โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

(ยาวมาก) รีวิวศัลยกรรมจมูก 8 เดือน + ความรู้สึกและบ่นยาว

ปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ตอนพักร้อนฤดูหนาว เวลาก็กระชั้นมาก แถมยังกังวลว่า ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้ทำอีก เลยไม่ได้หาข้อมูลให้ดี แล้วก็รีบคัดมาแบบหุนหันสี่ที่ (ตอนนั้นที่คัดไว้คือ คลินิกศัลยกรรมคิมซังบ, Miplus, Miuz, Faceline) แล้วตั้งใจว่าจะไปตามลำดับ ถ้าชอบที่ไหนก็จองที่นั่นเลย ตั้งแต่เริ่มก็ผิดแผนแล้ว เพราะพอเริ่มวันหยุด ฉันควรจะเริ่มไปตั้งแต่วันพฤหัสบดี (ฉันอยู่ต่างจังหวัด ไปโซลใช้เวลาสามชั่วโมง) แต่มัวเที่ยวไปเรื่อย ๆ จนได้ไปวันเสาร์ ในบรรดาโรงพยาบาล คิมซังบ (เห็นบอกว่าทำด้วยแบบปูนปลาสเตอร์? ตอนนั้นดูน่าจะดี ตอนนี้ผ่าตัดไปแล้วเลยไม่ได้หาข้อมูลต่อแล้ว ไม่รู้ว่าดีจริงไหม...) บอกว่าคิวเต็มเลยไปไม่ได้ ส่วน Miuz เป็นที่ที่คนรู้จักเคยทำ แต่พอลองค้นดูเห็นว่าไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางเลยข้ามไป...เหลือ Miplus กับ Faceline สองที่ ซึ่งในสายตาของฉันตอนนั้นที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้อมูลเลย ที่ที่เคยออกรายการ Let Me In ทางทีวีดูน่าเชื่อถือมาก จริง ๆ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ฉันตั้งใจจะไปด้วยซ้ำ แต่คืนนั้นไปเจอในอินเทอร์เน็ตแบบกะทันหันเลยจองไว้ ที่นี่อยู่ใกล้ เดินทางจากสถานีขนส่งแล้วลงรถไฟใต้ดินไปสะดวก เลยตัดสินใจไปเป็นที่แรก ฉันตื่นเต้นมาก ในใจก็คิดแค่ว่า อา ฉันก็กำลังจะสวยขึ้นแล้วสินะ ปรึกษากับผู้จัดการประมาณ 20 นาที กับหมอประมาณ 10 นาทีแล้วออกมา จากนั้นก็โทรคุยกับคนรู้จัก (จริง ๆ ตอนนั้นก็ยังลังเลอยู่ว่าจะทำหรือไม่ทำ) ฉันถามว่าวันนี้ผ่าตัดได้ไหม บังเอิญวันนั้นฉันยังไม่ได้กินข้าวมา เขาเลยบอกว่าทำได้ ถ้ารอประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ผ่าตัดได้ ผู้จัดการดูตื่นเต้นและจะจัดคิวผ่าตัดให้ ฉันเลยเริ่มได้สตินิดหน่อย ก็เลยบอกว่า ไม่ค่ะ ขอไปดูที่อื่นก่อน ผู้จัดการก็บอกว่าที่อื่นก็เหมือนกันหมด เราทำดีที่สุดแล้ว จริง ๆ เราไม่มีเวลาผ่าตัดว่างเลย ถ้าจะไปดูที่อื่นก็จ่ายมัดจำ 100,000 วอนมา พอเขาพูดแบบนั้นฉันก็ลังเล แล้วคิดว่า อา ถ้าวันนี้ไม่ผ่า ก็ต้องรอถึงวันจันทร์ แล้วก็จะตัดไหมไม่ทันก่อนกลับไปทำงาน... ด้วยความขี้เกียจไม่อยากหาข้อมูลเพิ่มแล้ว เลยเผลอจองผ่าตัดไปทันที โง่มากจริง ๆ .... เงินมัดจำนั่นด้วย ตอนนี้มองย้อนกลับไปก็ยังสงสัยว่าทำไมตอนนั้นถึงหวั่นไหว ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่มีฝีมือจริงและไม่ได้ง้อลูกค้า เขาคงบอกว่าไปดูที่อื่นให้ครบแล้วค่อยกลับมาก็ได้... เฮ้อ ยังไงก็ตาม ฉันมีจมูกทรงกระเปาะรุนแรง เป็นจมูกเนื้อที่กว้างบานมาก สันจมูกแทบไม่มี เวลาเห็นด้านข้างถึงขั้นมองเห็นตาอีกฝั่งได้...