ถึงทุกคนที่ตอนนี้ยังคงกังวลเรื่องทำตาสองชั้นอยู่ แล้วก็เหล่านายหน้าหลาย ๆ คน.. ฮิยูววว..
ขอบอกไว้เป็นข้อมูลนะคะ ฉันคิดว่าตัวเองใช้เวลาคิดอย่างเดียวอยู่ประมาณ 2 ปีเลยค่ะ
เดิมทีฉันใช้ชีวิตด้วยตาชั้นเดียวมาตลอด แต่เพราะไปฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผาก (ฟิลเลอร์นี่จริง ๆ ฉีดมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว..) ก็เลยติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นมา 3 ปีค่ะ
ฉันพอใจกับหน้าผากมาก ๆ และเพราะต่อไปก็จะฉีดฟิลเลอร์ต่อไปเรื่อย ๆ เลยคิดว่าจะทำตาสองชั้นแบบกรีดหรือแบบเย็บจุด โดยไม่ทำการแก้ไขกล้ามเนื้อตา
เพราะอายุเกิน 30 แล้ว หลาย ๆ ที่เลยแนะนำให้ทำแบบกรีด แต่ก็มีที่บอกว่าผิวฉันบาง ทำแบบเย็บจุดก็ได้ และเพื่อน ๆ ที่ทำตาสองชั้นไปแล้ว รวมถึงคนในคอมมูนิตี้ที่ทำแบบกรีดแล้วเสียใจทีหลัง ต่างก็ห้ามฉันสุด ๆ (โดยเฉพาะ ตรงนี้.. ฉันตั้งใจฟังคำพูดของคนที่เสียใจทีหลังมากกว่าเรื่องราวความสำเร็จนิดหน่อยค่ะ)
ฉันเลยเลือกแบบเย็บจุดค่ะ
แล้วฉันก็เชื่อคุณหมอค่ะ เชื่ออะไรน่ะเหรอคะ
จนก่อนผ่าตัด คุณหมอก็ยังช่วยจับไลน์ให้ และแม้ตอนเข้าไปกับเพื่อนก็ยังดูไลน์กันค่ะ ถามว่าเป็นยังไง แล้วทุกคนก็ ดูไลน์ด้วยกัน ไลน์ที่ผู้อำนวยการบอกว่าโอเคนั้น สูงขึ้นมานิดเดียวแบบละเอียดมาก ๆ ค่ะ
แต่ ฉันก็แค่เชื่อผู้อำนวยการ และทำตามที่คุณหมอแนะนำค่ะ
ผลเลยดูออกมาเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ
จากในอินเทอร์เน็ต และจากความเสียใจของทุกคนที่เคยทำตาสองชั้น “ตอนหมอบอกให้ทำสูงขึ้นอีกหน่อย น่าจะทำตามไปเลย” ฉันฟังคำนี้ไว้ค่ะ
แล้วก็ ระหว่างที่คิดหนักมาก ๆ จริง ๆ แล้วกลางทางฉันก็เคยถอดใจด้วยค่ะ
สับสนจริง ๆ สับสนมาก เดินไปทั่วซินซา อัพกูจอง ท่ามกลางลมหนาวแรงตลอดฤดูหนาว เฮ้อ แค่ตาสองชั้นเองมันอะไรกันนักหนา ฉันคงทำไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่ ๆ คิดแบบนั้นค่ะ
มีช่วงที่ถอดใจไปหมดเลยค่ะ
เกาหลีมีคลินิกศัลยกรรมเยอะเกินไป.. ข้อมูลก็เยอะเกินไป เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะแบบนั้นค่ะ ความรู้สึกที่แค่อยากเลิกทุกอย่างไปเลย ㅋㅋㅋ
คิดว่าคงต้องติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นไปตลอดชีวิต..
