เฮ้อ.. สวัสดีค่ะㅠ ฉันกังวลเรื่องการผ่าตัดแก้ตามาก เลยมาเขียนโพสต์ค่ะ.. ฉันผ่าตัดตาครั้งแรกเมื่อปีก่อนหน้าโน้น เดือนพฤศจิกายน 2015.. ตอนนั้นทำกรีดบางส่วน + เปิดหัวตา + แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง.. หลังจากนั้นไม่นานก็คอยดูอาการ แล้วตาข้างหนึ่ง? ลืมได้แค่ประมาณครึ่งเดียว ส่วนอีกข้างทำออกมาดี.. โรงพยาบาลเลยแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้ใหม่เฉพาะข้างนั้นแบบไม่กรีดในฐานะบริการหลังการขาย.. แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ประมาณ 6 เดือน ตาข้างหนึ่งก็คลายอีก.. พอถามทางโรงพยาบาลอีก เขาบอกว่าจะทำให้แบบบริการหลังการขาย ครั้งนี้เลยได้ทำกรีด + แก้ไลน์ + แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอีกครั้ง.. น่าจะประมาณเดือนกันยายน 2016.. หลังจากนั้นผ่านมาประมาณ 1 ปี 2 เดือน.. ตาข้างที่มีปัญหานั้น.. ไลน์สูงกว่า และเป็นตาไส้กรอก.. การแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงก็ไม่ได้ทำออกมาดี.. อีกข้างยังพอใช้ได้..ㅜ พอฉันกลับไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดแก้ให้.. ㅎㅎ เขาบอกว่าผู้อำนวยการที่ดูแลฉันย้ายไปโรงพยาบาลอื่นแล้ว.. ก็เลยไม่มีทางเลือก ต้องให้อีกผู้อำนวยการดูให้.. ทั้งที่ครั้งนี้จะเป็นการผ่าตัดตาครั้งที่สี่ของฉันแล้ว.. แต่รู้สึกว่า.. ท่าทีของทางโรงพยาบาลเหมือนคิดง่ายเกินไป? เหมือนมองเป็นเรื่องเบา ๆ? ปกติถ้าเป็นการผ่าตัดแก้ตาต้องระมัดระวังไม่ใช่เหรอคะ? แต่ผู้อำนวยการยังดูอายุน้อย และดูเหมือนไม่ค่อยมีประสบการณ์.. เขาบอกว่าจะทำให้เป็นบริการหลังการขาย ㅡㅡ ให้จ่ายแค่ค่ายาชาก็พอ.. โดยแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีด.. โอ๊ย จริง ๆ.. พอได้ยินแบบนั้น ฉันก็ตาสว่างขึ้นมาเลยว่าควรไปทำที่โรงพยาบาลอื่น.. ปรึกษาเสร็จได้รับนามบัตรมา.. ระหว่างทางกลับบ้านฉันทิ้งนามบัตรลงถังขยะไปแล้ว.. จริง ๆ.. เฮ้อ.. เสียใจมาก ปีหน้าจะเก็บเงินแล้วหาที่ที่แก้ผ่าตัดเก่ง ๆ ทำค่ะ.. รู้สึกอย่างชัดเจนจริง ๆ ว่าต้องระมัดระวังเรื่องตาตั้งแต่การผ่าตัดครั้งแรก...
ถูกใจ 0