สวัสดีค่ะ ฉันผ่าตัดแก้กรามเหลี่ยมและดูดไขมันที่คลินิกเฉพาะทางโครงหน้าเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วเลยมาเขียนรีวิวค่ะ
<ความกังวลปกติ> :หลังผ่าตัดกรามเหลี่ยมครั้งแรก ฉันไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเท่าที่คาดหวังไว้เลยค่ะ,, ทั้งที่ผ่าตัดกระดูกไปแล้วชัดๆ แต่ทุกครั้งที่มองกระจก ภาพลักษณ์ที่ดูหนักก็ยังเหลืออยู่ โดยเฉพาะไขมันบริเวณแก้มลึกที่เด่นขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าใบหน้าโดยรวมดูใหญ่ขึ้น,,
สิ่งที่ไม่สบายใจที่สุดคือความคิดที่ว่า 'นี่ใช่หน้าหลังผ่าตัดจริงๆ เหรอ?' มันไม่หยุดเลยค่ะ ฉันหวังว่าจะเปลี่ยนไปอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น แต่ผลลัพธ์กลับให้ความรู้สึกว่าปมด้อยที่ฉันมียังคงเหลืออยู่เหมือนเดิมค่ะ อีกอย่าง ถ้าเป็นคนที่มีกรามเหลี่ยมใต้คาง ก็จะมีความกังวลตลอดว่า ‘จะมัดผมหรือปล่อยผมดี’ มันก็ยังคงอยู่ ฉันเองก็เริ่มมีความหวังว่าอยากจะเสยผมไปหลังหู แทนที่จะเอาแต่รีบใช้ผมปิดหน้า,, พอความกังวลแบบนั้นสะสมไปเรื่อยๆ ความคิดเรื่องการผ่าตัดแก้ก็ดูจะลึกขึ้นค่ะ
<เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาล> : เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ ฉันจึงระมัดระวังมากขึ้นและเปรียบเทียบโรงพยาบาลหลายแห่งมากขึ้น แต่รู้สึกว่าตัดสินใจได้ไม่ง่ายเลยค่ะ,, เพราะไม่ว่าที่ไหนก็ได้ยินคำพูดคล้ายๆ กัน ส่วนใหญ่เริ่มจากคำว่า “จะทำให้สวยนะครับ/ค่ะ” แต่สิ่งที่ฉันต้องการคือการปรับปรุงอย่างเป็นธรรมชาติภายในความต่อเนื่องของใบหน้าตัวเอง มากกว่าความเปลี่ยนแปลงที่ใครเห็นก็ต้องสะดุดตา,,
ระหว่างนั้นฉันบังเอิญได้รู้จัก ‘คลินิกเฉพาะทางโครงหน้า’ ค่ะ ผู้อำนวยการแพทย์เป็นคนให้คำปรึกษาแบบ 1:1 ด้วยตัวเอง และลักษณะการปรึกษาต่างออกไป ตอนที่ฉันไม่ได้มีรูปหน้าเฉพาะที่ต้องการ แค่เอารูปดาราที่รูปหน้าสวยไปไม่กี่รูป คุณหมอบอกว่า “ถ้าเป็นสภาพแบบนี้ ผมไม่ค่อยอยากแนะนำให้ผ่าตัดโดยไม่จำเป็นครับ” พูดตรงๆ ตอนนั้นฉันงง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเกิดความไว้วางใจขึ้นค่ะ! ในขณะที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ดูเหมือนพยายามจะพาไปสู่การผ่าตัดให้ได้ ที่นี่กลับทำให้รู้สึกถึงปรัชญาว่าการผ่าตัดที่ฝืนเกินไปจะยิ่งทำให้ไม่พอใจกับผลลัพธ์,,! จากการปรึกษาครั้งนั้น ฉันจึงมั่นใจว่า ‘ถ้าเป็นที่นี่ คงจะไม่ทำสิ่งที่ไม่จำเป็น’ และทำให้ฉันกล้าขึ้นอีกครั้งค่ะ
<รีวิวการปรึกษา> : ฉันคิดว่าฉันปรึกษาไปถึงสองครั้งค่ะ! เพราะฉันไม่รู้ชัดว่ารูปหน้าที่ตัวเองต้องการคืออะไร เลยจำได้ว่ารูปดาราที่เอาไปแต่ละครั้งก็เปลี่ยนไปด้วย,, การปรึกษากระชับ แต่ประเด็นสำคัญชัดเจนค่ะ! คุณหมอชี้ให้เห็นว่าปัญหาของใบหน้าฉันไม่ได้เกิดจากโครงสร้างกระดูกอย่างเดียว แต่เป็นไขมันที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะปัญหาปริมาตรบริเวณแก้มลึกและรอบกราม คำอธิบายที่ว่าแค่ตกแต่งกระดูกเพิ่มไม่ได้แปลว่าจะแก้ได้ ทำให้ฉันประทับใจค่ะ
สิ่งที่ดีที่สุดจากการปรึกษาคือ 'ทำไมการผ่าตัดนี้ถึงจำเป็น' มันชัดเจนขึ้นค่ะ ฉันไม่ชอบรูปหน้าของตัวเอง แต่ก็มักกังวลอยู่เสมอว่าควรปรับปรุงส่วนไหน,, เพราะเคยผ่าตัดมาแล้ว เลยเหมือนมีความกลัวที่ไม่จำเป็นว่า 'รูปหน้าของฉันมันไม่มีทางแก้จริงๆ เหรอ' การผ่าตัดสุดท้ายแล้วเป็นการตัดสินใจที่มีความเสี่ยง ถ้าทิศทางไม่ชัดเจน ก็จะยิ่งกลายเป็นความเสียใจได้ใช่ไหมคะ ฉันเคยมีประสบการณ์นั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง,, แต่ที่นี่ช่วยจับทิศทางให้ชัดเจน และเพราะแบบนั้น ความคาดหวังจึงมากกว่าความกลัวค่ะ!
<ความเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัด> : เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ ผู้อำนวยการแพทย์ก็บอกว่าบวมอาจจะมากกว่าการผ่าตัดครั้งแรกค่ะ! แน่นอนว่าทันทีหลังผ่าตัด บวมมากและไม่สะดวกด้วย แต่พอผ่านไป 1-2 สัปดาห์ ฉันคิดว่าเริ่มเห็นความต่อเนื่องของใบหน้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนค่ะ,,
หลังจากผ่าตัดแก้กรามเหลี่ยม ความสมดุลของใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเมื่อไขมันแก้มลึกถูกจัดการ เส้นที่ต่อจากใต้โหนกแก้มไปถึงแนวกรามก็ดูเรียบร้อยขึ้นค่ะ ใบหน้าดูเบาขึ้น และรู้สึกว่าภาพลักษณ์โดยรวมชัดขึ้นมาก! โดยเฉพาะมุม 45 องศา ฉันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงมากกว่าด้านหน้าค่ะ,,!
สิ่งที่ดีที่สุดคือ ก่อนหน้านี้เวลามัดผมหรือเสยผมไปหลังหูจะรู้สึกแปลกๆ เสมอ แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจกับรูปหน้ามากขึ้น จึงทำทรงผมได้หลากหลายค่ะ ช่วงนี้คนรอบตัวก็มักพูดว่า “บรรยากาศดูนิ่งขึ้น” หรือ “ทำไมผอมลงขนาดนี้”,, ทั้งที่ฉันไม่ได้บอกอะไรเลย แต่เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง มันน่าแปลกจริงๆ ค่ะ! ความจริงหลังผ่าตัด ฉันอ้าปากกว้างได้แล้ว เลยกินอาหารที่อยากกินมาตลอดอย่างแฮมเบอร์เกอร์ครบหมด น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำค่ะ,,ㅋㅋㅠ,,,
<กระบวนการฟื้นตัว> : ฉันคิดว่าสัปดาห์แรกหลังผ่าตัดทันทีเป็นช่วงที่ยากที่สุดค่ะ ใบหน้าบวมค่อนข้างมาก และการกินอาหารก็ถูกจำกัดด้วย,,, แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อ้างว่าไปเดินเล่นเพื่อลดบวมหน้าแล้วออกไปข้างนอกค่ะ ㅎㅎ,, เวลาผ่านไปช้ามาก แต่พอผ่านวันที่ 7~10 ไป ความเร็วที่บวมลดลงเหมือนเริ่มติดเครื่องค่ะ! โดยเฉพาะตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 โครงหน้าเริ่มเข้าที่จนมองเห็นได้ชัด!! ฉันคิดว่าการดื่มน้ำมากๆ ประคบเย็นบ่อยๆ และใส่สายรัดพยุงอย่างสม่ำเสมอช่วยได้ค่ะ
ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว เมื่อเทียบกับช่วงแรก อาการบวมลดลงไปมากค่ะ! ผู้อำนวยการแพทย์บอกว่าเพราะเป็นเคสแก้ ยังมีบวมที่จะลดลงอีก แต่ฉันก็ชอบรูปหน้าตอนนี้แล้ว เลยตั้งตารอรูปหน้าสุดท้าย? ค่ะ,, แน่นอนว่ายังมีความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ดำเนินต่อไป แต่โดยรวมแล้วฉันพอใจกับผลลัพธ์มากค่ะ ฉันกังวลมานานมากกว่าจะตัดสินใจผ่าตัด แต่ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจมากขนาดนี้ ต่อให้ย้อนกลับไป ฉันคิดว่าก็คงทำแน่นอนค่ะ,,,! ช่วงนี้เวลาถ่ายรูปก็มักมีคนบอกว่าสีหน้าเปลี่ยนไป บางทีนั่นอาจเป็นหลักฐานว่าฉันเริ่มชอบใบหน้าของตัวเองแล้วก็ได้ค่ะ~ อย่างไรก็ดี หวังว่ารีวิวของฉันจะช่วยคนที่มีความกังวลคล้ายๆ กันได้มากนะคะ,,,บ๊ายบาย,,
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
Translating
ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงดงามโดดเด่น