โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo

ยืดผนังกั้นจมูก + ตัดกระดูก + กระดูกอ่อนหูปลายจมูก + ซิลิโคน 3.5 มม. ของฉัน…

สวัสดีค่ะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ 25 ตุลาคม ฉันถอดออกทั้งหมดแล้วค่ะ คิดว่าคนที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายๆ ฉันน่าจะได้ประโยชน์ เลยเขียนโพสต์นี้ เพื่อความสะดวก ขอเขียนแบบภาษาย่อๆ นะคะ

ช่วงที่ผ่าตัดคือวันที่ 21 เมษายนปีนี้ ที่โรงพยาบาล oo แถวอัพกูจอง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดหลังทำจมูกคือ ตอนยังใส่เฝือกและติดเทปที่จมูกอยู่ ส่วนช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดคือ ตอนถอดเฝือกและแกะเทปออก

เหมือนความรู้สึกที่เป็นตัวเองหายไป และหน้าตาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น ความรู้สึกแปลกๆ นี้คืออะไรนะ? เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ความเป็นตัวเองหายไป

ผ่านไป 3 เดือน

ฉันไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดให้แล้วบอกว่าอยากเอาออก ฉันบอกว่าหน้าฉันกลม ตาเล็ก โหนกแก้มแบน แต่สันระหว่างคิ้วสูงและปลายจมูกแหลม เลยไม่เข้ากับหน้า ดูแก่และดูไม่เป็นธรรมชาติ ฉันบอกว่าสันระหว่างคิ้วที่กว้างกว่าเดิมและจมูกที่ออกจะบานนิดๆ เมื่อก่อนเข้ากับหน้าฉันมากกว่า ขอให้เอาออก

ทางโรงพยาบาลบอกว่า ไม่ใช่การผ่าตัดง่ายๆ เขาผ่าตัดไว้ซับซ้อนและยากมาก และเพราะฉันเป็น “หัวใหญ่” จริงๆ ควรดึงจมูกออกมาให้มากกว่านี้ เขากลับเสียดายตรงนั้นมากกว่า

สรุปคือ มีโอกาสสูงมากว่าถ้าเอาออก จมูกจะม้วนเชิดขึ้น หรือไม่ก็ตกลงมา กล่าวคือกลายเป็นจมูกประหลาด และถ้าหลังจากนั้นอยากผ่าตัดใหม่ นี่จะเป็นการผ่าตัดที่ยากมาก การเอาออกนั้นง่าย แต่ความเป็นจริงเป็นแบบนั้น

พอได้ยินแบบนั้น ฉันก็ถามกลับว่าทำไมไม่บอกล่วงหน้า ทำไมไม่บอกว่าการยืดผนังกั้นจมูกหลังผ่าตัดแล้วเอาออกไม่ได้ โรงพยาบาลบอกว่า เพราะไม่มีใครผ่าตัดโดยคิดว่าจะเอาออก ถ้าอยากเอาออกจริงๆ ให้รอครบ 6 เดือนแล้วค่อยมา

ขากลับบ้านรู้สึกหดหู่มาก หลังจากนั้นครบ 6 เดือน ฉันกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งและขอให้เอาออกทั้งหมดอีกครั้ง

เขาให้เขียนหนังสือยินยอมว่าจะไม่รับผิดชอบ ไม่ว่าจมูกจะเชิดขึ้นหรือตกลงมา

พอได้ยินแบบนั้น ฉันคิดว่าไม่ควรทำที่โรงพยาบาลนี้แล้ว จึงออกมาเลย จากนั้นค้นหาแพทย์ที่เน้นการเอาวัสดุออกทางอินเทอร์เน็ต แล้วไปปรึกษาแบบพบแพทย์

ฉันถามแพทย์ว่า ถ้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลแรกกับที่นี่ วิธีเอาออกเหมือนกันไหม? (คิดว่าอย่างไรถ้าพังก็อย่างน้อยควรเหลือเงินไว้ โรงพยาบาลแรกฟรี โรงพยาบาลนี้ 3 ล้านวอน)

แพทย์บอกว่าเป็น “ปัญหาเรื่องความตั้งใจของแพทย์ผู้ผ่าตัด” และเป็นปัญหาเรื่องแนวคิด เขาบอกว่าเมื่อเปิดจมูกและเอาแกนค้ำออก ตอนนั้นจมูกจะม้วน จึงต้อง ดูอย่างระมัดระวัง ถ้าเกิดจมูกเชิดขึ้น ต้องคลายเนื้อเยื่อและใช้ผนังกั้นจมูกกับกระดูกอ่อน? อะไรต่างๆ เพื่อจัดการ

