โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

กังวลค่ะ

ปี 2005 ผ่าตัดจมูกครั้งที่ 1..เอียงไปทางขวา..หลังจาก 5 เดือนเลยผ่าตัดแก้อีกครั้ง..วางไว้ต่ำแล้ว แต่ก็เอียงขวาอีก..มีแค่ฉันที่รู้..คนทั่วไปมองก็แทบไม่รู้ค่ะ ก็เลยใช้ชีวิตไปแบบนั้น จนปี 2013..เพราะมีปมเรื่องจมูก เลยเริ่มหาข้อมูลโรงพยาบาลที่นั่นที่นี่อีกครั้ง..พูดตรงๆ ฉันไม่รู้เลยว่าจมูกตัวเองเป็นจมูกที่ยากขนาดนั้น..ไม่ใช่จมูกมีฮัมพ์..ไม่ใช่จมูกชมพู่หรือจมูกเชิด..ก็แค่จมูกเล็กๆ ค่ะ..ก็เลยไปทั่วคังนัม ไปแต่ที่ที่คิดว่าค่อนข้างดัง..แต่สุดท้ายเลือกที่ที่ราคาค่อนข้างถูก..ตอนนั้นยังไม่มีความรู้เรื่องศัลยกรรมจมูกมากนัก ถึงจะอยู่คังนัมและไม่ได้เป็นที่รู้จักมาก แต่ก็มีหมอหลายท่าน และมีผู้อำนวยการแผนกวิสัญญีอยู่ประจำ..ก็เลยได้ทำผ่าตัดครั้งที่ 3..ตั้งแต่นี่แหละค่ะที่จริงๆ แล้ว..นึกถึงคำว่าของถูกมักไม่ดี..ซิลิโคน 3.5 มม. ตัดกระดูก (ป้องกันการเอียง) ดันคอลัมเมลลาเล็กน้อยมาก ปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนหู..เหลาโหนกฮัมพ์ที่มีอยู่นิดเดียวออก..ทั้งหมดนี้ 2.7 ล้านวอน ซึ่งถูกที่สุดในบรรดาโรงพยาบาลที่ฉันไปปรึกษา..เลยตัดสินใจทำด้วยใจดีใจ..ㅋ โรงพยาบาลอื่นส่วนใหญ่บอกว่าจะใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกด้านในและทำแบบเปิด แต่คุณหมอท่านนี้บอกว่าจะใช้กระดูกอ่อนหูและทำแบบปิดค่ะ ฉันเลยถามว่า..โรงพยาบาลอื่นบอกให้ใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก แล้วทำไมคุณหมอถึงใช้กระดูกอ่อนหูล่ะคะ..เขาก็บอกว่าสำหรับฉันกระดูกอ่อนหูก็พอแล้ว..ฉันไม่ได้คิดอะไรมากแล้วก็ผ่าตัด..สุดท้ายครั้งนี้กลับเอียงไปทางซ้ายอีก..ㅠ เห็นในชุมชนหนึ่งบอกว่า ถ้าผ่าตัดกับหมอคนนั้นครั้งหนึ่งแล้วล้มเหลว..จะมีเคล็ดว่าเดี๋ยวก็ล้มเหลวอีก..ครั้งนี้ผ่านไปแค่ 2 สัปดาห์เลยฝากให้ผู้อำนวยการใหญ่ทำ..เวลาวางยาสลบแล้วผ่าตัด เราจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนผ่า..แต่จากความรู้สึกของฉัน 98% รู้เลยว่าหมอคนเดิมเป็นคนผ่าㅋㅋ รู้สึกแย่มาก..น่าจะไม่ทำยานอนหลับㅋㅋ เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใช้ยานอนหลับแล้วทำไปเลย..อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดครั้งที่ 4 จับความเอียงได้ในระดับหนึ่ง..แต่ครั้งนี้สูงเกินไป เห็นทะลุและแดง..ดูออกㅋㅋ เรื่องนี้..คุณหมอบอกว่า..เป็นเพราะฉันดื้อขอให้ทำสูงเอง..เขาบอกว่าจะผ่าแก้ให้ ให้รอ 6 เดือน..ด้วยความอึดอัดใจเลยเข้าไปดูในชุมชน เห็นว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งที่แม้ซิลิโคนเอียงจนมองเห็นด้วยตา..ก็ยังฝืนบอกให้รอจนบวมยุบ..อย่างน้อยฉันก็ยังถือว่าดีหน่อย..ㅋ ถึงตรงนี้ก็..รู้ค่ะว่าต่อให้ฟ้องร้องก็ไม่มีทางชนะเด็ดขาด..คืนเงินก็ไม่มีทาง คิดซะว่าเจอเรื่องซวย แล้วจนถึงตอนนี้ก็ทนมาได้ด้วยกำลังใจจากครอบครัวและ..คนรู้จักจริงๆ ค่ะ จากความเครียด 10 เดือนน้ำหนักลดไป 12 กิโล..เป็นผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์มที่หนังศีรษะด้วย..