โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review

6 ปีหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาล ㅇㅇㄷ...

ฉัน เคยผ่าตัดโหนกแก้มและกราม ซึ่งเป็นการผ่าตัดปรับโครงหน้า ที่โรงพยาบาลที่ยิงโฆษณาเยอะมากแห่งนั้น โรงพยาบาล ㅇㅇㄷ เมื่อประมาณช่วงนี้พอดีเมื่อ 6 ปีก่อนค่ะ ปกติฉันมีโหนกแก้มด้านข้างยื่นออกมา ทำให้หน้าดูเหมือนกะโหลกนิดๆ และมีความรู้สึกเหมือนคางยื่นเล็กน้อย อีกทั้งช่วงหน้าล่างพัฒนาเด่น เลยดูหนักๆ ฉันจึงผ่าตัดเพื่อแก้ปมด้อยนั้นค่ะ ตอนนั้นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชุงอังก็ดังเรื่องผ่าตัดกระดูกใบหน้า และก็มีคลินิกศัลยกรรมอื่นๆ เยอะเหมือนกัน แต่เพราะฉันเน้นหาข้อมูลเรื่องความปลอดภัย เช่น มีวิสัญญีแพทย์ประจำหรือไม่ การจัดการความปลอดภัยเป็นอย่างไร จึงเลือกโรงพยาบาล ㅇㅇㄷ เพราะมีขนาดใหญ่ระดับโรงพยาบาล และมีวิสัญญีแพทย์ประจำ เป็นต้น เลยคิดว่าปลอดภัย ตอนนั้นจ่ายค่าผ่าตัดประมาณ 12 ล้านวอนค่ะ คิดว่าทั้งก่อนและหลังผ่าตัดก็ค่อนข้างเป็นมิตรค่ะ หลังผ่าตัด วันรุ่งขึ้นก็ออกจากโรงพยาบาลทันที หลังจากนั้นก็ไปโรงพยาบาลประมาณ 3 ครั้ง? รวมถึงไปตัดไหม ระหว่างที่ไปหลังผ่าตัดไม่กี่ครั้ง ฉันเห็นหน้าผู้อำนวยการพัคซังฮุนที่ผ่าตัดให้ฉันแค่ 1 ครั้งพอดี และเหมือนว่าตัดไหมก็ไม่ได้ทำโดยแพทย์ด้วยค่ะ

ตั้งแต่หลังผ่าตัด บริเวณเส้นประสาทใต้เบ้าตาซ้าย (ตั้งแต่ใต้ตาซ้ายถึงแก้มและริมฝีปากบน) มีความรู้สึกชาๆ ซ่าๆ รับความรู้สึกได้ทื่อลงเล็กน้อย และเหมือนถูกดึงรั้ง ช่วงที่เพิ่งผ่าตัดไม่นาน ฉันก็คิดว่าคงเป็นแบบนั้นแหละ แต่ผ่านไป 1 ปีก็ยังเหมือนเดิม เพราะฉันอยู่ต่างจังหวัด จึงไปเองไม่ได้และปรึกษาออนไลน์ ตอนนั้นได้รับคำตอบว่าต้องใช้เวลาสักหน่อย และถ้ายังเป็นเหมือนเดิมต่อไปก็ให้มาที่โรงพยาบาลสักครั้ง จริงๆ แล้วถึงจะชาๆ ซ่าๆ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึกเลย หรือรับความรู้สึกทื่อลงรุนแรง และไม่ได้ถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน เลยใช้ชีวิตไปโดยคิดว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงดีขึ้นค่ะ

แต่จนถึงตอนนี้ ผ่านมา 6 ปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เหมือนเดิมทุกอย่าง ฉันจึงสอบถามไปที่หน่วยงานผู้บริโภค เขาบอกว่าถ้าไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจ แล้วขอใบรับรองแพทย์ที่วินิจฉัยว่ามีปัญหามายื่น เขาจะช่วยไกล่เกลี่ยกับโรงพยาบาลนั้นให้ ดังนั้นฉันมีแผนจะไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเร็วๆ นี้ค่ะ

