โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น จากที่รู้สึกระหว่างไปปรึกษาหลายที่…

<1 เดือน><3 เดือน><6 เดือน><ปีที่ 2>----ก่อนอื่น สิ่งที่อยากบอกไว้ตั้งแต่ต้นคือ ฉันไม่ใช่คนที่แนะนำให้ผ่าตัดแบบไม่มีเงื่อนไขนะ การผ่าตัดกระดูกใบหน้ามีหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ต้องคิดถึงช่วงพักฟื้น และตอนเลือกโรงพยาบาลก็ต้องระมัดระวัง มีเรื่องแบบนี้อยู่ใช่ไหม ฉันเลยไม่อยากแนะนำการผ่าตัดให้กับทุกคนที่กำลังลังเลแบบ 100% สำหรับฉันเองก็เป็นการตัดสินใจหลังจากคิดมากและพิจารณาอย่างรอบคอบ.. แทนที่จะมองแต่ข้อดีของการผ่าตัด ฉันอยากให้มองข้อเสียที่อยู่เบื้องหลังด้วย เลยจะเขียนรีวิวหลังผ่าตัดขากรรไกรสองชั้นครบ 2 ปีด้วยความรู้สึกจริงใจ <สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนผ่าตัด> -อย่าลืมว่าการผ่าตัดขากรรไกรสองชั้นคือการผ่าตัดกระดูก ต้องเลาะพังผืดแล้วเย็บกลับ.. ตรึงขากรรไกร ช่วงหนึ่งต้องกินได้แค่ข้าวต้มเหลวและเคี้ยวไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่สะดวกมาก -แม้จะแตกต่างกันตามวิธีผ่าตัด แต่ถ้าจำเป็นต้องจัดฟันด้วย กว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน และต้องพยายามมาก -สามารถขอดู CCTV ได้ไหม (ตรวจสอบว่าสามารถดูแบบเต็มได้ไหม เพื่อเตรียมรับมือกรณีไม่คาดคิด) -ไม่ใช่ว่าลดความยาวเยอะแล้วจะดีเสมอไปนะ~ ถ้าลดแต่ความยาวลงฮวบแบบไม่คิด เวลา笑แล้วฟันบนไม่เห็น เห็นแต่ฟันล่าง จะดูเป็นหน้าคุณยายได้ง่าย ต้องทำกับที่ที่วางแผนให้ฟันบนเผยออกมาพอสมควร.. มีบางที่ไม่พิจารณาส่วนนี้ เอาแต่ยึดติดว่าใน CT จะลดให้ได้กี่ mm ที่แบบนี้ขอร้องเลย ช่วยคัดออกไปเถอะ -อย่าไปที่ที่บอกว่าความหย่อนคล้อยจะไม่เกิด 100% ทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ขายของของพวกหลอกลวง ควรทำกับที่ที่พูดอย่างซื่อสัตย์ว่า “การยกกระชับและการดูแลความหย่อนคล้อยหลังผ่าตัดอาจจำเป็น และหลังผ่าตัดก็ต้องดูแลต่อเนื่องตามความจำเป็น” -ถ้ากำลังคิดเรื่องผ่าตัดขากรรไกรสองชั้น ให้หาแต่ที่ที่มีประสบการณ์เยอะๆ.. ถ้าเป็นผู้อำนวยการแพทย์ที่เคยทำเคสผ่าตัดแก้มาเยอะด้วยก็จะดีที่สุดจริงๆ (ฉันคิดว่าตั้งแต่เริ่มหาข้อมูลเลย การดูทางศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลเป็นหลักก็เป็นวิธีที่ดี) จริงๆ ผ่าตัดมาค่อนข้างนานแล้ว.. เลยจำรายละเอียดเล็กๆ ไม่ค่อยได้^^; แต่โดยรวมแล้วฉันคิดว่าพิจารณาส่วนสำคัญๆ ประมาณนี้ พอเป็นแบบนั้น ถ้าไม่ใช่โรงพยาบาลใหญ่หรือทันตกรรม ก็เลยค่อนข้างลังเลที่จะเลือกโรงพยาบาลทั่วไป (เคยไปปรึกษามาเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยรู้สึกเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ และพูดตรงๆ ฉันคิดว่าผ่าตัดขากรรไกรสองชั้นเป็นการผ่าตัดใหญ่... มีความรู้สึกเหมือนหลังผ่าตัดอาจถูกปล่อยทิ้งไว้? เลยรู้สึกไม่ค่อยดี อีกอย่างกรณีที่ผู้จัดการแนะนำศัลยกรรมอื่นๆ ด้วย..) จำนวนเคสผ่าตัดก็น่าจะสำคัญด้วย เพราะอย่างนั้นฉันเลยดูเน้นไปที่ศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล สุดท้ายคัดเหลือประมาณ 4 ที่ ตอนนั้นสิ่งที่รู้สึกระหว่างเดินสายปรึกษาหลายที่คือ <ที่มีรีวิวเยอะและดูดี ไม่ได้หมายความว่านั่นคือทั้งหมดของโรงพยาบาลนั้น> มีบางที่คุณภาพการปรึกษาแย่กว่าที่เห็นในรีวิวมาก และมีบางที่ที่ความประทับใจแรกต่อโรงพยาบาลเองก็ไม่ค่อยดี.. มีที่หนึ่งที่จองหลังดู YouTube แต่เพราะรีวิวไม่เยอะและข้อมูลน้อย เลยรู้สึกก้ำกึ่ง? กลับกลายเป็นว่า! ตอนปรึกษารู้สึกเหมือนเป็นของจริงมากกว่าเสียอีก จริงๆ รีวิวเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนตัวมาก และแตกต่างกันไปแต่ละคนก็น่าจะมาก โฆษณาก็น่าจะเยอะ การจะแยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ ตัวเองต้องมีความรู้มากพอถึงจะตัดสินได้ ถ้าไม่รู้และข้อมูลไม่พอ ก็กรองออกไม่ได้เลย ดังนั้นสิ่งที่อยากเน้นจริงๆ คือ <ถ้าไม่แน่ใจ ให้ไปดูด้วยตัวเอง> นี่แหละ ㅎㅎㅎ ไปปรึกษาด้วยตัวเอง 1 ครั้ง ดีกว่าหาข้อมูลออนไลน์ 100 ครั้งจริงๆ อ่า 100 อาจจะเกินไปหน่อย.. 10 ครั้ง?ㅎ.. แบบนั้นฉันเลยเลือกที่ที่เมื่อได้ไปสัมผัสเองแล้ว เซนส์ความงามตรงกับที่ฉันคิดไว้มากที่สุด และแนะนำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นโดยไม่เกินเลย (ตอนที่ไปคลินิกศัลยกรรมทั่วไป เขายังแนะนำทำตาสองชั้นด้วย น่าขำมาก ทั้งที่บอกแล้วว่าไม่ได้ 고민 เรื่องผ่าตัดตาสองชั้น แต่เขาบอกว่าถ้าทำแก้กล้ามเนื้อตาจะทำให้การเปลี่ยนแปลงกับรูปหน้าชัดขึ้น แล้วใส่ลงในชาร์ต ฉันไม่พอใจเลยปรึกษาแบบผ่านๆ แล้วตัดออกจากตัวเลือก) มีที่หนึ่งที่ใจตัดสินได้ชัดเจน เลยผ่าตัดที่นั่น และตอนนี้ครบปีที่ 2 แล้ว ตัวการผ่าตัดเองฉันไม่เสียใจจริงๆ เลย การผ่าตัดที่ทำคือขากรรไกรสองชั้น + โครงหน้า 2 อย่าง และความยาวโดยรวมลดลงประมาณ 5 mm? (ตอนทำขากรรไกรสองชั้น ฉันทำเลื่อนปลายคางไปข้างหน้า 3 mm) ตอนนี้ความรู้สึกที่ดูแมนๆ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในปมของฉันก็ถูกแก้ไขแล้ว และรู้สึกว่าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงมากขึ้นเล็กน้อย ส่วนนี้เป็นสิ่งที่พอใจที่สุด.. (ฉันเคยไม่ชอบที่มุมข้างดูเส้นหน้าแข็งๆ หนาๆ?