แล้วจู่ ๆ
วันหนึ่ง! ฉันก็คิดขึ้นมาว่าอย่าให้เลยเดือนกุมภาพันธ์ไปเลย
ที่ที่มีคนแนะนำมาก็เลิกคิดทั้งหมด ที่จองไว้ก็ไม่ไปทั้งหมด (หาข้อมูลในเน็ตอย่างเดียว! แบบบ้าคลั่ง) แล้วก็คิดแค่ในบรรดาที่ที่ไปปรึกษาด้วยตัวเองครั้งแรก ๆ เท่านั้นค่ะ
แล้วฉันก็คิดว่า ถ้าตัดสินใจที่นี่ไม่ได้ ฉันก็คงทำไม่ได้แล้ว ㅋㅋㅋ
แล้วก็ตัดสินใจเลือกที่หนึ่งค่ะ
เพราะผู้อำนวยการแตกต่างจากที่อื่น
คุณหมอมองตาฉันแล้วพูดว่า “ตาของคุณ xx ดูคม ดังนั้นต้องทำให้ภาพลักษณ์ดูนุ่มนวลขึ้น..” นั่นแหละค่ะเหตุผล ผู้อำนวยการที่อื่น ๆ ทุกคนก็แค่บอกว่าทำตาแบบนี้ก็ได้ หรือจับไลน์ให้ สูงไหม ต่ำไหม ประมาณนั้น หรือไม่ก็วิธีผ่าตัด ไม่มีคำพูดพิเศษอะไรค่ะ
แต่เพราะเป็นผู้อำนวยการที่พูดถึงภาพลักษณ์ของฉัน ฉันเลยรู้สึก เชื่อใจค่ะ
แล้วเพื่อนก็ทำที่นี่ด้วย ผลออกมาดีมากก็จริง แต่นั่นก็แล้วแต่คน..
ยังไงก็ตาม
ติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้น 3 ปี ลังเลตัดสินใจไม่ได้ 2 ปี ตัดสินใจทำแบบเย็บจุด และผ่าตัดเมื่อ 2017. 2.27 ค่ะ
ตอนรับยาที่ร้านขายยาใกล้โรงพยาบาล ซื้อซุปฟักทองมา 15 ซอง แล้วเหมือนจะกินวันละ 4 ซองค่ะ ㅋㅋㅋ แล้วก็เดินเล่น ตั้งใจออกไปโดนลมเย็นมากขึ้น ประคบเย็น ประคบอุ่น อยากแต่งหน้าแต่ตอนนี้ก็ยังอดทนอยู่ค่ะ
ตอนนี้ครบ 10 วันแล้วค่ะ ผ่านไปอีกวันก็เป็นวันที่ 11 แล้ว ฉันบันทึกรูปทุกวันค่ะ
ถ้ามีอะไรผิดปกติแม้แต่นิดเดียว ก็รีบติดต่อโรงพยาบาลทันทีค่ะ ถ้าถ่ายรูปส่งทางข้อความไป เขาจะโทรมาและนัดเวลาให้ แล้วผู้อำนวยการก็จะเคลียร์ทุกอย่างไว้รอฉันคนเดียวค่ะ
ㅋㅋㅋㅋㅋ เพราะฉันกังวลเยอะตลอดเลยค่ะ ㅋㅋㅋ แล้วผู้อำนวยการก็ส่งฉันกลับทุกวัน บอกว่าไม่ต้องกังวล
ㅠㅠ โรงพยาบาลไกลมากจริง ๆ.. แต่ก็ไปค่ะ..
เพราะกังวลไง!! เพราะมันคือตาของฉันไง!!
ทุกคนขอให้ได้ตาสวย ๆ นะคะ
แล้วเพราะอัปโหลดรูปได้แค่ 10 รูป เลยปิดท้ายด้วยรูปสุดท้ายที่ถ่ายเมื่อวานค่ะ~ มีรูปหนึ่งซ้ำ เลยเอาออก เหลือ 9 รูป..
ตัวเลขข้างหน้าคือวันที่ ส่วนข้างหลังเขียนว่าเช้า บ่าย กลางวัน เย็นค่ะ
ขอให้ทำศัลยกรรมออกมาสวยนะคะ
แต่แต่งหน้าได้ประมาณเมื่อไหร่คะ.. อยากเอาฝักบัวฉีดใส่หน้าแบบซ่าาา แล้วล้างหน้าแรง ๆ เลยค่ะ ㅋㅋㅋ จะบ้าตายแล้ว ฮา ㅋㅋㅋㅋ
ถูกใจ 0