หลัง<ผมร่วงบริเวณที่ผ่าตัด>หลัง<กล้ามเนื้อคิ้วที่ยังคงเหลืออยู่หลังผ่าตัด(มองแว้บๆ เหมือนรูปหัวใจไหมน้า..?)>ก่อน<แค่เข้าไปในห้องน้ำแล้วหวีผม ก็ร่วงออกมาประมาณนี้..;; แล้วผ่านไปครึ่งวัน? ถ้าหวีอีกทีก็ร่วงออกมาเท่านี้อีก หรือไม่ก็มากกว่านี้ด้วยซ้ำ;;>ทุกคนสวัสดี..ต่อจากรีวิว 30 วันที่แล้ว รอบนี้มาเขียนรีวิว 90 วัน ซึ่งเป็นเดือนที่ 3 แล้ว โอแทชิกีกลับ..ไม่ใช่ๆ กลับมาแล้ว;)
(ทุกคนที่เคยอ่านรีวิวครั้งแรก น่าจะไปดูโพสต์รีวิว 1 เดือนก่อนหน้าด้วยได้เลย!)
ก่อนอื่นเลย สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดระหว่างผ่านไปจาก 1 เดือนจนถึง 3 เดือนคือ..คนที่ผมไม่หนามาก คิดว่าน่าจะไม่เหมาะกับการผ่าตัดนี้....>>เหตุผลจะค่อยๆ เล่าไว้ข้างหลัง!
ถ้าจะเล่าความคืบหน้าของฉันนะ พอใกล้ครบ 1 เดือน ตั้งแต่คิ้ว บริเวณรอบแผลผ่าตัด ไปจนถึงท้ายทอยแถวกระหม่อมก็เริ่มคันมาก! ตอนแรกก่อนผ่าตัด คุณหมอบอกไว้ว่า หลังผ่าตัดอาจคันได้...ผู้สูงอายุยิ่งทำยกหน้าผากยิ่งรู้สึกคันรุนแรง และบางกรณีอาจได้รับยาไปด้วย...ฉันยังอายุน้อยอยู่(กำลังจะเข้าสู่วัย 30....) คงจะไม่คันจนต้องสั่งยาให้หรอก..เขาว่ามาแบบนั้น.. แต่พอผ่าตัดไปแล้ว ตอนนั้นยังยุ่งกับอาการบวม ช้ำ อะไรพวกนั้นอยู่ แถมก็ไม่ได้คันอะไรเลย ก็เลยคิดว่า 'อา~ ฉันโอเคแฮะ?' แบบนั้นอยู่ แต่เหมือนช่วงไม่กี่วันก่อนถึงวันนัดตรวจ 1 เดือน? ตรงกระหม่อมเริ่มคันขึ้นมา? แต่มันเป็นอาการคันที่ต่างจากที่เรารู้จักกันนิดหน่อย..;; ก็เลยตกใจอยู่ แต่ก็พอดีอีกไม่กี่วันจะถึงวันนัด เลยเกาเบาๆ ทนไว้แล้วไปโรงพยาบาลนั่นแหละ..แล้วตอนนั้นก็ยังไม่ได้คันรุนแรงด้วย..แค่คิดว่า โอ้~ นี่คือสัญญาณที่เนื้อใหม่กำลังขึ้นสินะ!! คิคิ หลอกตัวเองมีความสุขไปคนเดียว;; ยังไงก็ตาม ตอนตรวจที่โรงพยาบาล พอบอกว่าบริเวณที่ผ่าตัดมีผมร่วงเป็นจุดๆ เหมือนแหว่ง แล้วก็ผมคัน คุณหมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้เริ่มมีอาการคันแล้ว และโดยทั่วไปจะคันไปจนถึง 3 เดือน บางรายอาจคันได้นานถึง 6 เดือนหรือมากกว่านั้นด้วย อีกอย่างที่ท้ายทอยคันก็เพราะตอนแยกเลาะกล้ามเนื้อใบหน้า เขาจะดึงกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยไปด้วย??(เอ๊ะ ตอนอธิบายพูดว่าอะไรนะ จำไม่แม่น แต่ประมาณนี้แหละ) ท้ายทอยคันก็ถูกต้องแล้ว.. เอ่อ..