ฉันจัดฟันแบบไม่ถอนฟันที่โรงพยาบาลทันตกรรมในเครือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ทำมาแล้ว 5-6 ปี ตั้งแต่เด็กฉันมีนิสัยแลบลิ้นไปข้างหน้า เลยทำให้ฟันยื่น เพราะช่องว่างระหว่างฟันค่อนข้างกว้าง หมอเลยบอกว่าทั้งแบบถอนและไม่ถอนทำได้ ฉันไม่อยากถอนฟันแท้เลยเลือกแบบไม่ถอน หมอบอกว่าถ้าไม่แก้นิสัยของลิ้น ต่อให้จัดฟันแล้วฟันก็จะยื่นออกมาอีก เลยก่อนเริ่มจัดฟัน ฉันใช้เครื่องมือที่เรียกว่า tongue crib อยู่ประมาณ 6 เดือน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เด็กเล็กใช้กันเป็นหลัก เพื่อฝึกไม่ให้เอาลิ้นไปแตะฟันก่อน จากนั้นก็ถอด tongue crib ออก แล้วใส่อุปกรณ์จัดฟันแบบติดแน่นประมาณ 1 ปี 6 เดือน ตอนนั้นเพราะนิสัยแลบลิ้น เลยนอนอ้าปาก ปากแห้งและมีน้ำลายไหล แต่หลังจัดฟันแล้วอาการส่วนนี้ดีขึ้น ด้านความสวยงามก็ได้ผลดีมาก เดิมทีช่องว่างระหว่างฟันเยอะมาก แต่ตอนนี้รวมเข้าหากันหมดแล้ว ข้อเสียคือเหงือกฟันบนขวาถูกกรอจนเป็นแอ่งจากผลข้างเคียงของการจัดฟัน พอกินของเย็นทีไรก็จี๊ดทุกที และเพราะเดิมทีเหงือกค่อนข้างอ่อนแออยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งอ่อนแอขึ้นไปอีก อีกอย่างคือทุกคืนฉันจะใส่รีเทนเนอร์ตอนนอน แต่เทียบกับตอนเพิ่งจัดเสร็จใหม่ๆ ฟันก็ยังขยับ ทำให้ช่องว่างระหว่างฟันกลับมาเยอะขึ้น และฟันหน้าล่างก็คดเล็กน้อย
ฉันพอใจกับการดีขึ้นทั้งด้านการใช้งานและความสวยงามมากกว่าเลยไม่เสียดาย แต่ถ้าใครกำลังจะจัดฟันก็อยากให้คิดให้รอบคอบ