โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo

ฉันถอดซิลิโคนจมูกแล้วค่ะ (หวังว่าทุกคนที่จะถอดจะมีกำลังใจนะคะ..)

ก่อนถอดซิลิโคน ฉันได้แต่คอยอ่านในชุมชนหนึ่งอยู่หลายเดือน หลังจากถอดแล้ว ฉันหวังว่าจะเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังทุกข์ใจเหมือนฉันได้แม้เพียงเล็กน้อย เลยลองเขียนโพสต์แบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตค่ะ

ฉันทำศัลยกรรมแบบพื้นฐานที่สุด? คือซิลิโคน + กระดูกอ่อนใบหูที่ปลายจมูกค่ะ ตอนแรกฉันอยากให้มันดูธรรมชาติเหมือนฟิลเลอร์จริงๆ และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศัลยกรรมเลย.. ฉันคิดว่ามันจะทำให้ดูไม่ออกและเป็นธรรมชาติได้จริงๆ แต่หลังผ่าตัด ภาพลักษณ์ของฉันเปลี่ยนไปค่ะ เมื่อมองด้านข้าง พอปลายจมูกยุบบวมแล้ว มันเชิดขึ้นมากเกินไป.. ฉันกลัวว่าจะมีคนสังเกตเห็น.. รู้สึกเหมือนทุกคนมองแต่ปลายจมูกของฉัน.. ก่อนผ่าตัด ดวงตาของฉันค่อนข้างโตอยู่แล้ว เหมือนเคยทำศัลยกรรมมา จึงเคยมีคนชมว่าตาสวย แต่หลังผ่าตัด สิ่งแรกที่ได้ยินกลับเป็นคำถามว่าไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า..ㅜㅜ ฉันก็ไม่ชอบความรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอมด้วย.. ฉันได้แต่เริ่มหาข้อมูลเรื่องการถอดอย่างจริงจัง และเมื่อไม่กี่วันก่อน ในที่สุดก็ถอดออกแล้วค่ะ!!

เพื่อถอดออก ฉันไปโรงพยาบาลที่เคยผ่าตัดให้เป็นที่แรก เขาพูดว่า “สวยอยู่แล้ว ทำไมถึงจะถอดล่ะ” “ผ่าตัดมา 5 ปีแล้ว เลยไม่มีรูปก่อนผ่าตัดและข้อมูลของคุณแล้ว” (แค่ผ่านไป 5 ปีถึงกับลบประวัติทั้งหมดเลยเหรอ.. งงมาก..) “จมูกอาจยุบได้ แต่ถ้ายังอยากถอด ค่าใช้จ่าย 1.4 ล้านวอน แต่จะลดให้เหลือ 700,000 วอน” อะไรทำนองนั้น การปรึกษาก็สั้นและทำแบบขอไปที... ฉันได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองพังลง.. พูดสั้นๆ คือเป็นสไตล์ที่ยินดีต้อนรับเฉพาะตอนจะผ่าตัด แต่ไม่สนใจเรื่องหลังจากนั้น.. ฉันเลยคิดว่าปล่อยให้คนนี้ทำให้อีกไม่ได้แน่ๆ แล้วไปหาโรงพยาบาลอื่นค่ะ

