น...
เรื่องนั้นช่างมันก่อน ส่วนปานนม...เขากรีดเกินครึ่งไปมาก แผลก็เลยแยกอยู่เรื่อยๆ เหมือนกัน ตรงนี้ก็หายทั้งที่แผลแยกอยู่..มองจากด้านข้างแล้วทรงมันนูนปูดออกมา พูดง่ายๆ คือใครเห็นร่างกายฉันก็ตกใจ ช็อก และพูดไม่ออกกันหมดค่ะ ผู้อำนวยการที่ผ่าตัดให้ดูเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ ยิ่งทำให้ฉันเสียใจ รู้สึกไม่เป็นธรรม และมีแต่ความเกลียดสะสมมากขึ้น ถ้าขอให้รักษา ก็ทำเลเซอร์กับฉีดสเตียรอยด์ให้หนึ่งเข็ม ถ้าเขาอารมณ์ไม่ดี ก็ยังทำท่ารำคาญด้วยค่ะ ชีวิตฉันตอนนี้พังจนถ้าเลิกกับแฟนคนปัจจุบัน ก็คงคบคนอื่นไม่ได้แล้ว.. (แฟนปัจจุบันรู้เรื่องทั้งหมดค่ะ)
เสียใจจริงๆ เสียใจแล้วเสียใจอีก อยากย้อนกลับไปก่อนทำหน้าอก... อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่สุดอย่างพังผืดหดรัด เลยเอาเรื่องนั้นมาปลอบใจแล้วพยายามใช้ชีวิตอยู่.. ถ้าทรงสวยมากก็ยังพอมีหวังบ้าง แต่นี่ข้างหนึ่งยังเกิดริปปลิงอีก ㅡㅡ บอกว่ารอดูแล้วจะดีขึ้น แต่นี่ผ่านมาปีกว่าๆ แล้วก็ยังเหมือนเดิมค่ะ ไม่ถามด้วยซ้ำว่าริปปลิงดีขึ้นไหม และไม่สนใจเลย
เพราะถ้าทำที่ที่ฉันทำงานอยู่ก็น่าจะทำได้ถูกกว่า เลยไม่ได้คิดถึงที่อื่นมากนัก ก่อนฉันทำ ฉันเห็นเคสผ่าตัดของพนักงานและคนไข้คนอื่นๆ ถึงใช้ถุงทรงกลมก็ออกมาเป็นทรงหยดน้ำสวย และวิธีผ่าตัดก็เป็นวิธีที่บอกว่าจะไม่เกิดพังผืดหดรัดอย่างแน่นอน เรื่องอื่นไว้ทีหลัง แต่ฉันเชื่อเรื่องนั้นมากจึงตัดสินใจทำค่ะ แต่ ถึงจะไม่เกิดพังผืดหดรัด แต่กลับโดนเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดแทงข้างหลังอย่างแรงจนตั้งสติไม่อยู่เลยค่ะ
แล้วหลังจากฉันผ่าตัด ฉันก็ได้เห็นคนที่เคยผ่าตัดหน้าอกที่โรงพยาบาลนี้มาก่อนหลายคนต่อๆ กัน ทุกคนถูกกรีดในตำแหน่งแปลกๆ เหมือนฉัน และแผลหายทั้งที่ยังแยกอยู่ ถ้าได้เห็นเรื่องนั้นตั้งแต่แรก ฉันคงไม่มีทางผ่าตัดเด็ดขาด................
จริงๆ......ฉันรู้ซึ้งถึงกระดูกเลยว่าเรื่องแบบนี้ ถึงจะเสียเงินก็ควรไปทำที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง
ฉันใช้ชีวิตโดยพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่คิดถึงเรื่องนี้ และไม่มองแผลเป็นที่เหลืออยู่บนร่างกาย เพราะแค่คิดก็โกรธ อยากร้องไห้ เหมือนจะเป็นบ้า และทรมานมากค่ะ ฉันจะรักษากับผู้อำนวยการคนนั้นไปจนกว่าจะแก้ไขได้... แต่ก็คิดเหมือนกันว่าไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ ㅠ... รักแร้อาจสักปิดได้ แต่แผลเป็นที่ปานนมจะสักปิดได้ไหม ㅠㅠ คิดว่ามันคงแปลก และคงไม่เข้ากันด้วย...
เก็บกดและทุกข์ใจมากว่าหนึ่งปี เลยมาลองเขียนระบายไว้ที่นี่ค่ะ
ถูกใจ 2