ฉันถามเรื่องเดิมอีกครั้ง บอกตรงๆ ว่ากังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ฉันบอกว่าคิดอยู่ว่าจะเอาออกทั้งหมดฟรีที่โรงพยาบาลแรก แล้วถ้าโชคร้ายจมูก เชิดขึ้น ค่อยมารักษาที่นี่ได้ไหม แพทย์บอกว่าถ้าตอนเอาออกจมูกม้วนขึ้น ต้องใช้วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดครั้งแรก (ผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อน ฯลฯ) เพื่อป้องกันไม่ให้ม้วนขึ้น แต่ถ้าฉันเอาวัสดุเหล่านั้นออกหมดแล้วค่อยมา หลังจากนั้นต้องแก้ด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูง (ก็จริง คนที่ผ่าตัดครั้งแรกให้ฉันดูเหมือนว่าถึงจมูกจะม้วนขึ้น แค่เอาซิลิโคนออกก็คงทำเป็นไม่สนใจแล้วปิดแผลไปเลย)

และเขาบอกว่าหลังเอาซิลิโคนออก ส่วนใหญ่สันจมูกจะกว้างแบน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเกลาให้เรียบร้อยด้วย อีกทั้งเพราะปลายจมูกทำไว้ด้วยผนังกั้นจมูกและกระดูกอ่อนหู ถ้าเอาออกทั้งหมดแล้วจะดูแผ่ออก เขาจึงจะตัดแต่งกระดูกอ่อนหูใหม่แล้วใส่ที่ปลายจมูก เป็นทรงใหม่

ฉันถามแพทย์ว่าโอกาสที่จมูกฉันจะถูกยกขึ้นมีเท่าไร เขาบอกว่าต้องเอาออกก่อนถึงจะรู้ แต่คนที่เดิมทีไม่ใช่จมูกเชิด หรือคนที่ใช้ผนังกั้นจมูกน้อย โอกาสจมูกเชิดจะต่ำกว่า ฉันลังเลมาก จะเสี่ยงดวงดีไหม... ถ้าเอาออกที่โรงพยาบาลที่ผ่าครั้งแรกก็ประหยัดได้ 3 ล้านวอน.. ไม่สิ ถ้าเกิดจมูกม้วนขึ้นมาก็ต้องเสียสองเท่า.. แล้วเขาก็บอกว่าจะเกลาปลายจมูกให้สวยใหม่ด้วยนี่นา เฮ้อ,,,, ทำยังไงดี.. คิดหนักมาก

สุดท้ายตัดสินใจทำเลย เพราะไม่อยากกลับบ้านแบบหดหู่อีกแล้ว ผลลัพธ์คือสวยกว่าจมูกเดิมตั้งแต่เกิดของฉันอีก

และฉันก็ได้ความเป็นตัวเองกลับมาอีกครั้ง จมูกไม่ได้เชิดขึ้นหรือตกลงมาเลยสักนิด ตอนฉันตื่นจากยาสลบแล้วถามพยาบาลว่าฉันผ่าตัดไปกี่ชั่วโมง เหมือนได้ยินว่า 2-3 ชั่วโมง (<- อันนี้ไม่แน่ใจ เพราะได้ยินตอนยังมึนๆ อยู่)

น่าจะทำอย่างละเอียดมาก

หลังผ่าตัด แพทย์ให้ดูรูปซิลิโคน ผนังกั้นจมูก และอื่นๆ ที่เอาออกมา

คนที่กำลังคิดเรื่องผ่าตัดเอาวัสดุออก อย่ากังวลมากเกินไปนะคะ การเอาออกฟรีก็ ดีเหมือนกัน แต่ถ้าเขาพูดว่าจมูกจะเชิด ให้เขียนหนังสือยินยอม แบบนี้ สิบครั้งเก้าครั้งคือถึงจมูกจะมีปัญหา แค่เอาออกก็จบแล้วในความคิดของเขา ต่อให้บริเวณที่เอาซิลิโคนออกกว้างแบน เขาก็อาจไม่สนใจ หรือถึงเอาปลายจมูกออกแล้วจมูกดูแบนยุบมาก ก็มีโอกาสสูงที่จะปิดกลับไปเฉยๆ

ฉันคิดว่าการทำที่โรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านการเอาวัสดุออกก็ดี เพื่อเตรียมพร้อมแม้ในกรณีที่ไม่คาดคิด ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้ค่ะ

ถูกใจ 3

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้