ส่วนผมแหว่งบริเวณที่ผ่าตัด พอคุณหมอดูแล้วก็พูดว่าผมยิ่งหนายิ่งร่วงมาก ตอนนี้พอดูละเอียดจะเห็นว่ามีผมเริ่มขึ้นทีละนิดแล้ว ไม่ต้องกังวล แล้วที่กล้ามเนื้อคิ้วนูนออกมาอยู่ยังเป็นเพราะแม้จะผ่าตัดยกหน้าผากแล้ว แต่เรายังติดนิสัยใช้หน้าผากช่วยเบิกตาอยู่ กล้ามเนื้อเลยยังจับตัวอยู่ เขาเลยบอกว่าให้ดูอาการผมร่วง+อาการคัน+กล้ามเนื้อคิ้ว ไปจนถึงนัด 3 เดือนก่อน ไม่ต้องกังวล ฉันก็เลยวางใจแบบเต็มร้อยไปเลย..☆ . . . แต่ทั้งหมดนั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น...ตั้งแต่วันที่ไปตรวจ 1 เดือนกลับมา ผมคันหนักมากแบบบ้าไปเลย และมันไม่ใช่คันแบบเกาแล้วสบายขึ้นนะ มันเป็นความรู้สึกคันลึกๆ ข้างในผิวหนังมากกว่า? ถ้าทำได้อยากจะฉีกหนังศีรษะออกมาทั้งแผงเลยเพราะคันสุดๆ แล้วที่ฉันบอกไว้ก่อนหน้าว่า คนที่ผมไม่หนามากควรคิดเรื่องผ่าตัดนี้ให้ดี คือผมร่วงหนักมากจริงๆ..;;; ร่วงขนาดไหนน่ะเหรอ พอสระผมแล้วผมจะจับกันเป็นก้อนเต็มตรงท่อระบายน้ำ? จนไม่ค่อยระบายน้ำลงไป ผมยังร่วงตอนเป่าผมอีกเท่านั้น และแค่ดูตรงที่ฉันนั่งอยู่ก็จะมีผมร่วงติดอยู่พื้นฐาน 3 เส้น แล้วถ้าหวีด้วยมือก็ร่วงเกิน 5 เส้นเลย;;; ไม่รู้เพราะเห็นผมร่วงด้วยตาเปล่าหรือเปล่า แต่ก็รู้สึกว่าท้ายทอยแถวกระหม่อมมันเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย? แล้วสำหรับฉันคือรู้สึกว่ามันรุนแรงจริงๆ ผมร่วงแบบบ้าไปแล้ว(ได้ใช้แชมพูสำหรับผมร่วงอย่างขยันเลย..ฮือ) แล้วแผลเปิด 5 จุดในหนังศีรษะที่ผ่าตัด นึกว่ามันจะจบแค่ผมแหว่งระดับที่เล่าไว้ในรีวิวถึง 1 เดือนใช่ไหม? ผมร่วงมากกว่านั้นอีก ทรงผมเสยหมดไปด้านหลังทำไม่ได้เลย..เฮ้อ! แล้วเวลามองกระจกก็เหมือนที่คนรอบตัวพูดกันว่า พวกหน่ออ่อนที่หน้าผาก(คนรอบตัวเรียกกล้ามเนื้อคิ้วที่นูนว่า หน่ออ่อน) ตอนแรกหลังผ่าตัดไปช่วงหนึ่งจะไม่เห็น แต่ตอนนี้กลับมาเห็นอีกแล้ว..ถามว่าผ่าตัดสำเร็จจริงเหรอ..เขาทดสอบจิตใจฉันหนักแค่ไหนกันนะ! ทั้งคันก็ทั้งคันอยู่แล้ว..พอคันก็เกาหัวแรงๆ ไม่ได้เพราะผมจะร่วง ในความขัดแย้งว่าห้ามจับต้องนี่ฉันลำบากขนาดไหน..แต่ในขณะเดียวกันยังต้องมานั่งถกกันเรื่องว่าการผ่าตัดล้มเหลวหรือไม่อีก..!! ยังไงก็ หลังผ่านช่วงความทุกข์หลายรอบ ก็ไปตรวจติดตามอาการครบ 3 เดือนมาแล้ว..เกริ่นยาวไปหน่อยใช่ไหม? ขอโทษ..หลังผ่าตัดนี้ พอเวลาผ่านไปสักระยะอาการที่รู้สึกได้มีไม่ค่อยมี เลยอยากเล่าแบบละเอียดหน่อย(เก้อเขิน)
