หลังจบม.6 พอดีช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคมแบบนี้ ฉันก็ทำตาสองชั้นค่ะ ตอนยังเรียนเทอมสุดท้ายของม.6 เพื่อนคนหนึ่งอยู่ๆ ก็โผล่มาโดยใส่ผ้าปิดตา ฉันยังคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้เพิ่งทำตาสองชั้นมา พอเวลาผ่านไปมันดูธรรมชาติมากจนไม่เห็นชัด ฉันเลยถามแล้วไปทำตามㅋㅋㅋ แล้วพอเข้ามหาวิทยาลัย ฉันก็เปิดเผยว่าตัวเองทำตาสองชั้น แล้วพี่สาวที่รู้จักก็ไปทำที่นั่นเหมือนกัน...ㅋㅋㅋ ตอนนี้ก็ใกล้จะครบ 5 ปีแล้ว... ก่อนทำตาสองชั้น ดวงตาฉันค่อนข้างยาว เพื่อนรอบตัวเลยบอกว่าอิจฉารูปตาของฉัน... เขาบอกว่าไม่ต้องเปิดหัวตาก็ได้ แล้วก็บอกว่าตายาวเรียว...(ตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร) ตอนปรึกษาฉันบอกว่าอยากได้ตาแบบอาท์เหมือนของฮันจีมิน แต่คุณหมอบอกว่าถ้าทำสูงเกินไปอาจจะเห็นชัดมาก พอเข้าที่แล้วตลอด 5 ปีมานี้ไม่มีใครรู้เลยว่าฉันทำตาสองชั้นมา... (อันนี้แอบภูมิใจนะㅋㅋㅋ รู้สึกดีมาก... คนรอบตัวฉันก็มีหลายคนที่ทำตาเหมือนกัน แต่ถึงขนาดพวกเขาก็ยังดูไม่ออก..) แต่ด้วยนิสัยของฉัน ไม่อยากแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้ทำ เลยพอเปิดเผยออกไปทุกคนก็ตกใจกันหมดㅠㅠㅎㅎ ถ้าจะให้คำแนะนำสักอย่าง แม้ว่าวิธีผ่าตัดตาจะต่างกันไปตามโรงพยาบาล แต่โดยรวมฉันว่าที่สำคัญที่สุดคือทำให้เหมาะกับรูปตาและลักษณะตาของตัวเอง.. แล้วคนที่กำลังคิดเรื่องเปิดหัวตาเปิดหางตา... บางคนเป็นแผลเป็นหรือดูออกชัดเลยว่า 'ฉันเปิดหัวตา+กรีดมา' แต่ก็มีเพื่อนสนิทที่เปิดทั้งหัวตาและหางตาแล้วแทบไม่เห็นอะไรเลย.. อยากให้ลองดูรูปรีวิวของโรงพยาบาลที่อยากทำ แล้วหาที่ไม่ทิ้งแผลเป็นนะ~ แล้วถ้าไม่ได้มีไขมันที่ตามากหรือเปลือกตาหนา การเย็บแบบไม่กรีดจะดูเป็นธรรมชาติกว่ากรีดมาก!! คนที่กังวลว่าจะหลุด ก็มีวิธีเย็บสองชั้น (double buried stitch) ด้วยนะ! ก่อนทำตาสองชั้นฉันเคยมีเส้นอยู่แล้ว แต่มันพับเป็น 3-4 ชั้นเหมือนรอยย่นเลยทำ พอมีเส้นเดิมอยู่แล้วก็กลัวว่าถ้าเย็บแล้วหลุดจะทำยังไง แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ความกังวลนั้นไม่จำเป็นเลย! แถมยังเห็นเพื่อนที่ทำกรีดแต่หลุดอีก 2 คน..(แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคน) สรุปคืออย่ากลกลายเกินไป แต่ทำให้เป็นธรรมชาติเหมือนดวงตาของตัวเองให้มากที่สุด นั่นแหละน่าจะเป็นความสำเร็จของศัลยกรรมตา... ดังนั้นฉันเลยใช้ชีวิตแบบพอใจมาก!!! :))
좋아요 0