**ทุกคนที่กำลังหาโรงพยาบาลอยู่ ต้องมีคุณหมอที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ แน่นอนค่ะ ขอให้เชื่อและค่อยๆ หาข้อมูลอย่างใจเย็นนะคะ** สุดท้ายฉันตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมแก้ที่พี่สาวแท้ๆ ของฉันเคยไปแก้มา (เป็นคลินิกแถวบ้าน เลยไม่ค่อยสะดุดตาฉันเท่าไร..) เดิมฉันผ่าตัดแบบเปิด จึงถอดด้วยวิธีเปิดเช่นกันค่ะ คุณหมอมีความภาคภูมิใจในงานของตัวเอง และเรื่องที่มั่นใจจริงๆ ก็พูดชัดว่ามั่นใจ (ไม่ใช่สไตล์ที่บอกว่าไม่เป็นไรแน่นอนแบบให้ความหวังลมๆ แล้งๆ) คุณหมอเข้ากับฉันได้ดีมาก ฉันเลยนัดวันผ่าตัดทันทีและทำเลยค่ะ โรงพยาบาลนี้ไม่ได้ใช้ยาสลบแบบหลับ แต่ใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณเล็กมากค่ะ คุณหมอบอกว่าช่วงนี้มีข่าวไม่ดีออกมามาก (เห็นว่ามีโรงพยาบาลที่ให้ยาสลบแบบหลับแล้วให้พยาบาลผ่าตัดด้วย..;;;;) ระหว่างผ่าตัด ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณหมอให้ฉันดูกระจกเป็นระยะๆ เพื่อให้ฉันตรวจเช็กเอง รับฟังทุกอย่างที่ฉันต้องการ และยังช่วยแก้รอยแผลจากการผ่าตัดเปิดครั้งแรกให้ด้วย คุณหมอโกรธและพูดว่าเย็บลวกๆ แบบนี้จนทำให้เกิดแผลเป็นได้ยังไง.. ฉันเคยคิดว่าถ้าผ่าตัดแบบเปิดก็จะเหลือรอยประมาณนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เลยค่ะ..ㅠㅠ และสิ่งที่ทำให้ฉันโกรธโรงพยาบาลที่ผ่าตัดครั้งแรกมากที่สุดคือ!!!!!!!!!!!!!!! เขาควรจะเหลาซิลิโคนให้พอดีกับกระดูกจมูกของฉันแล้วใส่เข้าไป แต่กลับใส่ซิลิโคนดิบๆ โดยกรอกระดูกจมูกของฉันแทน...ㅠㅠ (คุณหมอบอกว่าสาเหตุที่ปลายจมูกดูชัดเป็นพิเศษ ก็เพราะใส่กระดูกอ่อนใบหูหนามากและค่อนข้างรุนแรง..ㅜㅜ) ทันทีที่ถอดซิลิโคนออก คุณหมอก็ให้ฉันดูซิลิโคน แล้วบอกให้ฉันดูกระจกสักครู่ พอดูแล้ว ว้าว.. จมูกของฉันข้างหนึ่งยุบลึกลงไป เหมือนดินน้ำมันที่ถูกนิ้วกดลงแรงๆ.. ฉันเลยถามว่า “คุณหมอคะ แล้วฉันจะทำยังไง..” คุณหมอก็ถามว่า “ไม่อยากใส่ซิลิโคนใช่ไหม?” ฉันตอบว่า “ใช่ค่ะ ต่อให้ตายก็ไม่อยากใส่..” คุณหมอจึงเอากระดูกอ่อนในจมูกของฉันมาแกะเป็นรูปเหมือนซิลิโคนแล้วใส่ให้ค่ะ! (คุณหมอบอกว่าแทบไม่มีโรงพยาบาลไหนผ่าตัดแบบนี้ เพราะยุ่งยาก และส่วนใหญ่จะเลือกใส่ซิลิโคนหรือไขมันก่อน) พอฉันบอกว่าอยากให้ปลายจมูกนิ่มด้วย คุณหมอบอกว่าสามารถทำให้เป็นผงเพื่อให้นิ่มมากๆ ได้ และถ้าใส่บางๆ ก็จะไม่เห็นชัด ฉันเลยเชื่อคุณหมอทั้งหมดและฝากให้คุณหมอจัดการค่ะ

คุณหมอถามอยู่เรื่อยๆ ว่านี่โรงพยาบาลไหนกันแน่ บอกว่าเป็นโรงพยาบาลที่ผ่าตัดโดยไม่คิดถึงผลหลังจากนั้นเลย และอยากรู้ว่าเป็นใคร.. คุณหมอโกรธแทนฉันยิ่งกว่าฉันอีกค่ะㅠㅠ หลังผ่าตัดก็ปลอบให้ฉันสบายใจตลอด และบอกว่าถ้าบริเวณที่ยุบไม่ขึ้นรูปทรงดี คุณหมอจะรับผิดชอบด้วยฟิลเลอร์หรือไขมันให้ ฉันจึงรู้สึกขอบคุณมากค่ะ มันแทบจะเหมือนการผ่าตัดแก้ จึงควรต้องจ่ายค่าแก้ แต่คุณหมอทำทุกอย่างให้ในราคาถอดทั่วไป..

