ฉันเป็นคนท้องที่มีกำหนดคลอดเดือนพฤษภาคมค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่นานเคยโพสต์เรื่องกระดูกอ่อนจมูกมองทะลุและซิลิโคนเอียงไปแล้วค่ะ แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาแล้ว ฉันไปที่ SMU มา เขาบอกว่าจมูกของฉันค่อยๆ เกิดการหดรั้งอยู่ค่ะ ช่วงนี้จมูกปวดตุบๆ และรู้สึกเหมือนถูกดึงตึงอย่างฉับพลันบ่อยมาก ผิวบริเวณสันจมูกก็แดงด้วยค่ะ รูจมูกก็มองเห็นชัดมาก เห็นมากกว่าจมูกก่อนผ่าตัดของฉันอีกค่ะ ที่ SMU บอกว่าควรเอาซิลิโคนออก แม้ว่ากำลังตั้งครรภ์ก็ตาม.. ฉันคิดว่าตัวเองเริ่มไม่ถ่ายรูปตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ.. เพราะจมูกเอียงและค่อยๆ แปลกขึ้นเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นตอนนั้นฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าการหดรั้งคืออะไร.. ผลข้างเคียงคืออะไร ใช้ชีวิตมาโดยไม่ได้คิดเลยค่ะ ㅠㅠ ค่าเอาออกที่ SMU แพงมาก ฉันเลยโทรไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดแล้วไปพบค่ะ ฉันบอกโรงพยาบาลผ่าตัดว่าจะขอใบความเห็นจากหมอสูตินรีเวชมาให้ แล้วขอให้เอาออกให้ แต่เขาบอกว่าจะไม่เอาออกให้ค่ะ เขาบอกว่าฉันผ่าตัดมา 10 ปีแล้ว และในช่วงเวลานั้นการหดรั้งก็มาเท่าที่จะมาแล้ว ระดับนี้ภายในไม่กี่เดือนก่อนคลอดคงไม่หดรั้งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่านี้ เขายังบอกว่าถ้าเอาแค่ซิลิโคนออก ก็มีปัญหาว่าไม่รู้ว่ารูปทรงหลังเอาออกจะเปลี่ยนไปอย่างไร.. เขาบอกว่าการหดรั้งปกติจะมีการอักเสบในจมูกและจมูกบวมตุ่ยมาก แต่ฉันไม่ใช่แบบนั้น.. พอฉันถามว่าทำไมผิวถึงแดง ปวดตุบๆ ดึงรั้งและเจ็บ เขาบอกว่าอาจเป็นเพราะไวรัสหวัดเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่เกิดปัญหาใหญ่ และบอกให้มาหลังคลอดอย่างเดียวค่ะ ฉันทุกข์จนเหมือนเลือดแห้งไปหมด.. สามีที่ไปด้วยก็บอกให้เชื่อคำหมอ แล้วค่อยผ่าตัดหลังคลอดค่ะ ฉันเองก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหลือเกินค่ะ ใครจะอยากผ่าตัดตอนตั้งครรภ์กันล่ะคะ.. ฉันเป็นหวัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์แรกๆ จนถึงตอนนี้จริงๆ ค่ะ ช่วงตั้งครรภ์แรกๆ สูญเสียการรับกลิ่นและรสไปหนึ่งเดือน รักษาที่หูคอจมูกเช้าเย็นวันละสองครั้ง กินยาปฏิชีวนะจากสูตินรีเวช.. ตอนนี้ก็ยังกินยาปฏิชีวนะเพราะหวัด.. สภาพจมูกแย่มาตลอดค่ะ เชื่อแค่คำพูดของโรงพยาบาลที่ผ่าตัดได้ไหมคะ แต่ละวันเหมือนนรกค่ะ ฉันควรทำอย่างไรดี ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ
ถูกใจ 0