และ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชาๆ ซ่าๆ เท่านั้น หลังผ่าตัดโหนกแก้ม ทั้งสองข้างไม่สมมาตรและผลการลดขนาดก็น้อยมาก อีกทั้งฉันผ่าตัดกรามด้วยการตัดกระดูกแบบ T-osteotomy กรามดูเรียวขึ้นเล็กน้อยก็จริง แต่ความยาวของกรามเองยังเหมือนเดิม ทำให้ความรู้สึกว่าช่วงหน้าล่างดูหนักยังคงอยู่ พอเวลาผ่านไป ไม่รู้ว่าตรงตำแหน่งที่ตัดกระดูกเกิดช่องว่างหรือเปล่า เพราะเมื่อคลำดูจะรู้สึกขรุขระเหมือนมีส่วนยื่นออกมา และบริเวณกรามเหลี่ยมถูกตัดออกมากเกินไป จนรู้สึกเหมือนคางแหลมจากการตัดเกินค่ะ ดังนั้นฉันจึงคิดเรื่องผ่าตัดแก้ และไปโรงพยาบาลทันตกรรมอีกแห่งเพื่อถ่าย CT

เป็นอย่างที่คิด โหนกแก้มข้างหนึ่งแทบไม่ได้ลดลงเลย กรามเหลี่ยมถูกตัดออกมากเกินไป ปลายบริเวณที่ตัดกระดูกกรามบุ๋มลงเล็กน้อย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะคลำเจอ และได้ยินมาว่าหมุดยึดจากการผ่าตัดโหนกแก้มถูกฝังไว้ใกล้รูเส้นประสาทใต้เบ้าตามากเกินไป เขาบอกว่าแม้จะเอาหมุดนี้ออก ก็ไม่มีหลักประกันว่าเส้นประสาทจะกลับมา อาจจะไม่กลับมาตลอดชีวิต ฉันได้ยินมาแบบนั้นค่ะ

ก่อนหน้านั้น พอค้นหาดู โรงพยาบาล ㅇㅇㄷ แทบจะอยู่ในกลุ่มที่ถูกมองว่าแย่มากเลยค่ะ ฉันก็คิดว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่รู้เรื่องนั้น และก็เสียใจ แต่เวลามันผ่านไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เร็วๆ นี้ฉันจะไปโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพื่อรับใบรับรองแพทย์ แล้วถ้ายื่นให้หน่วยงานผู้บริโภค แม้จะไม่รู้ว่าจะได้รับการชดเชยแม้สักเล็กน้อยหรือไม่ แต่ก่อนอื่นฉันจะลองทำดูค่ะ

สำหรับคนที่กำลังคิดจะผ่าตัด ฉันอยากให้ลองตรวจสอบให้ดีจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยของการผ่าตัดที่ตัวเองต้องการ แต่รวมถึงว่าสไตล์ที่แพทย์มุ่งเน้นตรงกับสไตล์ที่ตัวเองต้องการหรือไม่ การดูแลหลังผ่าตัดทำอย่างไร และเมื่อเกิดผลข้างเคียงจะรับมืออย่างไร อยากให้หาข้อมูลให้ดีค่ะ และอยากให้ศึกษาทางการแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดที่ตัวเองตั้งใจจะทำให้มากๆ ด้วย เมื่อทำแบบนั้น แน่นอนว่าจะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องพบแพทย์ที่อธิบายส่วนนั้นได้ละเอียดและชัดเจน เพราะเมื่อคุณไม่มีข้อสงสัยเองเท่านั้น จึงจะเกิดความเชื่อมั่นต่อแพทย์และพอใจกับผลการผ่าตัดได้ ดังนั้นขอให้ค้นหาให้ดีและศึกษาให้มากๆ นะคะ!!

ถูกใจ 6

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้