เอาเป็นว่าเมื่อวานซืนไปตรวจครบ 3 เดือนมา แล้วตรงนี้จะขอสรุปเป็นบทสนทนาสั้นๆ นะ! ผู้จัดการคลินิก: มีส่วนไหนที่ไม่สบายตัวหรือมีปัญหาอะไรบ้างคะ? ฉัน: ผมคันมากจนถึงท้ายทอยเลยค่ะ แล้วกล้ามเนื้อคิ้วเหนือหว่างคิ้วก็นูนชัดขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งบริเวณแผลผ่าตัด 5 จุดก็ผมร่วงมากขึ้นจนทำทรงผมเสยหมดหลังไม่ได้ค่ะ.. ผู้จัดการคลินิก: ค่ะ เดี๋ยวจะรีบแจ้งคุณหมอให้นะคะ^^ (สักพักที่ห้องตรวจ) คุณหมอ: ไม่ใช่แค่ดึงกล้ามเนื้อหน้าผากจากด้านหน้าแล้วแยกเลาะอย่างเดียว แต่ด้านท้ายทอยก็ต้องแตะกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน~~~(ตัดรายละเอียดส่วนที่เหลือออก) คือคันทั้งบริเวณท้ายทอยถูกต้องแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงตั้งแต่ครบ 3 เดือนซึ่งอาการคันจะค่อยๆ ลดลงแล้ว ไม่ต้องกังวลนะ และเพราะเราไปแตะกล้ามเนื้อท้ายทอยไว้ ตอนนี้หนังศีรษะทั้งหมดยังอยู่ในภาวะเครียดมาก เลยทำให้ผมร่วงทั่วศีรษะ แต่หลัง 6 เดือน(คุณหมอบอกว่ารอบการหลุดและงอกใหม่ของเส้นผมคือ 6 เดือน) ผมจะกลับมาขึ้นทั้งหมด กล้ามเนื้อคิ้ว(หน่ออ่อนที่หน้าผาก) เราไม่ได้ตัดออกให้หายไปเลย แต่เป็นการตัดให้ขาดไว้เฉยๆ เพราะยังอยู่ในตำแหน่งเดิมอยู่ เพียงแต่ก่อนผ่าตัดคุณมีนิสัยใช้หน้าผากช่วยเบิกตาอยู่เลยทำให้มันนูน เดี๋ยวฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผากให้ แผลที่ผมร่วงบริเวณแผลผ่าตัด.....อ๋อ..เห็นรูขุมขนกำลังจะงอกกลับมาแล้ว...เดี๋ยวจะฉีดสเต็มเซลล์ให้..รอก่อนแล้วค่อยกลับมาฉีดสเต็มเซลล์บริเวณที่ผ่าตัด แล้วฉีดโบท็อกซ์ที่หน้าผาก แล้วค่อยกลับบ้านนะคะ.. ฉัน: ค่ะ.. . . . สถานการณ์ก็เป็นแบบนี้ และจริงๆ แล้วอาการคันของผมแปลกมาก คือช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนมาพบคุณหมอ มันไม่ค่อยคันแล้วนะเฮ้อ..(จี๊ดๆ) เลยทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออกอีกครั้ง...แล้วที่โรงพยาบาลเขาฉีดสิ่งที่เรียกว่าสเต็มเซลล์ โดยเขาเจาะเลือดของฉันออกมาก่อน แล้วสกัดสเต็มเซลล์ออกจากเลือดนั้น? แล้วฉีดกลับเข้าไปใน 5 จุดที่ผ่าตัดให้! เจ็บจริง..เจ็บจนพูดไม่ออกเลย..เขาว่าอะไรนะ เซลล์อนุภาคขนาดใหญ่สกัดออกมาได้ดีมากอะไรทำนองนั้น..