เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านมา 3 เดือนแล้วตั้งแต่ผ่าตัดกรามเหลี่ยมและโหนกแก้ม เลยมาเขียนรีวิวแบบนี้ค่ะ กว่าจะตัดสินใจผ่าตัด ฉันกังวลและคิดเยอะมากจริงๆ แต่พอมองย้อนกลับไปถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงจนถึงตอนนี้ ฉันพอใจมาก และคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เสียใจเลยค่ะ ในช่วงหนึ่งเดือนแรก บวมค่อนข้างมาก เลยรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ได้ยากค่ะ แต่พอผ่านเดือนที่สองไป เส้นหน้าก็เริ่มค่อยๆ เข้าที่ และตอนนี้เข้าเดือนที่ 3 แล้ว หน้าเรียวขึ้นอย่างชัดเจนเลยค่ะ! พอโหนกแก้มลดลง ภาพรวมของใบหน้าก็ดูนุ่มนวลขึ้น และเมื่อกรามเหลี่ยมถูกปรับให้เรียบร้อยขึ้น แนวกรามก็ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นมากค่ะ เมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด รูปหน้าเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ จนรู้สึกทึ่งเลยค่ะ ทุกครั้งที่ส่องกระจกแล้วเห็นตัวเองค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกดีขึ้นทุกวัน และตั้งตารอว่าถ้าอาการบวมยุบลงอีกจะออกมาเป็นแบบไหนค่ะ! จริงๆ ตอนแรกเพื่อให้บวมยุบ ฉันตั้งใจใส่ผ้ารัดหน้ามากๆ ค่ะ ได้ยินมาหลายครั้งว่าการดูแลอาการบวมสำคัญ ช่วงแรกเลยลองนวดด้วย และดื่มชาลดบวมเพื่อดูแลตัวเองค่ะ แต่พอเวลาผ่านไป อาการบวมก็ค่อยๆ ยุบลงเองตามธรรมชาติ ตอนนี้เลยไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษแยกต่างหากแล้วค่ะ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่ายิ่งเวลาผ่านไป ใบหน้าค่อยๆ เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เลยรู้สึกทึ่งค่ะ เรื่องการผ่าตัดครั้งนี้ ฉันตั้งใจไม่ได้บอกคนรอบตัวมากนักค่ะ แต่พอผ่านไปประมาณสองเดือนหลังผ่าตัด เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานก็ทักอย่างตกใจว่า “ผอมลงไปเยอะมากหรือเปล่า?” ดูเหมือนว่าหน้าเรียวขึ้นจะเห็นได้ชัดจริงๆ ค่ะ แต่เพราะเปลี่ยนไปอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกคนเลยไม่รู้ว่าฉันทำศัลยกรรมมา และเหมือนจะคิดว่าฉันผอมลงค่ะ ฉันเองยิ่งพอใจกับตรงนี้มากขึ้นด้วยค่ะ! หลังผ่าตัดแล้ว รูปหน้าของฉันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ค่ะ เมื่อก่อนทุกครั้งที่ถ่ายรูป ฉันจะกังวลเรื่องขนาดหน้า หรือแนวกรามที่เป็นเหลี่ยม แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะส่องกระจกหรือถ่ายรูป ความพึงพอใจก็สูงขึ้นค่ะ เหนือสิ่งอื่นใด การได้เห็นอาการบวมค่อยๆ ยุบลงทำให้รู้สึกดีขึ้นทุกวัน และตั้งตารอว่าต่อไปจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแค่ไหนค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป รูปหน้าก็ค่อยๆ เข้าที่มากขึ้น น่าทึ่งมาก และฉันคิดจริงๆ ว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ทำผ่าตัดนี้~ : ).
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
กำลังแปล
ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