ตั้งแต่เด็ก ฉันเครียดมากเพราะภาวะสบฟันผิดปกติทำให้เคี้ยวอาหารได้ไม่ดีㅠㅠ อาหารที่ต้องเคี้ยวนานหรืออาหารเหนียวๆ ก็เริ่มหลีกเลี่ยง แล้วพอสะสมไปเรื่อยๆ ก็เกิดปมด้อยเรื่องรูปลักษณ์ด้วยค่ะ สุดท้ายคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้แล้ว เลยตัดสินใจครั้งใหญ่และเข้ารับการผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง! สำหรับโรงพยาบาล ฉันมองหาที่ที่ผ่าตัดขากรรไกรอย่างเชี่ยวชาญเหมือนแผนกศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล มากกว่าคลินิกศัลยกรรมความงามทั่วไป และคิดว่าถ้ามีการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันควบคู่ด้วยก็คงดี โชคดีที่มีแพทย์เฉพาะทางหลายท่าน และได้พบ EU Oral & Maxillofacial Surgery ที่น่าเชื่อถือและมีผู้ป่วยต่างชาติมาเยอะด้วย เลยสามารถตัดสินใจผ่าตัดขากรรไกรสองข้างได้อย่างสบายใจㅎㅎ เดือนแรกหลังผ่าตัดค่อนข้างลำบากค่ะ… หายใจก็ยาก และเพราะบวมเลยนอนไม่ค่อยได้ㅠㅠ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนแค่ประคองตัวผ่านไปทีละวัน แต่พอมาคิดตอนนี้ คงเพราะมีช่วงเวลานั้น ถึงได้ฟื้นตัวมาได้แบบนี้! จนถึงประมาณ 3 เดือน อาการบวมยังเยอะ และการกินน่าจะเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดค่ะ แต่พอผ่านจุดนั้นไปได้ ก็รู้สึกชัดว่าร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวเอง และพอประมาณ 6 เดือน แรงขากรรไกรก็ค่อยๆ กลับมา ชีวิตประจำวันก็สะดวกขึ้นเรื่อยๆ แล้วตอนนี้! พอครบ 12 เดือน อาการบวมแทบจะยุบหมดแล้ว แนวกรามและโครงหน้าก็เข้าที่อย่างมั่นคงㅎㅎ การเรียงตัวของฟันก็ดีขึ้นมาก และการเคี้ยวอาหารก็เป็นธรรมชาติและสบายกว่าเดิมมากค่ะ แน่นอนว่ายังมีเครื่องมือจัดฟันอยู่ เลยยังไม่ได้อิสระเต็มที่ แต่สามารถกินอาหารได้หลากหลายกว่าเดิมมาก และกล้ามเนื้อขากรรไกรก็แข็งแรงขึ้นมากค่ะ! เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่พอใจที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงภายนอกค่ะ! คนรอบข้างก็บอกว่าหน้าสวยขึ้น และพอดูรูปเก่า ก็ถึงขั้นคิดว่าฉันเคยเป็นแบบนั้นจริงเหรอ? ตอนนี้หน้าดูเป็นธรรมชาติมากและถูกใจมากค่ะ♥ ตอนแรกการผ่าตัดขากรรไกรสองข้างน่ากลัวจริงๆ และกังวลเยอะมาก แต่ตอนนี้คิดจริงๆ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีมากๆ! ถึงจะลำบากอยู่พักหนึ่ง แต่เพราะมีช่วงเวลานั้น ถึงมีชีวิตประจำวันที่มีความสุขในตอนนี้ค่ะㅎㅎ อยากแนะนำจากใจให้กับคนที่กำลังลังเลอยู่ค่ะ วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าจะมาถึงแน่นอน!
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
Translating
คุณต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