โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

รีวิวอุบัติเหตุจากฟิลเลอร์จมูก

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 3 ปีแล้วนะคะ...แต่ฉันยังคงอยู่กับความเจ็บปวดอยู่เลย วันนั้นเป็นวันที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต.. ประมาณ 2 ปีก่อนฉีดฟิลเลอร์ ฉันเคยผ่าตัดจมูกมาก่อน.... ยังมีบางส่วนที่ไม่ค่อยพอใจ เลยไปปรึกษาเรื่องร่องแก้ม แล้วสุดท้ายก็ได้ฉีดฟิลเลอร์จมูกไปด้วย... พอฉีดฟิลเลอร์แล้วกลับมาบ้าน มันเจ็บจนรู้สึกว่านี่ไม่ค่อยปกติเลย แต่ตอนนั้นเป็นกลางคืน... วันรุ่งขึ้นฉันโทรไปที่คลินิก เขาบอกว่าเป็นอาการทั่วไป ให้กินยาแก้ปวด ฉันก็เลยกินแล้วทนอยู่หนึ่งวัน แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่แล้วจริงๆ พอเช้าคลินิกเปิด ฉันก็ไม่สนแล้วว่ามีนัดหรือไม่มีนัด รีบวิ่งไปที่คลินิกทันที... หมอให้ฉันนอนบนเตียง ดูแล้วบอกว่าเป็นรอยช้ำรุนแรง...แล้วบอกให้กลับไป.. ฉันรู้สึกว่ามันแปลก เลยรีบไปอีกสาขาของคลินิกเดียวกันทันที.... แต่ที่นั่นแค่เห็นก็พูดว่าเนื้อตายแล้ว.. เขาบอกว่าต้องละลายฟิลเลอร์ทันที...สุดท้ายเขาบอกว่าสถานการณ์นี้ไม่สามารถวางยาชาได้ จึงกดและบีบฟิลเลอร์ออกทั้งอย่างนั้นตอนที่ฉันยังรู้สึกตัวเต็มที่ ในสภาพที่เนื้อตายลุกลามไปแล้วและการอักเสบกำลังรุนแรง เขากดทับจมูกที่แค่ลมพัดผ่านก็ยังเจ็บ..... เจ็บจนอยากตายเลยค่ะ.. สุดท้ายหนึ่งในสามของจมูกฉันกลายเป็นสีดำจากเนื้อตาย...ไปโรงพยาบาลไหน หมอก็ส่ายหัว.. แม้แต่หมอศัลยกรรมตกแต่งที่รู้จักกันก็ยังบอกว่าจมูกฉันคงหลุดออกไปครึ่งหนึ่ง.... แล้วก็เอาแต่ถอนหายใจ... มันคือความสิ้นหวังอย่างแท้จริง จนฉันคิดว่าคงต้องตายแล้วหรือเปล่า.... เดินอยู่ข้างทางก็ทรุดลงร้องไห้ และเป็นลมล้มไปบ่อยๆ... ในสถานการณ์นั้น ฉันรู้สึกเหมือนพยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย ไปทำออกซิเจนบำบัด และไปพบ律师... มันเป็นวันที่เหมือนอยู่ในนรกจริงๆ....ㅜㅜ ฉันโกรธแค้นทุกอย่าง ว่าการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวทำไมถึงให้บทลงโทษที่โหดร้ายขนาดนี้.. ตอนนั้นสิ่งที่เร่งด่วนไม่ใช่การรักษาด้านความสวยงาม แต่คือการหยุดการลุกลามของเนื้อตาย ตัดเอาส่วนเนื้อตายออกให้ดี และทำให้แผลหายดี... ดังนั้นฉันจึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

เขียนยาวเกินไปแล้วนะคะ.... ทั้งที่ตั้งใจจะเขียนให้สั้นลง....คงมีเรื่องอยากพูดเยอะจริงๆ... เรื่องราวหลังจากนั้น ฉันจะมาต่อในโพสต์ครั้งหน้านะคะ..

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุศัลยกรรมความงาม...... ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกได้ระหว่างอดทนผ่านวันที่ยากลำบากจนอยากตายจริงๆ ก็คงเป็นความคิดเชิงบวกค่ะ.... ฟังดูเป็นคำพูดเดิมๆ และเหมือนไม่มีพลังอะไรเลยใช่ไหมคะ.. ฉันเองก็เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน~ แต่....ฉันรู้สึกอย่างลึกซึ้งจริงๆ ว่าพลังของความคิดเชิงบวกนั้นยอดเยี่ยมมาก เมื่อฉันพยายามคิดในแง่บวก เชื่อว่าจะดีขึ้น และใช้ชีวิตพร้อมรอยยิ้มทีละนิด อาการก็ดีขึ้นมากจริงๆ จนคนรอบตัวทุกคนพูดว่าเป็นปาฏิหาริย์.... แน่นอนว่าตอนนี้ก็ยังดูน่าเกลียด และฉันคงใช้ชีวิตอยู่กับจมูกนี้ไปตลอดไม่ได้.... แต่หมอทุกคนที่เห็นจมูกฉันตอนเริ่มเกิดเนื้อตาย ต่างบอกว่าจมูกจะหายไปครึ่งหนึ่ง... ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกขอบคุณที่มันฟื้นมาได้ถึงขนาดนี้ค่ะ

ตั้งใจจะจบแล้ว แต่ก็ยาวเกินไปอีกแล้ว...ㅎㅎ

ถูกใจ 0

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้