รูปด้านซ้ายคือก่อนผ่าตัด ส่วนด้านขวาคือหลังผ่าตัด 6 เดือน เหตุผลที่ถ่ายภาพหลัง 6 เดือน เพราะว่ากันว่าหนังแท้หลังผ่าตัดมีอัตราการดูดซึมประมาณ 70~80% ดังนั้นทุก 3 เดือนต้องไปโรงพยาบาลเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องฉีดหนังแท้เพิ่มหรือไม่ โชคดีที่ผมไม่เคยฉีดเพิ่มเลย เมื่อดูรีวิวรูปของคนอื่น หากเป็นกรณีผ่าตัดด้วยหนังแท้ อย่างน้อยควรดูรูปหลัง 6 เดือน รูปที่ลงก่อนหน้านั้นไม่มีความหมายอะไรเลย ใช้รูปของผมเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ครับ ผมเป็นผู้ชายวัยกลาง 30 ครับ เดิมทีจุดประสงค์ของการผ่าตัดจมูกคืออยากให้เวลามองจากด้านหน้าไม่เห็นรูจมูก แต่พอไปปรึกษาหลายโรงพยาบาลจริงๆ แล้ว นอกจากเรื่องนั้น ยังมีส่วนระหว่างหัวคิ้วที่ค่อนข้างบุ๋มเข้าไป และมีฮัมพ์เล็กน้อยด้วย ผมอาจจะใช้ชีวิตโดยมองแต่ด้านหน้ามาตลอดเลยไม่รู้สึก แต่เวลาคนอื่นมอง เขาก็มองด้านข้างเยอะเหมือนกัน ทำให้เริ่มกังวลกับด้านข้างโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งจมูกผมค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับรูปหน้า ดังนั้นในเดือน 9 ปี 2011 ผมจึงผ่าตัดที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเรื่องหนังแท้ตนเอง เมื่อดูรูปผลลัพธ์ และในความเป็นจริงด้วย ด้านข้างผมพอใจมากถึงขั้นใกล้สมบูรณ์แบบจริงๆ คุณหมอเองทุกครั้งที่ดูจมูกผมก็ยิ้มอย่างพอใจ และพยาบาลที่เข้าร่วมผ่าตัดด้วยกันก็พูดทันทีหลังผ่าตัดเสร็จว่าทำได้ดีมาก มองแวบเดียวก็รู้ ซึ่งจริงๆ แล้วด้านข้างผมพอใจมาก ภาพลักษณ์ของผมก็ออกจะดูอ่อนโยนเกินไปสำหรับผู้ชาย จึงมักถูกคนเอาเปรียบบ่อย เจอแต่คนแปลกๆ อยู่บ่อยๆ และเสียหายมาก จนสุดท้ายคิดจริงจังถึงขั้นผ่าตัด และในที่สุดก็ได้ทำแบบนี้ จมูกก็ดูโด่งชัดขึ้นกว่าเดิม สันจมูกก็มีขึ้น ไลน์ก็สวยขึ้น ทุกอย่างดีมากจริงๆ แต่รูจมูกกลับเห็นชัดขึ้น คุณหมอบอกตลอดว่าใช้กระดูกอ่อนใบหูเพื่อลดปลายจมูกลง จึงไม่น่าจะเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายเมื่อเปรียบเทียบรูปก่อนและหลัง ผมคิดว่าความคิดของผมถูก หากดูละเอียดจะรู้ว่า ในกระบวนการลดจมูกลง ขอบปีกจมูกซึ่งอยู่ในทิศทางตรงข้ามโดยสัมพันธ์กันถูกยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าจมูกเชิดขึ้น แต่เป็นเพราะขอบปีกจมูกยกขึ้นจึงเห็นรูจมูก แน่นอนว่าไม่ได้กระทบต่อการใช้ชีวิต และเวลาคนอื่นมองก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องรูจมูกที่เห็นเลย แต่จุดประสงค์ใหญ่ของการผ่าตัดคืออยากให้เห็นรูจมูกให้น้อยที่สุด กลับกลายเป็นว่าขอบปีกจมูกยกขึ้นทำให้เห็นมากขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นแม้ด้านข้างจะออกมาดีมาก แต่พูดตรงๆ ผมไม่ได้พอใจขนาดนั้น ดูเหมือนที่นั่นจะเชี่ยวชาญหนังแท้ตนเอง แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องลดขอบปีกจมูกลง อย่างไรก็ตาม เมื่อดูรูปก่อนและหลังผ่าตัดของคนอื่น ก็มีคนที่รูจมูกลดลงและเห็นน้อยลงด้วย โครงสร้างจมูกของแต่ละคนต่างกัน เลยเหมือนว่าปรากฏการณ์นี้เกิดกับผมคนเดียว แต่ยังไงก็ยังคิดหนักว่าควรอยู่แบบนี้ต่อไปหรือไม่ ถึงอย่างนั้นด้านข้างก็ผ่าตัดออกมาดีมาก คุณหมอบอกว่าอยากนำรูปของผมไปใส่ในเอกสารบทความวิชาการภาษาอังกฤษต่างประเทศ และขอความยินยอม ดังนั้นในวันที่ครบ 6 เดือน ผมจึงไปโรงพยาบาล เซ็นชื่อแล้วกลับมา ได้ยินว่ามีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการลดขอบปีกจมูกและลดรูจมูกอยู่ต่างหาก ผมจึงไปที่ที่มีชื่อเสียงมา 1 แห่ง เขาบอกว่าสามารถลดลงได้ แต่เพราะเนื้อปีกจมูกของผมค่อนข้างบาง ร่องรอยที่ติดกระดูกอ่อนใบหูอาจมองทะลุเห็นได้ และจมูกอาจดูทู่ขึ้นกว่าก่อนผ่าตัดเล็กน้อย ถ้าเป็นเช่นนั้น ภาพลักษณ์จะดูอ่อนโยนกว่าเดิม จุดประสงค์การผ่าตัดของผมคือกำจัดภาพลักษณ์อ่อนโยนให้มากที่สุด แต่พอบอกว่ารูปทรงจมูกหลังผ่าตัดอาจเปลี่ยนรูปได้ก็ทำให้ลังเล และค่าผ่าตัดในกรณีของผมเป็นการแก้ซ้ำ จึงเพิ่มอีก 1 ล้านวอน เป็น 5 ล้านวอน ผู้จัดการที่ปรึกษาก็ดูจมูกผมแล้วบอกว่าไม่แนะนำให้ผ่าตัด และบอกว่าในบรรดาคนที่มาเยี่ยม ประมาณ 1 ใน 2 คนจะถูกส่งกลับไปเฉยๆ พอเห็นว่าคนอื่นหลังผ่าตัดก็มีกรณีที่รูจมูกเห็นน้อยลงกว่าเดิม ดูเหมือนว่ามีแต่จมูกผมที่มีลักษณะไม่ดี แม้ทำผ่าตัดแบบเดียวกัน ผลลัพธ์ก็น่าจะแตกต่างกันตามรูปทรงจมูกของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ใครที่จะทำหนังแท้ตนเอง+กระดูกอ่อนใบหู หรือผ่าตัดลดขอบปีกจมูก ลองใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงนะครับ
ถูกใจ 1