โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

จะเล่าให้ฟังว่าคลินิกไหนที่เสียใจตั้งแต่วันไปผ่าตัด

*เริ่มจากมีการบังคับให้เซ็นสัญญาวันคอนซัลต์กับหัวหน้าที่ปรึกษาเลย *ตอนคอนซัลต์วันนั้นเขาถามงบที่คิดไว้ แล้วพอเราบอกสูงกว่าที่เราเคยไปดูมา เขาก็ยกราคามาเป๊ะตามจำนวนที่พูด ก็เลยบอกไปว่า อ้อ พอมาคิดดูแล้วมันแพงไปหน่อย เดี๋ยวขอกลับไปคิดก่อน เขาก็ลดลงทันทีเป็นแสนเลย ของเขาคือราคาขึ้นอยู่กับคนพูดจริงๆ *ก่อนหน้านั้นไม่เคยติดต่อมาเลย แต่พอหลัง 8 โมงเย็นก่อนวันทำศัลยกรรม อยู่ๆ ผู้จัดการที่ดูแลเราก็โทรมา บอกประมาณว่าเขาต้องไปจัดการเรื่องอนุบาลของลูกอะไรทำนองนั้น แล้ววันศุกร์ที่เราจะผ่าตัดเขาจะไม่อยู่ ไม่ต้องตกใจถ้าไม่เจอเขา *ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลยเรื่องการเอาสำลีออกหรือการดูแลหลังทำ บอกแค่ว่าในจมูกจะเอาสำลีออกหลัง 3 วัน แต่พอถึงวันทำศัลยกรรมอยู่ๆ ก็บอกว่าเพราะผ่าตัดวันศุกร์ แล้วทางเขาหยุดวันจันทร์ด้วย งั้นคงเอาสำลีออกได้แค่วันอังคาร ซึ่งยังไงก็ทนไม่ถึงตอนนั้นหรอก ให้ไปเอาออกที่อื่นเองหรือเอาออกเองก็ได้ เข้าใจนะ? แล้วก็ตัดนัดตรวจทั้งหมดหลังเอาสำลีออกทิ้งไปเลย เหลือแค่นัดถอดเฝือกให้~ เราก็แบบ เอ๊ะ ปกติต้องเอาสำลีออกแล้วตรวจดูอาการไม่ใช่เหรอคุณหมอ เราอยากได้การดูแลอาการบวมกับเลเซอร์ด้วย ทำไมจะตัดรอบแรกทิ้งไปเลยล่ะ พอพูดแบบนั้นเขาก็ทำหน้ากลืนอึแล้วค่อยจัดนัดให้ *ตอนทำเอกสารยินยอมก่อนผ่าตัดกับผู้จัดการเด็กอีกคน กลิ่นบุหรี่ในห้องคอนซัลต์นี่หอมจนเหลือเกิน *เหมือนปอดไม่ดีเพราะบุหรี่หรือเปล่า เลยไอไปอธิบายไปตลอด *หน้าตาของผู้จัดการเด็กคนนั้นก็แปลกตั้งแต่แรกเลย ตอบแบบตาแข็งกวนๆ เหมือนคิมอายองใน SNL เป๊ะ *ตอนเซ็นเอกสารยินยอม เขาบอกว่าเพราะคุณไม่ได้ทำการตัดกระดูกตรงนี้ งั้นส่วนที่เกี่ยวกับการตัดกระดูกก็จะข้ามไปไม่อธิบายให้นะ**จำไว้เผื่อคราวหน้า *cctv พอถามไป เขาย้อนถามว่าไม่ได้ฟังที่ผู้จัดการคนเดิมอธิบายเหรอ เราก็ไม่กล้าบอกว่าไม่ได้ฟัง เลยตอบไปตามที่เราไปหาข้อมูลมาเองว่า เอ่อ รู้ครับว่าต้องจ่าย 110,000 วอน เขาก็บอกว่าแต่ก็ต้องเซ็นเอกสารยินยอมก่อนวันทำศัลยกรรมถึงจะทำได้ ซึ่งวันนี้เป็นวันทำศัลยกรรมเลยทำไม่ได้ แล้วจะถามคุณหมอให้ แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ใช่ซื้อไว้ล่วงหน้าก่อนผ่าตัด ต่อให้หลังผ่าตัดอยากดูก็จะดูไม่ได้ เราไม่เข้าใจเลย เพราะถ้ามีเหตุการณ์ผิดปกติหลังผ่าตัด มันต้องดูวิดีโอเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่ใช่เหรอ แล้วนี่บอกว่าถ้าไม่ซื้อไว้ล่วงหน้าก็ดูไม่ได้ มันคืออะไรพูดอะไรไร้สาระสุดๆ ก็เลยให้เขาช่วยบอกคุณหมออีกที**อันนี้ก็จำไว้ *ได้ส่วนลดจากอีเวนต์รีวิว แต่จู่ๆ เขาบอกว่ารู้อยู่ว่าทำรีวิวมันน่ารำคาญ งั้นทางเขามีโปรแกรมเขียนให้แทนด้วยนะㅋㅋㅋㅋㅋㅋ ถ้าไม่อยากให้เขียนก็เขียนเองได้ แต่เขาพูดประมาณว่าเพราะมันน่ารำคาญ~ เราก็แบบ อ้อ นี่ไงถึงบอกว่าอย่าไปเชื่อรีวิวกันนัก สรุปเราบอกว่าเดี๋ยวเราเขียนเอง *พอเข้าไปในห้องผ่าตัด คุณหมอก็เหมือนเพิ่งเลิกงานหรือเพิ่งมาถึงจากที่ไหนสักแห่ง หน้าตาเหนื่อยๆ แล้วก็ไม่มีการคุยเรื่องทรงที่เราอยากได้ ไม่มีโชว์ดีไซน์เหมือนที่คนอื่นทำวล็อกกัน ไม่มีการวาดบนหน้าเราแล้วใช้กระจกอธิบายอะไรเลย รูปทรงจมูกหลังทำที่เราส่งไปมีเกือบ 20 รูป แต่เหมือนเขาจะเปิดดูแค่รูปเดียวข้างหลังหรือเปล่า (เราก็ไม่ได้เห็นเลย เพราะหันหัวไม่ได้ ตื่นเต้นแล้วก็มึนจนคิดอะไรไม่ออก) แล้วเขาก็พูดว่า อ้อ อยากได้จมูกเหมือนแฮรินวง NewJeans เหรอ? เราก็เลยบอกว่าไม่ค่ะ เราคิดว่าจมูกของซงฮเยคโยเป็นทรงที่อุดมคติ เขาก็ อ้า~ แล้วก็วาดหน้าต่อคนเดียวไปเรื่อยๆ จากนั้นก็จะเดินออกไป เราเลยถามว่า คุณหมอคะ จมูกฉันจะออกมาเป็นธรรมชาติไหม..? เขาก็หันกลับมาทั้งหน้าที่ดูรำคาญ ลูบแขนเราเบาๆ แล้วบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวทำให้สวย แล้วก็เดินออกไป... นั่นคือจุดจบของดีไซน์ของฉัน ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นเลย พูดอะไรต่อไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาก็เดินออกไปเฉยๆ แบบเต็มๆ ไม่มีเลยว่าจะทำจมูกยังไง ให้เป็นทรงแบบไหน แค่....ตอนนี้ยังเสียใจมาก ทำไมตอนนั้นไม่รั้งเขาไว้ให้พูดมากกว่านี้... แต่สีหน้าเขาเหมือนรำคาญโลกสุดๆ จนเราไม่กล้าทักต่อ แล้วก็คิดคนเดียวว่า นี่มันใช่เหรอ..? การคอนซัลต์ดีไซน์จบแค่นี้เหรอ..? แล้วก็จมอยู่กับความสงสัยกับความไม่สบายใจ *ที่แย่กว่านั้น ตอนคุณหมอเข้ามาเขายังไม่ดูชาร์ตก่อนด้วย นั่งลงแล้วมองจมูกเรา จากนั้นก็ทำหน้าเหมือนเห็นจมูกผิวเผินแล้วพูดว่า โอ้ เบี้ยวมากเลยนะ เบี้ยวมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก อ้อ เราตกลงจะตัดกระดูกกันใช่ไหม? หรือไม่ใช่..? แล้วก็ทำหน้าลังเลก่อนจะเหลือบดูชาร์ต ตอนนั้นเราก็แบบงงมาก เพราะตอนเซ็นเอกสารยินยอมเราได้ข้ามส่วนที่บอกว่าไม่ได้ทำตัดกระดูกไปแล้ว ทำไมคุณหมอถึงอยู่ๆ พูดถึงการตัดกระดูกขึ้นมา..? ทั้งงงทั้งรู้สึกว่าคงไม่ควรเถียง เลยไม่กล้าถามว่า