หัตถการครั้งแรกของฉันคือประมาณปี 2016 ตอนนั้นฉีดโบท็อกซ์กรามแบบเกาหลีในราคาถูกค่ะ
เพราะฉันมีไขมันแก้มบนใบหน้าเยอะมาก เลยติดอยู่กับความฝันว่าจะหน้าเรียวขึ้นได้ จองคิวไว้แล้วก็ฉีดเลย โดยไม่ได้แยกว่าเป็นของเกาหลีหรือนำเข้า
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกทั้งกับคลินิกศัลยกรรมและการทำหัตถการ เลยทั้งคาดหวังทั้งกังวลครึ่งๆ ㅋㅋ ปัญหาคือ,,พอไปแล้วการปรึกษา.. รู้สึกว่า.. ค่อนข้างไม่ละเอียด?
ถึงจะเป็นแค่หัตถการเล็กๆ แต่ฉันอยากให้เขาอธิบายละเอียดกว่านี้ เช่น สำหรับฉันนำเข้าดีกว่า เกาหลีดีกว่า หรือราคานี้ปริมาณยาน้อย ผลอาจจะไม่มาก
ฉันหวังว่าจะได้คำอธิบายละเอียดแบบนั้น;; แต่เขาแค่ถามว่า “จะฉีดอะไรคะ?” แล้วก็ยื่นกระดาษให้ จากนั้นก็ไม่พูดอะไร เอาแต่มองนิ่งๆ;
สุดท้ายเพราะรู้สึกว่าต้องรีบตัดสินใจ ฉันเลยคอยดูท่าทีแล้วเลือกเอง.. เหงื่อแทบแตกตาย
พอไปห้องปรึกษา ก็ต้องนั่งคนเดียวแบบงงๆ รอนานมากㅜㅜ แล้วก็ได้ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรกแบบนั้น
แต่ที่แปลกคือ หลังฉีดใหม่ๆ กล้ามเนื้อมันตึงๆ เลยเหมือนจะมีผลอยู่บ้าง
แต่พอผ่านไปประมาณ 2-3 เดือนหลังฉีด ก็รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อกรามกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ㅡ,ㅡ;;
ไม่รู้ว่าเพราะฉันมีนิสัยกัดเล็บด้วยหรือเปล่า,, ฉันเคี้ยวเล็บจุกจิกอยู่เรื่อย
มาดูทีหลัง มันกลับมาจริงๆ... เลยคิดว่าครั้งหน้าถ้าฉีดอีกต้องไม่กัดเล็บ และจะเช็กปริมาณยาด้วย..
หลังจากนั้นฉันย้ายลงมาต่างจังหวัด แล้วไปฉีดโบท็อกซ์อีกครั้งที่ที่ค่อนข้างดังในท้องถิ่นㅠㅠ
เพราะกลัวว่าจะไม่เห็นผลอีกเหมือนตอนฉีดของเกาหลี เลยคิดว่ายอมจ่ายแพงหน่อยแล้วฉีดของนำเข้า เพื่อให้เห็นผลจริงๆ ดีกว่า
ก็เลยไปฉีดแบบนำเข้ามาค่ะ ปริมาณก็ฉีด 100ㅋㅋㅋㅋㅋ (ได้ยินว่าคนทั่วไปฉีดประมาณ 50)
ของนำเข้าแพงกว่ามากจริงๆ ฮือ
แล้วเพราะเป็นเคสที่กล้ามเนื้อกรามพัฒนามากจริงๆ.. ถึงจะประคบน้ำแข็งก่อนฉีดแล้วก็ยังเจ็บมาก;;
ตอนนี้ฉีดมาเกิน 4 สัปดาห์แล้ว พอลองจับดู กล้ามเนื้อกรามลดลงไปมากแน่นอน
ฉันตั้งสมาธิทั้งหมดเพื่อไม่กัดเล็บ และตอนนอนก็ระวังตลอดว่าตัวเองจะเผลอกัดกรามแน่นตอนหลับไหม
หน้าดูเหมือนยุบเข้าไป แต่เพราะแก้มมีไขมันเยอะมาก ใบหน้าที่ดูกว้างเลยไม่ได้มีผลแบบเปลี่ยนชัดมาก
ดังนั้นตอนนี้เลยกำลังคิดเรื่องดูดไขมันหน้าอีก... ㅡㅜ
ถูกใจ 1