ㅋㅋ) เวลาถ่ายเซลฟี่หรือออกไปข้างนอก การที่สามารถเผยหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้นน่าจะเป็นหนึ่งในความพึงพอใจที่ใหญ่ที่สุด ยกเว้นช่วง 2 สัปดาห์แรกที่ลำบาก การรอให้บวมยุบจนถึง 6 เดือน ถ้าจะว่ายากก็อาจยากได้ แต่เพราะเป็นการผ่าตัดที่ฉันยอมรับกระบวนการนั้นแล้วจึงทำ ฉันเลยพยายามคิดบวกให้มากที่สุด และควบคุมใจตัวเองมากๆ เพื่อไม่ให้กังวลหรือไม่สบายใจกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่โชคดีที่ตั้งแต่เดือนที่ 3 อาการบวมก็ยุบลงไปมากแล้ว.. ฉันคิดว่าเวลาคงช่วยแก้ให้เอง รอไปก็พอ~ แล้วก็ปล่อยใจสบายๆ ใช้ชีวิตแบบนั้น..ㅋㅋㅋㅋ เพราะคิดลบมากเกินไปก็น่าจะไม่ดีต่อสุขภาพจิต ระหว่างที่บวมยุบ ฉันเลยพยายามไม่วัดสัดส่วนถ้าไม่จำเป็น และเรื่องสมมาตรก็ไม่มองลึกๆ ไม่จ้องกระจกละเอียด แต่ทุกครั้งที่ไปดูอาการ โรงพยาบาลก็เช็กให้อย่างละเอียด และบอกว่าระดับนี้ถือว่าบวมน้อย กำลังฟื้นตัวดี ฉันจำได้ว่าทำให้รู้สึกสบายใจด้วย ก่อนหน้านี้แทบไม่ถ่ายเซลฟี่มุมข้าง หรือถ่ายแล้วก็ใช้ Photoshop ดันคางเข้าไป แต่ตอนนี้แม้ใช้กล้องพื้นฐานก็ถ่ายรูปได้อย่างมั่นใจ และลงรูปต้นฉบับได้อย่างมั่นใจ ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างพอใจจริงๆ (ต่อให้ย้อนกลับไปก่อนผ่าตัดได้ ฉันก็คิดว่าจะกลับมาทำขากรรไกรสองชั้นที่นี่เหมือนเดิม ฉันค่อนข้างสูง หลังผ่าตัดได้ยินบ่อยมากว่าสัดส่วนดีจริงๆ และส่วนตัวคิดว่าเป็นการผ่าตัดที่พลิกชีวิต ㅎㅎ) เดิมทีฉันก็ค่อนข้างผอมอยู่แล้ว และหลังผ่าตัดก็ควบคุมน้ำหนักเข้มมาก เลยจนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สึกว่ามีความหย่อนคล้อยอะไร แต่เรื่องอนาคตไม่มีใครรู้ ดังนั้นต่อไปก็จะดูแลให้แน่นๆ ต่อไป~ ฉันไม่ใช่คนที่แนะนำการผ่าตัดให้คนรอบข้างเท่าไหร่ แต่ถ้ามีใครที่อยากสวยขึ้นแบบให้ความรู้สึกเหนือชั้นสักครั้ง อยากลดรูปหน้าให้เปลี่ยนแบบดรามาติก.. อย่างน้อยไปปรึกษาสักครั้ง^^ ก็คงไม่แย่ใช่ไหม!. งั้นฉันจะจบรีวิวไว้ตรงนี้นะ ถ้าใครมีอะไรสงสัยก็ฝากคอมเมนต์แยกไว้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูลผ่าตัด หรือความกังวลเรื่องความเจ็บปวดช่วงฟื้นตัว.. ยินดีทั้งหมด ตอนฉันหาข้อมูลผ่าตัด ฉันก็เป็นคนที่ค้น Google แบบไม่รู้อะไรว่ารีวิวขากรรไกรสองชั้นแล้วอ่านเอา.. เลยรู้ว่าข้อมูลมันจำเป็นแค่ไหน ㅜㅜ ฉันจะตอบกลับเท่าที่รู้! ถึงจะไม่ได้เข้ามาเช็กบ่อย,,,, ㅋㅋㅋㅋ ยังไงก็ฝากไว้ได้สบายๆ เลย!

อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ

Translating

ต้องการบันทึกรีวิวนี้ไว้ไหม? +0

รีวิวนี้เป็นรีวิวผ่าตัดที่มุ่งเน้นความหรูเด่น

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้