ฉันผ่าตัดวันที่ 29 มีนาคมค่ะ ปรึกษาเสร็จ.. ถ่าย CT แล้วก็ตัดสินใจทันทีเลย.. ภายใน 3 วัน -_-;; ผ่าตัดตอนเช้า ว้าว.. ออกแบบเสร็จแล้ว เดินตามผู้จัดการไป อาบลม แล้วดมยาสลบแบบหลับ พอตื่นขึ้นมา... ตั้งแต่นั้นคือความทรมานที่สุดที่เคยรู้สึกมาในชีวิตเลยค่ะ ถ้ารู้ว่าการดมยาสลบทั่วร่างกายเป็นแบบนั้น คงไม่ทำ.. คงไม่ทำ.. คงไม่ทำ.. ตลอด 3 วันเต็ม ฉันคิดแบบนั้นอยู่ในใจ.. ทุกครั้งที่หายใจ กลิ่นแก๊สเหม็นคลื่นไส้ก็พุ่งเข้ามา และไอก็ ออกมาเอง แต่พอไอ อาการเจ็บคอก็พุ่งถึงขีดสุด เลยต้องกลั้นไว้.. เสมหะที่ทะลักขึ้นมาก็บอกให้กลืนลงไป ;;;ㅜㅜ เพราะยาสลบเลยง่วงมาก แต่เขาบอกว่าถ้าหลับอาจตายได้ ฉันเลยเสียบสายน้ำเกลือแล้วเดินตลอด เดินแล้วเดินอีก ลาดตระเวนตามทางเดิน ในวอร์ดโรงพยาบาล.. คนไข้ที่เดินเป็นแถวตามหลังฉันประมาณ 7 คน... น่าจะได้.. ฉันตกใจจริงๆ ที่ในโรงพยาบาลเดียว ในช่วงครึ่งวันหนึ่งวัน มีคนทำผ่าตัดที่หนักขนาดนี้ หรือหนักกว่านี้อย่าง ผ่าตัดสองขากรรไกร หรือโหนกแก้ม+V-line มากขนาดนี้ เดินอยู่แท้ๆ ความง่วงก็ถาโถมมา ต้องจับกำแพงยืนไว้.. แล้วพอผ่านไปจริงๆ 5 ชั่วโมง 30 นาที ก็ไม่ง่วงแล้วค่ะ.. ความกระหายน้ำกับความลำบากในการหายใจช่วงนั้นคือ ㅜㅜ ประมาณว่า “ฉันจะตายไหม?” ระดับนั้นเลยค่ะ.. หลังจากนั้นสิ่งที่ลำบากมีแค่เจ็บคอกับเสมหะ.. แล้วก็มียาฉีด 15 อย่าง (ยาฉีดผ่านสายน้ำเกลือ) ฉันคิดจริงๆ ว่าคนไม่รู้อะไรเลยก็เลยกล้า แล้วตอนกลางคืนก็หัวเราะคนเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า -_- ดูเหมือนทุกคนไม่ได้ซมเหมือนฉัน บางคนเหมือน บินไปมาตามทางเดิน เสียงก็เหมือนออกมาได้ปกติ.. บางคนมีไข้ และดูเหมือนลำบากกว่าฉันอีก ยังไงตอนนั้นฉันก็อิจฉาคนสุขภาพดีค่ะ.. หลังออกจากโรงพยาบาลก็ไม่มีอะไรลำบาก แค่บวมค่ะ.. บวมหนักมาก เลยไปคอร์สดูแลลดบวมที่คลินิกแพทย์แผนเกาหลี ไปสองครั้ง พอมาถึงวันนี้วันที่ 9 บวมยุบไปมากจนแทบไม่รู้ว่าผ่าตัดมา.. คนเรานี่เปลี่ยนใจง่ายจริงๆ พอมองกระจก เห็นว่าพื้นที่ช่วงล่างของใบหน้าลดลง สิ่งที่เคยพูดซ้ำๆ ว่า คงไม่ทำ.. คงไม่ทำ.. ก็เริ่มน่าสงสัยขึ้นมา ;; คนที่จะผ่าตัด.. ดูแลสภาพร่างกายให้ดีแล้วค่อยผ่าตัดนะคะ ขอให้สำเร็จแน่นอนค่ะ! คนที่ทำแล้วก็ขอให้ได้ผลลัพธ์ที่พอใจนะคะ
ถูกใจ 0