บอกว่าถ้าอนุภาคของเซลล์สกัดได้ขนาดใหญ่เป็นเรื่องดี แต่ยิ่งอนุภาคใหญ่ ตอนเข้าไปในหนังศีรษะก็ยิ่งเจ็บมากตามไปด้วย.. พอฉีดอันนี้แล้วฉีดโบท็อกซ์หน้าผากก็ไม่รู้สึกอะไรเลย อาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านความเจ็บปวดใหญ่มาเลยมึนจนไม่รู้สึกก็ได้.. . . . อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญของรีวิว 3 เดือนคือ 1. หลังผ่าตัดจะเกิดผมร่วงทั่วทั้งศีรษะ >> คุณหมอบอกว่ารอบที่เส้นผมแต่ละเส้นจะร่วงแล้วงอกใหม่ใช้เวลา 6 เดือน เพราะฉะนั้น 6 เดือนหลังจากนี้ก็จะกลับขึ้นมา แต่นั่นเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น..ตอนผมร่วงบริเวณแผลผ่าตัดก็เคยบอกว่าเป็นเรื่องปกติและเดี๋ยวก็จะงอกกลับมา แต่ตอนนี้ยังไม่งอกเลย จนต้องรีบมาฉีดสเต็มเซลล์อะไรนี่แหละ แล้วนัดให้มาดูการงอกของผมอีกใน 2 เดือนข้างหน้า จากสถานการณ์ของฉันจะเห็นได้ว่า การคาดการณ์ทั้งหมดไม่ได้แม่นยำไปเสียทุกอย่าง ดังนั้นถ้าใครผมบางหรือเส้นผมอ่อนแอ ก็ขอให้คิดเรื่องที่ฉันเล่าไว้ตรงนี้ให้รอบคอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจ! 2. ช่องว่างบริเวณแผลผ่าตัดของเส้นผมใหญ่กว่าที่คิด และผมก็ขึ้นช้ามาก >> เอาเลือดไปเจาะแล้วสกัดสเต็มเซลล์จากตรงนั้น แล้วฉีดกลับเข้าไปในหนังศีรษะอีก...ไม่ต้องพูดเลยว่ามันทรมานแค่ไหน...ที่คุณหมอนัดให้มาติดตามอีกใน 2 เดือนเพื่อดูว่าผมจะขึ้นไหมนั้น เฮ้อ..แค่คิดก็มึนแล้ว.. 3. กล้ามเนื้อคิ้วไม่เรียบลงด้วยการฉีดโบท็อกซ์แค่ 1 ครั้ง >> ครั้งนี้ซึ่งเป็นเดือนที่ 3 ฉีดไป 1 ครั้ง แล้วต้องรอดูอีก 6 เดือนแล้วค่อยฉีดอีก ทำแบบนี้ 3-4 รอบเลย..พึ่งได้รับคำอธิบายในนัดนี้เอง.....คิดว่าผ่าตัดแล้วหน้าผากจะเรียบเลย ที่ไหนได้ไม่ใช่แบบนั้น!
แน่นอนว่าผ่าตัดนี้ไม่ได้แย่เสมอไปนะ! ฉันทำแล้วก็มีคนบอกว่าใบหน้าดูซอฟต์ลงและดูสดขึ้นเยอะเลย!! ตอนนี้พอใจอยู่! แต่เรื่องผมร่วงนี่เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ฉันเองก็ผมหนาและเส้นผมค่อนข้างแข็งแรงนะ แต่ยังร่วงขนาดนี้..แล้วคนอื่นจะเป็นยังไงกัน? ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน..ก่อนผ่าตัดฉันไม่ได้รับคำอธิบายว่าหลังผ่าตัดอาจผมร่วงทั่วทั้งศีรษะด้วยนี่นา... (มารู้ทีหลังก็ตอนที่ร่วงไปแล้ว..นั่นแหละคือฤดูใบไม้ผลิ..) ยังไงก็ เดี๋ยวฉันแนบรูปผมร่วงบางส่วนไว้ให้นะ..ใครสงสัยก็ลองดูรูปได้เลย!
