เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านมา 10 เดือนแล้วตั้งแต่ผ่าตัดครับ พอผมเข้าสู่ช่วงวัย 30 กลาง ๆ หนังตาก็ค่อย ๆ ตกลงเรื่อย ๆ และทุกครั้งที่ส่องกระจกก็รู้สึกว่าตัวเองดูเหนื่อย ทำให้เครียดมากครับ ผมมักต้องเกร็งตาอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ภาพลักษณ์ดูดุขึ้นด้วย และมักได้ยินคนพูดว่า “ช่วงนี้ดูเหนื่อยนะ” บ่อย ๆ ผมลังเลมากว่าจะทำแบบกรีดหรือไม่กรีดดี แต่เพราะผิวของผมไม่หนา และค่อนข้างไวต่ออาการบวมกับรอยแผลเป็น จึงตัดสินใจทำการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดครับ ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป ผมคิดว่าการเลือกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากจริง ๆ พอทำแบบไม่กรีดแล้ว ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่โป๊ะ คนรอบข้างพูดให้ฟังบ่อยว่า “ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น” “ดูไม่เหนื่อยแล้ว” คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมผ่าตัดมา ภาพลักษณ์ดูนุ่มนวลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และความมั่นใจในตัวเองก็เพิ่มขึ้นมากครับ ที่สำคัญที่สุด การที่สามารถลืมตาได้สบายโดยไม่ต้องเกร็งตาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด เมื่อก่อนเพราะหนังตาตก ผมจึงมักเผลอใช้แรงที่หน้าผากอยู่เรื่อย ๆ แต่ตอนนี้นิสัยนั้นก็หายไป และสีหน้าก็ดูนุ่มนวลขึ้นมาก เพราะแบบนั้น ถึงขั้นมีคนบอกว่าบุคลิกของผมดูไวต่อสิ่งต่าง ๆ น้อยลงด้วยครับ รอบตัวผมก็มีเพื่อนที่ผ่าตัดด้วยวิธีแบบกรีดอยู่เหมือนกัน บางคนยังเครียดเพราะอาการบวมหรือร่องรอยที่เห็นได้ชัด แต่ของผมอาการบวมยุบเร็วและไม่มีแผลเป็น จึงชอบมากตรงที่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วครับ แม้ในฐานะผู้ชาย การเปลี่ยนแปลงแบบนี้อาจดูเหมือนไม่มาก แต่พอรูปตาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คุณภาพชีวิตก็เปลี่ยนไปครับ เวลาเจอผู้คนก็มีความมั่นใจขึ้น และในชีวิตประจำวันก็ใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉงมากขึ้น สำหรับคนที่อยากปรับภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผมขอแนะนำการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดครับ และสำหรับผม นี่เป็นตัวเลือกที่น่าพอใจมากจริง ๆ
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
กำลังแปล
คุณต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