และสิ่งที่ฉันชอบคุณหมอที่สุดคือ ถ้าสภาพร่างกายไม่ดีแม้เพียงเล็กน้อย คุณหมอจะไม่ผ่าตัด และในวันที่ผ่าตัด คุณหมอจะโฟกัสเฉพาะผู้ป่วยคนนั้น ไม่รับปรึกษาคนอื่นเลย.. คุณหมอไม่โลภ ไม่มีผู้จัดการให้คำปรึกษาอะไรแบบนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบคุณหมอทำเองทั้งหมดค่ะ..

ตอนนี้เป็นวันที่ 4 แล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปอาการบวมก็ยิ่งลดลง จมูกนิ่มขึ้น ปลายจมูกดูเป็นธรรมชาติ และฉันพอใจมากค่ะ แน่นอนว่าต้องรอดูเมื่อเวลาผ่านไปมากกว่านี้ แต่ฉันรักจมูกของตัวเองที่ไม่มีซิลิโคนน่าขยะแขยงนั้นมาก และรู้สึกขอโทษมันค่ะ รูจมูกข้างหนึ่งรู้สึกเบาขึ้น หลังผ่าตัดก่อนหน้านี้มักอุดตันง่าย ฉันไม่เคยรู้เลยว่าการหายใจจะสดชื่นได้ขนาดนี้..

ทุกคนที่กำลังคิดจะถอด ขอให้มีกำลังใจจริงๆ นะคะ และก่อนถอด คงกังวลมากและลำบากใจมากใช่ไหมคะ? กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย กังวลว่าจะกลายเป็นใบหน้าที่สาม เรื่องต่างๆ ทำให้นอนไม่หลับและไม่อยากพบผู้คน.. ฉันก็ผ่านมันมาได้แล้วค่ะ! ทุกคนก็ผ่านมันไปได้แน่นอนค่ะ ขอให้ได้เจอคุณหมอที่มีจรรยาบรรณ ละเอียดรอบคอบ และดีเหมือนฉันนะคะ ไม่ใช่ว่ามีชื่อเสียงและรีวิวดีก็จะเป็นโรงพยาบาลที่ดีเสมอไป.. และฉันเองก็เคยอ่านในชุมชนแล้วกลัวมากจากการเห็นคนที่ถอดแล้วไม่เป็นไปด้วยดี.. ถ้ากำหนดวันผ่าตัดถอดไว้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ไม่ดูก็จะสบายใจกว่านะคะ

สุดท้าย สิ่งที่ฉันอยากบอกจริงๆ คือ ฉันก็ทำศัลยกรรมแบบทั่วไป เลยคิดว่าจะจบง่ายๆ แต่พอถอดซิลิโคนออก ข้างหนึ่งกลับยุบลง.. ฉันไม่เคยจินตนาการเลยว่าจมูกข้างหนึ่งของฉันถูกกรอแล้วผ่าตัดไว้แบบนี้ พอนึกถึงจมูกของตัวเองที่ยุบลงแบบนั้น ก็รู้สึกน่ากลัวจริงๆ.. แบบนี้แหละค่ะ ใครๆ ก็อาจมีตัวแปรเกิดขึ้นได้จริงๆ เหมือนฉัน และทั้งแพทย์ที่ผ่าตัดให้ แพทย์คนอื่นๆ รวมถึงตัวเราเอง ก็ไม่มีทางรู้แน่นอนจนกว่าจะเปิดจมูกดู อย่าจินตนาการไปเอง นอนไม่หลับ และเศร้าอยู่คนเดียวเพราะสภาพจมูกที่ยังไม่รู้นั้นเลยนะคะ เวลาถอด ขอให้ฝากใบหน้ากับคนที่จะรับผิดชอบคุณได้แม้มีตัวแปรเกิดขึ้น แล้วทำใจให้สบายค่ะ แม้แต่คนขี้กลัวอย่างฉันก็ผ่านมันมาได้แล้ว!! ฉันหวังจากใจจริงว่าบทความนี้จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อ่านได้แม้เพียงเล็กน้อย ทุกอย่างจะต้องออกมาดีแน่นอนค่ะ สู้ๆ นะคะ!!

ถูกใจ 1

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้