สรุปไม่ทำเหรอ... อันนี้ก็เสียใจสุดๆ *แล้วตอนเข้าไปทำศัลยกรรม เรามีไฟล์เหมือนพรีเซนต์ทำไว้ให้คุณหมอว่าขอจมูกแบบนี้ แต่เขาบอกว่าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปไม่ได้ สุดท้ายเราก็เข้าห้องผ่าตัดไปแบบไม่มีรูปสักรูป ไม่มีคำอธิบายสักคำเกี่ยวกับทรงจมูกที่ต้องการเลย จริงๆ อันนี้แหละที่เสียใจที่สุด *ไม่มีการพูดถึง cctv เลยสักนิด เราเองก็สติแตกและกำลังกังวลว่า ทำไมคอนซัลต์ดีไซน์ถึงจบแค่นี้ เลยคิดอะไรอย่างอื่นไม่ออก *หลังผ่าตัดไม่พอใจมาก เลยทักถามผู้จัดการที่ดูแลตั้งแต่วันที่ 1 แบบรัวๆ คำตอบช้าลงกว่าก่อนผ่าตัดอีก *วันที่ 1 เราแทบคลั่งเพราะสำลี เลยบอกว่าน่าจะทนต่อไปอีก 4 วันไม่ได้ ถ้าไปเอาออกที่โรงพยาบาลอื่นก็น่ากังวล แล้วอีกอย่างได้ยินมาว่าโรงพยาบาลอื่นเขาก็ไม่รับเอาออกให้ ตอนนั้นก็พูดไปว่า วันนี้ขอพบคุณหมอเพื่อให้ช่วยอธิบายหน่อย เขาก็จองคิวให้แต่บอกว่าตามที่ต้องการคงทำให้ไม่ได้ อยู่ดีเราก็ไป พอเข้าไปคุณหมอกลับไม่มีคำว่าโรงพยาบาลอื่นอะไรทั้งนั้น บอกแค่ว่า บางคนจากต่างจังหวัดก็เอาออกเองกันได้บ้างนะ คุณทำได้ไหม ถ้าไม่ไหวก็ทนไปถึงวันจันทร์แล้วค่อยมาเจอผม พอเราถามว่า วันจันทร์ทำได้เหรอ? เขาก็บอก อ้อ ใช่ ครั้งนี้เราหยุดนี่นา งั้นอดทนอีกนิดแล้วมาวันอังคาร เดี๋ยวฉันเอาออกให้เอง น่าจะทำคนเดียวไม่ไหว เราก็บอกว่าโอเค แล้วก็ถามว่า คุณหมอคะ รูปที่หนูเคยส่งให้ดูตอนก่อนศัลยกรรม ทำให้ตามนั้นใช่ไหมคะ? หนูเอารูปจมูกที่ไม่ถึงกับเป็นจมูกสวรรค์แล้วก็องศามุมปีกจมูกไม่กว้างเลยมาเกือบทั้งหมด ทำไมจมูกถึงเชิดขึ้นแบบนี้คะ..? พอถามแบบนั้นเขาก็ดูตกใจตาโตขึ้นนิดหน่อย.. แต่ก็พยักหน้าแล้วพูดว่า ปลายจมูกน่าจะตกลงมาอีกพอสมควร แล้วกำลังจะเดินออกไป แต่จู่ๆ ก็หันกลับมาถามว่า เราฉีดยาลดบวมก่อนกลับไหม? ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเขาคงไม่ได้คิดถึงจมูกแบบที่เราอยากได้เลย แต่ทำไปตามใจตัวเองมากกว่า... จากสีหน้าตกใจแวบนั้น *ตอนออกมาแล้วบอกว่าจะเอาสำลีออกวันอังคาร แต่ขอเปลี่ยนเป็นช่วงเช้าที่เร็วที่สุดได้ไหม เขาผู้จัดการเด็กคนนั้นก็ทำหน้ากลืนอึอีกแล้วโทรไปที่ไหนสักแห่ง แล้วบอกว่า คุณㅇㅇㅇขอเปลี่ยนเวลาตรวจค่ะ คนนี้ต้องพบคุณหมอก่อนไหมคะ หรือเป็นตรวจทั่วไปคะ? แล้วก็วางสาย จากนั้นก็บอกว่า ยังไงวันนี้คุณหมอไม่ได้เป็นคนดูอยู่แล้ว เลยเปลี่ยนให้ได้เร็วขึ้นแค่ก่อนเวลาที่จองไว้หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เราก็แบบ เอ๊ะ คำพูดนั้นยิ่งตลกเข้าไปอีก