อ่า~~ แล้วก็เกือบลืมไปอีกเรื่อง เรื่องทำตาสองชั้นบอกว่าหลังครบ 3 เดือนก็ทำได้แล้ว~ แต่ถึงแม้อาการบวมภายนอกจะยุบหมดแล้ว ข้างในยังน่าจะบวมอยู่ เลยแนะนำว่าอย่างน้อยควรรอ 6 เดือนก่อนค่อยทำตาสองชั้น~ อีกอย่าง หลังยกหน้าผากแล้ว ถ้าจะทำตาสองชั้นแบบไม่กรีดและไม่ต้องแก้กล้ามเนื้อตา ก็ทำแบบเย็บ埋เหมาะสมได้สบาย และถ้าทำตอนนั้น(หลัง 6 เดือน) จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าเยอะด้วย^^ งั้นจริงๆ 20000 เลย!!!!
อ๊ะๆ! เกือบลืมไปอีกอย่าง คุณหมอ ผู้จัดการคลินิก และผู้ช่วยพยาบาลทุกคนใจดีมาก แล้วบรรยากาศก็ยังดีเหมือนเดิมด้วย! ค่าฉีดสเต็มเซลล์หรือโบท็อกซ์ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเลย!!
งั้นจริงๆ จริงๆ 20000! ถ้ามีอะไรสงสัยคอมเมนต์มาได้เลย เดี๋ยวตอบเท่าที่รู้ให้นะ!!!!
อ๊ะ มีอีกเรื่องสุดท้ายจริงๆ..ฉันเป็นคนเป็นสิวเยอะน่ะ..? แต่พอทำยกหน้าผากแล้วทำไมหน้าผากมันไม่รู้สึกเหมือนเป็นหน้าผากของฉันเองล่ะ...รู้สึกแปลกๆ และแบบว่า~ คนที่ผ่าตัดมาคงเข้าใจความรู้สึกนี้ใช่ไหมใช่ไหม? ยังไงก็ตาม ตอนตรวจติดตาม 1 เดือนครั้งก่อน คุณหมอบอกว่าตอนนี้รับการกดสิวได้แล้ว ฉันก็แบบ 'อ๋อ? เย้!' แต่เผื่อไว้ก่อน ฉันก็ยังไม่ได้กดสิวเลย อืม..แต่พอผ่านไป 2 เดือน ความรู้สึกที่หน้าผากก็ดูเหมือนกลับมาหมดแล้ว และตอนนี้ก็ไม่รู้สึกแปลกแล้ว? เลยบีบสิวอุดตันเม็ดหนึ่งบนหน้าผาก.............................แป๊บ! จนแทบจะสลบไปเลย...ความจี๊ดนั้นวิ่งจากหน้าผากไปถึงท้ายทอยเลย แบบว่าถ้าดันไปจับมั่วๆ คงซวยแน่ๆ เลยถามคุณหมออีกในรอบนี้ แล้วคุณหมอก็พูดว่า...."อ๋อ? สามารถกดสิวได้นะคะ^^ ถ้าทนความเจ็บได้^^~ ตอนนี้เป็นช่วงที่เส้นประสาทหน้าผากไวต่อการกระตุ้นมากที่สุดพอดีเลยค่ะ^^ ถ้าทนเจ็บได้ก็ไปรักษาสิวได้เลยค่ะ^^ฮะฮะ!" ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅌㅋㅌㅋคนที่เป็นสิวเยอะเหมือนฉันแล้วกำลังคิดจะยกหน้าผาก..ช่วยเอาไว้เป็นข้อมูลนะ..