ตอนมัธยมต้นฉายาคือถั่วลิสง (เพราะโครงหน้าด้านข้าง..) ตอนนั้นในสภาพที่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ และไม่ค่อยรู้อะไร ฉันคิดแบบสบายใจว่า ถ้าเป็นหมอก็คงทำให้ดีได้แหละ เลยทำยืดปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหู ใส่ซิลิโคนสันจมูก ลดปีกจมูกแบบผ่าตัด เย็บรวบด้านในจมูกให้เข้าหากัน อะไรประมาณนั้น ผลคือ ไม่มีผลข้างเคียงใหญ่ ๆ แต่ก็ไม่มีความพอใจเหมือนกัน... ซิลิโคนสันจมูกเอียงไปข้างหนึ่ง ส่วนจมูกก็แค่ปีกจมูกเล็กลง แต่ยังใหญ่และยังเป็นจมูกกระเปาะอยู่ดี นอกจากมีสันจมูกขึ้นมาก็ไม่ได้อะไรเลย เพราะเอียง ด้านที่เอียงไปเลยกลายเป็นจมูกเหมือนแท่งชอล์ก เห็นชัดมาก แผลลดปีกจมูกยังมีรอยแผลอยู่ ตอนนั้นฉันตื่นเต้นมากจนไม่สนใจ แต่ช่วงนี้ที่ใกล้จะครบ 1 ปีแล้ว.. ปกติไม่ว่าจะบาดเจ็บตรงไหนก็เคยได้ยินบ่อยว่าฉันเป็นคนเนื้อดี แผลหายดี การฟื้นตัวก็เลยดีและไม่มีการหดรั้ง แต่บางครั้งด้านในจมูกก็ปวดตุบ ๆ แปลบ ๆ แล้วมีอะไรเหมือนสิวเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นถี่ ๆ รอบสันจมูก และบริเวณกระดูกคิ้วที่เชื่อมกับกระดูกจมูกก็ปวดตุบ ๆ แปลบ ๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันที แต่รู้สึกเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้น เลยกำลังหาข้อมูลเรื่องเอาซิลิโคนออกและผ่าตัดแก้ ก่อนหน้านี้ฉันเกลียดหน้าตัวเองมากและเป็นปมด้อย เลยไปผ่าตัด แต่ตอนนี้กลับอยากกลับไปหน้าเดิม... นิสัยฉันค่อนข้างสมบูรณ์แบบนิยม แถมเปลี่ยนใจง่าย และคิดมากด้วย เลยเข้าใจแล้วว่าที่เขาพูดว่าถ้าทำศัลยกรรมแล้วจะจับนั่นจับนี่ต่อไปเรื่อย ๆ หมายความว่าอะไร... ถ้าเอาเงินก้อนนั้นไปใช้ให้มีความสุขแทนก็คง...ㅎㅎ ㅠㅠ ฉันแค่อยากใช้ชีวิตโดยไม่ต้องสนใจใบหน้า เดิมทีฉันไม่ค่อยส่องกระจก แต่หลังผ่าตัด วันหนึ่งเสียเวลาไปหลายชั่วโมงกับการดูแต่กระจก ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แค่มีอะไรนิดหน่อยก็ใจเสียว่าหรือจะเป็นผลข้างเคียง... ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันอยากย้อนกลับไปก่อนผ่าตัดอย่างสุดใจㅜ การใช้ชีวิตตามรูปลักษณ์เดิมของตัวเอง...ไม่มีใครที่น่าเกลียดหรอก ตลกตรงที่จมูกและใบหน้าของฉันที่เมื่อก่อนเคยมองว่าน่าเกลียดมากและเป็นปมด้อย พอดูรูปเก่าแล้วกลับดูน่ารัก ค่อนข้างสวย และคิดถึงมัน รู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวฉันเอง.... บอกว่าเป็นรีวิว แต่สุดท้ายก็ทิ้งไว้แค่คำบ่นยาว ๆ

ถูกใจ 1

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้