เมื่อกี้คุณหมอบอกเองว่าจะเอาสำลีออกให้ อยู่ๆ กลับบอกว่าคุณหมอไม่ดู แล้วทำไมถึงเลื่อนให้เร็วกว่านี้ไม่ได้ล่ะ ไม่ได้มีเหตุผลเรื่องเวลาผ่าตัดที่คุณหมอจะดูให้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่พยาบาลคนไหนก็ได้จะเอาออกให้เหรอ แล้วทำไมถึงขยับให้เร็วขึ้นไม่ได้ล่ะ? คำพูดมันไม่เข้ากันเลย; *ผู้จัดการที่ดูแลเราจู่ๆ ก็ส่งข้อความมาว่า วันอังคารเขาก็มีธุระเลยไม่เข้าออฟฟิศ ให้เราไปตรวจเองดีๆ นะ; ระดับนี้เหมือนเขาพยายามไม่อยากเจอเราสุดๆ เราจริงๆ ก็ไม่ได้เคยจู้จี้อะไรเขา หรือทักหาบ่อยอะไรเลย ฉันคิดว่าการที่เขาบอกว่าในวันผ่าตัดของฉันและวันที่ต้องมาดูแลหลังผ่าตัดเขาไม่อยู่ ให้คุยกับคนอื่นไปเถอะ มันเท่ากับทำลายความเชื่อมั่นของฉันที่มีต่อเขาว่าเขาเป็นคนที่น่าจะอธิบายความต้องการของฉันให้คุณหมอเข้าใจได้ดี ทำไมถึงมีผู้จัดการไว้ล่ะ ถ้าจะเป็นแบบนี้ก็แค่หาคนมาล่อเหยื่อเพิ่มเพื่อทำเงินเหรอ? *หลังจากนั้นความกังวลของฉันก็ไม่หาย เลยทักไปถามผู้จัดการที่ดูแลว่า ปลายจมูกมันควรเป็นแบบนี้ไหม มันจะตกลงมาจริงเหรอ แล้วเขาก็บอกว่าเป็นวันหยุดของเขา ตอนนี้เลยไม่ตอบแชตแล้ว โกรธมากจริงๆ เลยเขียนโพสต์นี้ อยากบอกทุกอย่างให้ที่นี่รู้เลย ถ้าคอมเมนต์ส่วนตัวมาเดี๋ยวบอกทั้งหมดให้ ที่นี่นะ ตามจริงเขาใช้ภาพลักษณ์ว่าเป็นคลินิกหมอเดี่ยวที่มีชื่อเสียงเรื่องแก้ศัลยกรรม แต่การจัดการกลับเป็นแบบนี้เหรอ?^^ ทุกคนที่จะไปศัลยกรรม ถึงตอนคอนซัลต์จะดูละเอียดและจับจุดได้ดีแค่ไหน แต่พอเข้าไปในห้องผ่าตัดจริงก็มีหมอบางคนที่เหมือนกลายเป็นคนละคน... ต้องยืนยันความต้องการของตัวเองให้ชัด และพยายามพูดให้ได้ทุกอย่างที่คิดไว้ ถ้าพูดไม่เก่งก็ควรเตรียมไปให้ดี เอาเรื่องที่อยากพูดไปให้หมดก่อนผ่าตัด... ถ้าเขาบอกว่าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปไม่ได้ ก็พิมพ์ไปให้เลยก็ได้! แล้วต้องให้คุณหมออธิบายแบบสเก็ตช์ที่เขาวาดไว้ด้วยนะ ฉันตอนนั้นตื่นตระหนกจนพูดอึกอัก ถามอะไรหรือขอคำอธิบายอะไรก็ทำไม่ได้ แล้วก็เข้ารับการผ่าตัดไปแบบนั้น ตอนนี้ฉันโกรธตัวเองมากที่โง่ขนาดนั้น พอตื่นขึ้นมาแล้วส่องกระจก ดูกลายเป็นจมูกสั้นเชิดที่เหมือนถูกเฉือนทิ้ง ซึ่งเป็นแบบที่ฉันไม่อยากให้เป็นที่สุด... แล้วคุณหมอที่บอกว่าจะทำให้เป็นธรรมชาติโดยไม่ให้ดูออกหายไปไหน ตอนที่จมูกยาวๆ ถูกตัดทิ้งแบบนั้นจะไม่ให้ดูออกได้ยังไง... ยังไงก็อย่าโดนคลินิกห่วยๆ แบบนี้หลอกอีก ศัลยกรรมทั้งทีต้องฉลาดๆ หน่อย..

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้