พูดไม่ออกเลยค่ะ..ครอบครัวพูดเล่นว่าจมูกล้มเหลว..แต่ลดน้ำหนักสำเร็จ..เธอควรต้องจ่ายเงินให้โรงพยาบาลนั้นหรือเปล่าㅡㅡ ตอนนี้ผ่านไป 10 เดือน..คนอื่นมองก็เห็นชัดและเห็นทะลุ แต่ไม่ได้แปลก เลยบอกให้ใช้ชีวิตไปเถอะ..ซิลิโคนที่เด่นขึ้นทุกครั้งที่ถ่ายรูป..รูจมูกไม่สมมาตร..ทุกครั้งที่ส่องกระจกเครียดมากค่ะ ดังนั้นเพื่อจะผ่าตัดครั้งที่ 5 ฉันไปจริงๆ ทั้งอัพกูจองดง..ชองดัมดง..คังนัม..ที่ไหนน่าไปก็ไปหมด..โรงพยาบาลเดิมต่อให้บอกว่าจะทำให้ฟรีก็ไม่อยากทำ..คิดว่าจะจ่ายใหม่ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินเท่าไหร่..ระหว่างปรึกษาและฟังคุณหมอหลายท่านพูด ก็พบปัญหาพื้นฐานของจมูกฉัน..แกนใบหน้าด้านหนึ่งสูงกว่า จมูกเลยล้มไปทางด้านตรงข้ามเรื่อยๆ..มีแต่วิธีลดความสูงลง..ด้านความสวยงาม..จะไม่สวยเท่าตอนนี้..การขูดพังผืดในรูจมูกก็มีข้อจำกัด และทำให้สมมาตรไม่ได้ เขาบอกให้เลือกได้อย่างหนึ่งแล้วต้องยอมเสียหลายอย่าง ไม่สามารถได้ทั้งสองอย่าง...แล้วก็พบความจริงใหม่อีก..ตอนถ่าย 3D CT..สิ่งที่เคยได้ยินแต่ชื่ออย่างซิลิโคนทรง L อยู่ข้างในค่ะ..ช็อกมาก..สมัยนี้ยังใช้ทรง L กันอีกเหรอ..ฉันโมโหมากเลยโทรไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัด..เขาบอกว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ทรง L ค่ะ กลับกัน พนักงานที่นั่น..ที่ปรึกษาดูตกใจด้วยซ้ำ ฉันบอกว่าถ่าย 3D แล้วตรวจยืนยันแล้ว ทำไมยังพูดแบบนั้น เขาบอกว่าจะตรวจสอบแล้วโทรกลับ..วันนั้นไม่มีสายโทรมา..วันถัดมาฉันโทรไปถามว่าบอกว่าจะโทร ทำไมไม่โทร เขาบอกว่าเขาโทรหลายครั้งแล้วแต่ฉันไม่รับ..อ้อ เรื่องแบบนี้เป็นความถนัดของโรงพยาบาลนี้ค่ะ..มีเหตุการณ์แบบนี้อีกสองสามครั้ง..พอถามคุณหมอ เขาบอกว่าซิลิโคนทรง L ใส่เข้าไปประมาณครึ่งหนึ่ง..ส่วนที่เหลือเป็นกระดูกอ่อนหู และไม่ได้เข้าไปจนสุดปลาย..นี่ล้อเล่นหรือเปล่า ถ้าจะใช้ซิลิโคนทรง L แค่ครึ่งเดียว ทำไมไม่ใช้ทรงตรง ทำไมต้องใช้ทรง L? อย่างไรก็ตาม ฉันนัดโรงพยาบาล..แล้วไปฟังว่าจะอธิบายอย่างไร..ถามว่าทำไมในจมูกฉันถึงมีทรง L..เขาบอกว่าแม้จะเป็นทรง L แต่ไม่ใช่ทรง L แบบสมัยก่อน..พอถามว่าทำไมถึงใช้ทรง L โดยไม่ถามคนไข้..เขาบอกว่าตอนใช้กระดูกอ่อนหู บางครั้งเขาก็ใช้ร่วมกัน..ในภาพ CT ทรง L ลงมาถึงบริเวณคอลัมเมลลา..ฉันเลยขอให้เขาอธิบายเรื่องนั้น..เขาบอกว่าเขาเหลาให้บาง..และเหตุผลที่เอาลงมาถึงตรงนั้น เพราะจมูกฉันเอียงเรื่อยๆ..เลยทำไว้เพื่อช่วยพยุง..โรงพยาบาลนั้นจริงๆ ค่ะ ผ่าตัดไปสองครั้ง..แต่การรอเกินเวลานัดสองชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ..ผ่าตัดจมูกก็น่าจะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง..เสียใจจนจะตายอยู่แล้วค่ะ..จนถึงตอนนี้ถึงจะโกรธจริงๆ ก็ยังเงียบมาตลอด..แต่จนถึงวินาทีสุดท้าย..ก็ไม่มีพื้นฐานเลยค่ะ..ถ้าปล่อยจมูกนี้ไว้อย่างนี้ต่อไปจะไม่มีปัญหาจริงไหมคะ? กังวลจนจะตายแล้วค่ะ

ถูกใจ 0

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้