โพสต์

ศัลยกรรมตาซ้ำ

รีวิว 1 เดือนหลังทำถุงใต้ตาได้ผลดีเลยเอามาแชร์

ตอนนี้ก็น่าจะหายดีหมดแล้ว และผลก็ดูออกมาค่อนข้างดีเลยอยากมาเขียนรีวิวสักหน่อย! ศัลยกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 และฉันเป็นคนค่อนข้างอนุรักษ์นิยมมาก ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็จะใช้ชีวิตแบบไม่เอามีดมาแตะตัวเลย! จริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีหัตถการถุงใต้ตาแบบนี้อยู่ พอเพื่อนสนิทแนะนำให้เลยไปหาข้อมูลแล้วตัดสินใจทำ เดิมทีใบหน้า/ความรู้สึกที่ให้กับคนอื่นแทบไม่เปลี่ยน + ลุคที่เคยออกมาดีแค่บางมุมหรือบางแสง กลายเป็นเหมือนมีผลนั้นตลอด 24 ชั่วโมง เลยพอใจมาก! จะพยายามลงทั้งเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินใจและอาการหลังทำไว้ด้วยเพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์มากที่สุด ฉันไม่ได้อ่านพวกโพสต์แนะนำหรือรีวิวเลย โดยเฉพาะรูปหลังทำ ฉันรู้สึกว่าการแต่งหน้า แต่งรูป อะไรพวกนั้นมันดูออกมาก ๆ และไม่อยากเสียเวลาไปไล่ค้นอักษรย่อทีละตัวเพื่อคัดกรองพวกรับงาน/นายหน้า... เลยเลือกเชื่อข้อมูลแทน ดังนั้นฉันก็หาข้อมูลด้วยตัวเองแบบหนักมากภายในชุมชนนี้ คัดจากว่าเป็นแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งจริงไหม, ได้ใบประกอบวิชาชีพมานานแค่ไหน, มี CCTV ไหม, มีวิสัญญีแพทย์ประจำไหม, เป็นคลินิกแพทย์คนเดียวไหม (เคสตาฉันคุณหมอมูนยูจินทำคนเดียว เลยนับว่าเป็นคลินิกคนเดียว), เชี่ยวชาญศัลยกรรมตาไหม (ถ้าสัดส่วนศัลยกรรมจมูกสูงพอ ๆ กับศัลยกรรมตาก็ตัดออก), น่าจะไม่ได้ย้ายที่ตั้งบ่อย ๆ.. พอคัดแบบนี้แล้วจริง ๆ ก็เหลือไม่กี่ที่ แล้วก็ไปดูด้วยตัวเองอย่างหนักก่อนตัดสินใจสุดท้ายที่ Daum Plastic Surgery เกณฑ์ที่ตัดสินใจมีดังนี้: 1. คุณหมอ/คลินิกสื่อสารได้ดี ความสุภาพอ่อนโยนกับการสื่อสารได้ดีเป็นคนละเรื่องกันนะ.. อันนี้คิดว่าน่าจะแล้วแต่คนด้วย ถึงจะมีคำถามเยอะแค่ไหนก็จะตอบอย่างสุภาพทุกข้อ และให้ความรู้สึกว่าพร้อมตอบอยู่แล้ว แถมเป็นคุณหมอที่ใช้เวลาปรึกษาอย่างเต็มที่จริง ๆ เหมือนแบบ “คุณหมอประจำคลินิกดี ๆ ที่ใกล้บ้านสักที่หนึ่ง” ที่คิดถึงกันใช่ไหม เป็นคุณหมอที่ถ้าไปบ่อยจนเป็นลูกค้าประจำ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมาก็สะดวก... ฟีลนั้นใกล้มาก 2. การโปรโมตไม่มากเกินไป ในโลกของคลินิกศัลยกรรมที่การแข่งขันสูง แบบพื้นฐานอย่างการโปรโมต ยูทูบ บล็อก ฯลฯ ทำกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ฉันคิดว่าถ้าโปรโมตหรือการตลาดหนักเกินไปก็ไม่ควร! เพราะสิ่งสำคัญจริง ๆ คือการผ่าตัดต้องปลอดภัยและทำได้อย่างมีฝีมือ ถ้าไปใส่ใจกับเรื่องอื่น (=หาเงิน) มากเกินไป ก็จะละเลยเป้าหมายที่สำคัญที่สุดใช่ไหม ในจุดนั้นที่นี่ถือว่าพอดี 3. ไม่มีการบังคับที่เกินควร ขอเกริ่นว่าฉันเป็นคนประเภทที่อ่านแบบยินยอมเป็นภาษาอังกฤษยาวหลายสิบหน้าทีละข้อแล้วค่อยเซ็น อ่านอย่างละเอียดแล้วก็ไม่มีเนื้อหาที่จงใจให้ผู้ป่วยเสียเปรียบ หรืออะไรที่อาจเป็นปัญหาภายหลัง เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมาก ถ้าอยากดู CCTV ก็สามารถเซ็นเอกสารยินยอมดูได้ด้วย พอกลับบ้านแล้วเอาความรู้สึกที่ได้ (=ฐานข้อมูลชีวิตมหึมา..) มารวมกัน ทุกอย่างมันสอดคล้องกันหมด เลยรู้สึกว่าเชื่อถือได้จริง ๆ แต่ฉันไม่ได้ทำตาแบบเปิดชั้นตาหรือทำตาสองชั้น ดังนั้นเรื่องความสวยงามเชิงดีไซน์เลยไม่ได้เอามาพิจารณาแยกต่างหาก ดูรูปก่อนทำก็จะรู้ได้เอง ร่องใต้ตาลึกมากและใต้ตายุบบุบเกือบเหมือนผู้หญิงวัยกลางคน (แต่ก็เป็นคนใช้ชีวิตสนุกและมีความสุขแบบไม่คิดมาก มั่นใจมาก) ก็เลยอธิบายไปแบบค่อนข้างเชิงกล ๆ ว่าเหมือนแค่ดันส่วนที่ยุบให้ไปเติมในร่องใต้ตา ขอให้เติมส่วนที่ยุบเข้าไปให้หน่อย ฉันจะเล่าช่วงหลังผ่าตัดด้วย คุณหมอจัดให้เป็นคิวผ่าตัดแรกตอนเช้า พอไปถึงก็มีคนไข้แค่หนึ่งสองคน เปลี่ยนเป็นชุดคนไข้ แล้วก็ขีดเส้นแนวที่จะทำบริเวณตาแบบง่าย ๆ (เส้นคือยอมรับมาก.... เออ ตรงนี้มันนูนอยู่ ถ้าเรียบออกแบบนี้ก็น่าจะโอเค) พอเข้าไปนอน คุณหมอก็บอกว่า “ไม่ตื่นเต้นเลยนะครับ” ชีพจรนิ่งมาก รู้สึกง่วงนิด ๆ เลยตอบว่า “อ๋อ ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วค่ะ” แล้วอีกเสี้ยววินาทีก็ไปนอนอยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว ตอนแรกบอกว่าจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่จริง ๆ ใช้แค่ 30 นาทีพอดี... พอลืมตาแล้วการมองเห็นยังเหลื่อมกันนิดหน่อย ทำให้เส้นเพดานดูเอียงไป เตียงอุ่น ๆ แล้วก็เบลอ ๆ~ อยากนอนต่อ แต่เขาบอกว่านอนไม่ได้นี่สิ... เลยพึมพำเรื่องไร้สาระสารพัดเพื่อเรียกสติกลับมา แล้วก็กลับบ้าน จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันนั่งรถเมล์กลับบ้านคนเดียวได้สบาย... แต่รถไฟฟ้าน่าจะไม่ไหว เพราะหลังทำมองลงล่างลำบาก ทำให้การลงบันไดลำบาก สิ่งหนึ่งที่แน่ใจคือ.. กล้ามเนื้อตาหลังทำก็ยังขยับได้ดีเหมือนเดิม ไม่ต่างจากก่อนทำ! พอออกมาแล้วลองกลอกตาขึ้นลงซ้ายขวาเบา ๆ ทุกทิศทาง ก็แทบไม่ต่างอะไรเลย ปกติดีมาก ถ้าบังเอิญขยับไม่ได้บางด้านหรือรู้สึกแปลก ๆ แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลตรวจทันที ส่วนการมองเห็นเหลื่อมกันแบบง่าย ๆ จะดีขึ้นภายใน 2-3 ชั่วโมง สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษ! 1. ผ่าตัดออกมาดีเลยไม่เจ็บ ตามที่คุณหมอบอก ช่วงสองวันแรกจะมีน้ำตาสีชมพูไหลออกมาจากตาอยู่บ้าง.. แต่ที่เหลือไม่เจ็บเลย! ปวดเป็นศูนย์ พอสองวันผ่านไปก็ไม่มีเลือดออกแล้ว และกินยาเฉพาะที่สั่งเท่านั้น ก็ไม่ต้องกินยาแก้ปวดเพิ่ม พอครบ 3 วันแกะดู แทบไม่มีรอยช้ำเลย... นั่นคือรูปที่สาม ถึงแม้ผิวจะค่อนข้างบางก็ไม่มีรอยช้ำสีม่วง มีแค่ช้ำสีเหลือง ฉันทำงานที่บ้าน ดังนั้นต้องผ่าตัดช่วงสุดสัปดาห์แล้วกลับไปทำงานต่อทันทีโดยไม่ลางาน นี่แหละดีมากจริง ๆ ความพอใจตอนที่ตระหนักว่าเราได้ผ่าตัดอย่างปลอดภัยและออกมาดีจริง ๆ มันบรรยายไม่ถูก... คุณหมอเป็นตัวจริง... ปัญหาใหญ่ที่สุดของศัลยกรรมก็คือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดใช่ไหม ถ้าผลไม่ถูกใจก็แค่รอแล้วแก้ใหม่ได้ แต่ถ้าเกิดผลข้างเคียงขึ้นมานี่สิ อ้อ แน่นอนว่า..... ถึงจะเป็นการผ่าตัดก็เถอะ ร่างกายมันจะส่งความรู้สึกแบบ “เอาจริงหน่อย...อย่าทำอะไรมั่วซั่ว....” มาแบบสัญชาตญาณ ฉันกลัวมากจนตลอด 1 เดือนไม่กล้าจามหรือหาวเลยนะ 2. ติดต่อได้ดี พูดตรง ๆ ว่ามันเปลี่ยนทุกวันเลยกังวลมากใช่ไหม... ฉันถามอะไรไปก็มักจะทักไปทางคาเคา톡ทุกครั้ง พอตอบกลับก็เร็วและสุภาพมาก ตอนสอบถามก่อนผ่าตัดกับตอนหลังผ่าตัด ความสุภาพแทบไม่ต่างกันเลย ตอนติดตามอาการ คุณหมอก็เข้ามาดูอาการด้วยตัวเองทุกครั้ง และตอบคำถามให้ตามที่อยากรู้ครบ อย่างที่บอกไปด้านบน มันให้ความรู้สึกเหมือนไปคลินิกแถวบ้านแล้วรับยาแล้วกลับมาดูว่าหายไหม... คือสม่ำเสมอมากจนเชื่อได้จริง ๆ ตอนนี้ผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว... ถ้าไม่ใช่แสงสว่างที่ส่องลงมาจากกระหม่อมโดยตรง มุมทั่วไปของใต้ตาดูเรียบเนียนหมดเลย! ไม่ว่าจะเป็นวันที่อากาศแจ่มใสหรือครึ้มฟ้าครึ้มฝน หรือแสงไฟก็ตาม! มันก็ยังเป็นหน้าเดิมของฉัน แต่เป็นหน้าในวันที่ดูสวยเป็นพิเศษนั่นแหละ! รู้สึกว่าทำถูกแล้วจริง ๆ:) ช่วงแรกฉันกังวลว่าร่องใต้ตาจะไม่เติมเต็มเท่าที่คิดแล้วจะเกิดเส้นเฉียงใต้ตาไหม แฟนบอกว่า “ฉันยืนยันเลยว่าเธอดีขึ้นจริง ๆ เส้นนั้นเดิมทีก็มีอยู่แล้ว” แล้วก็เอารูปตอนออกเดตสมัยก่อนมาให้ดู.... ตอนนั้นฉันก็รู้เลย... ฉันเป็นผู้หญิงวัยกลางคนจริง ๆ สินะ... ตอนนี้แค่กลับไปเป็นอายุจริงของตัวเองแล้ว..... คุณหมอนี่ถึงขั้นเป็นคนของผิวเงินใต้ตาเลยหรือเปล่า.... การเปลี่ยนแปลงหลังทำถุงใต้ตา + สิ่งที่ไม่คาดคิด โดยรวมก็ออกมาตามที่ต้องการ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงและส่วนที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน! แต่คิดว่าคงช่วยไม่ได้ 1. ริ้วรอย/เส้นเลือดที่มีอยู่เดิมมองเห็นชัดขึ้น อันนี้น่าจะเป็นกระบวนการธรรมชาติเมื่อส่วนที่นูนถูกทำให้เรียบลง! ถ้ามีอยู่เดิมมันก็จะเห็นชัดขึ้นนิดหน่อย 2. ใต้ตาบริเวณใกล้เคียงมีความรู้สึกเล็กน้อย ปกติก็จะบอกว่าให้ระวังถึง 1 เดือนใช่ไหม? ถึงจะไม่เจ็บ แต่ความรู้สึกเบา ๆ ยังเหลืออยู่ ปกติก็ไม่ค่อยรู้สึก แต่ถ้าวันไหนเหนื่อยและใช้สายตามากเป็นพิเศษ... บริเวณใต้ตาถึงโหนกแก้มจะตึง ๆ และชาขึ้นเล็กน้อย แล้วตอนหาว กล้ามเนื้อใต้ตาจะสั่น.. จากสิ่งพวกนี้ดูแล้ว แผลผ่าตัดหายแล้วกับการกลับสู่สภาพเดิมแบบ 100% อาจจะไม่เหมือนกันนะ ตอนนี้ฉันยังกลัวเลยไม่ได้ทำท่าโยคะอย่าง downward dog อยู่เลย.. คงต้องระวังมากกว่านี้ 3. ตาไม่เท่ากันดีขึ้น(?!?) เป็นชัยชนะที่ไม่คาดคิด(?!) รูปสุดท้ายเป็นตอนมองตรงตามปกติ... แต่ขนาดตาดูใกล้เคียงกัน เดิมตาขวาจะไม่เท่ากันอยู่บ้าง และคุณหมอก็พูดถึงเรื่องนี้.. แต่พอมองกระจกแล้วมันดูดีขึ้นไปแล้ว มันก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เลยลองหาข้อมูลดู เห็นว่าพอไขมันใต้ตาถูกกดไว้แล้วคลายออก ก็จะช่วยพยุงและส่งผลถึงตาบนด้วย อะไรทำนองนั้น.. ยังไงก็เถอะ;;; ความพิศวงของร่างกายมนุษย์ 4. ไขมันใต้ตาแบบดูอิ่ม (?!?) ตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังจะมีไขมันใต้ตาแบบอิ่ม ๆ ขึ้นมาหรือยังไงนี่แหละ(?!) เลยแอบคาดหวังอยู่ ฉันใช้ชีวิตมาโดยไม่เคยรู้สึกว่ามีไขมันใต้ตาเลยเพราะไขมันใต้ตา เพื่อนบอกว่ายังแค่ครบ 1 เดือนเลยยังมีบวมละเอียด ๆ เหลืออยู่ แต่ฉันอยากลองมีไขมันใต้ตาดูสักครั้งได้โปรด 5. เส้นเฉียงใต้ตาแบบจาง ๆ อย่างที่บอกไว้ข้างบน คือพอทำให้ใต้ตาเรียบลงก็เกิดขึ้นนิดเดียวจริง ๆ (แต่แฟนบอกว่าเดิมทีก็มีระดับนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นคนอื่นอาจมองต่างออกไป) กังวลว่าจะหนักขึ้นไหม แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น และปกติแทบไม่ค่อยเห็น เลยตั้งใจจะใช้ชีวิตต่อไปแบบนี้ เดาว่าอาจเป็นเพราะพอไขมันเรียบลง ความสูงต่ำใต้ตาเปลี่ยนไป ถ้าคงสภาพตอนนี้ไว้ได้ก็น่าจะโอเค สิ่งที่ยังกังวลอยู่มีอย่างเดียวคือมันจะกลับมาเป็นอีกไหม.. โดยเฉพาะข้างซ้ายที่มีไขมันใต้ตามากกว่า.. เรื่องนั้นค่อยคิดตอนนั้นก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันจะขอสนุกกับวันที่ดูสวยขึ้นก่อน จริง ๆ ภายในเวลาเกิน 1 เดือน ฉันสรุปทุกประสบการณ์ที่ผ่านมาไว้ในครั้งเดียวเลย ทุกคนที่กำลังคิดจะทำถุงใต้ตา ขอให้ผ่าตัดอย่างปลอดภัยและสวยขึ้นนะ

이 후기는 자연미를 추구 하는 수술후기 입니다.

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้