รู้สึกเหมือนน้ำหนักขึ้นช่วงหน้าหนาว เลยตัดสินใจผ่าตัดต้นแขนที่เครียดที่สุดค่ะ
ไปปรึกษาที่โรงพยาบาลที่คาเฟ่ดูดไขมันแนะนำ
แล้วก็ตัดสินใจทำทันที ตอนนั้นเครียดมาก และเป็นที่ที่มีชื่อเสียงด้วย
เดิมทีรู้ว่าเป็นที่ราคาสูง แต่เห็นลงราคาโปรโมชันใน ㅂ ㅂㅌ เลยหวั่นไหวค่ะ
ตอนนี้หลังผ่าตัดเกือบ 3 เดือนแล้ว ลดลงประมาณ 3-3.5 ซม.
สูง 162 ซม. ก่อนผ่าตัดหนัก 52 กก. วันนี้น้ำหนัก 51 กก.
ไลน์แขนยังดูเหมือนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และพังผืดแผลเป็นยังแข็งอยู่บ้าง โดยเฉพาะแขนขวา
ตอนนอนกลางคืนจะปวดจนตื่นเป็นบางครั้ง ฉันมีนิสัยเผลอยกแขนทั้งสองข้างขึ้นตอนนอนโดยไม่รู้ตัว ถ้ายกนานเกินไป
ข้อศอกขวาจะตึงและเจ็บ เลยต้องใช้แขนซ้ายค่อยๆ วางลง แขนขวาข้างเดียวเจ็บจนวางลงเองไม่ได้...
อาการปวดนี้ดีขึ้นมากเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
ผู้จัดการที่ปรึกษาบอกว่าเป็นโรงพยาบาลทำแขนผอมเหมือนกระดูก และบอกว่าสามารถเอาออกได้เยอะมาก
หลังผ่าตัดบอกว่าเอาออกประมาณ 1700cc แน่นอนว่าน่าจะรวมสารน้ำด้วย
ฉันก็แค่ฟังแล้วตอบว่า อ๋อ ค่ะ แต่จากประสบการณ์ที่เคยดูดไขมันหน้าท้องก่อนผ่าตัดแขน
ตอนนั้นดูดทั้งหน้าท้องบนล่าง ด้านข้าง และป่องด้านหลัง รวมไขมันล้วน 1000cc แล้วเอวก็เข้ามากอยู่ดี (ตอนนั้นน้ำหนักยัง
มากกว่าตอนนี้ด้วย) เลยคิดว่าแขนสองข้างของฉันไม่น่าจะออกมาได้ 1000cc
ไม่รวมเนื้อเต้านมส่วนเกินหรือไลน์บรา แค่แขนอย่างเดียวค่ะ ฉันไม่ได้อ้วนมาก และตรวจ InBody ก็
อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ตอนนี้ฉันพอใจกับแขนซ้ายค่ะ จากประสบการณ์ดูดไขมันหน้าท้อง รูปร่างหลังผ่าตัดแรกๆ ก่อนเริ่มบวม
จะไปต่อแบบนั้นเลยค่ะ จุดที่เป็นคลื่นหรือมีไขมันเหลือก็จะเป็นแบบเดิม แม้ก่อนบวมจะมีสารน้ำค้างอยู่บ้าง
พอยุบแล้วก็จะออกมาเป็นภาพที่เห็นทันทีหลังผ่าตัด นั่นเลยยิ่งทำให้กังวลค่ะ
ตอนเห็นทันทีหลังผ่าตัด ป่องด้านหลังของแขนขวายังเหลืออยู่ ส่วนแขนซ้ายพอจับบริเวณป่องด้านหลังนั้น
รู้สึกว่าเหลือแต่หนัง แต่แขนขวาดูเหมือนเอาออกน้อยกว่า และก็ไม่ใช่พังผืดแผลเป็นด้วย ตอนนี้นิ่มมาก จับความหนาได้ประมาณ 2 ซม.
ผลลัพธ์ยังไม่ได้ออกมาทั้งหมด แต่ยกเว้นแถวข้อศอก ส่วนใหญ่ก็นิ่มแล้ว เลยไม่คิดว่าส่วนนี้จะยุบลงไปอีก
สามีฉันไม่รู้ว่าฉันผ่าตัดมา (เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ใส่ลองจอนและไม่ให้เห็นแขน) พอใส่เดรสแขนกึ่งกุด
เขาถามว่าอ้วนขึ้นหรือเปล่า ฉันแบบ เอ๊ะ อะไรนะ? แล้วอยู่ๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมา
เลยนวดแขนขวาหนักขึ้น ให้พังผืดแผลเป็นคลายค่ะ
ไม่นานมานี้ไปตรวจติดตามผล แล้วบอกว่ารู้สึกแขนสองข้างไม่เท่ากัน เขาบอกว่ารออีกหน่อยจะดีขึ้น
และแขนสองข้างไม่สามารถเหมือนกันเป๊ะได้ เพราะกล้ามเนื้อก็ต่างกันได้ ฉันก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้นมาก และระหว่างรอ
เพื่อให้สบายใจ เลยถามว่าถ้าพังผืดแผลเป็นตรงข้อศอกคลายหมดแล้ว แต่ป่องด้านหลังแขนขวายังเหมือนเดิม จะรีทัชให้ได้ไหม
ผู้จัดการบอกว่าเป็นเรื่องที่ผอ.คิมตัดสินใจ ส่วนผอ.คิมบอกว่าตัวเองก็เป็นหมอรับเงินเดือน เลยพูดอะไรไม่ได้
ให้ไปถามผู้จัดการ ทำให้ฉันลำบากใจค่ะ เลยถามผู้จัดการอีกครั้ง
ฉันถามว่าถ้าทำกับผู้อำนวยการใหญ่ จะรีทัชให้ไหม เขาบอกว่าผู้อำนวยการใหญ่ไม่เคยรีทัชเลยสักครั้งจนถึงตอนนี้
อืม งั้นฉันถามว่าถ้าฉันจ่ายเงินเองและรีทัชแค่ข้างเดียวราคาเท่าไหร่ เขาบอกว่าอย่างที่ทราบ อันนี้เป็นราคาโปรโมชัน
ลดให้เยอะมาก จึงไม่มีกรณีผ่าตัดแค่ข้างเดียว ต้องทำแขนทั้งสองข้างพร้อมกัน ถ้าอย่างนั้น
แค่ค่ายาสลบก็สามแสนวอนกว่าๆ แล้วบวกค่าผ่าตัดอีกเท่าไหร่ ฟังคร่าวๆ แล้วเป็นราคาที่คิดว่าไปทำที่อื่นที่ถูกกว่าน่าจะดีกว่า
แค่ป่องด้านหลังข้างหนึ่งนูนออกมานิดหน่อยและหนากว่าอีกนิด แต่ต้องจ่ายค่าผ่าตัดเต็มๆ ไม่ใช่เพิ่มแค่นิดเดียว รู้สึกงงมากค่ะ
แน่นอนว่ารู้ว่าพังผืดแผลเป็นยังคลายไม่หมด และต้องรอดูผลลัพธ์ แต่ระหว่างที่รอ
ฉันแค่อยากได้ยินว่าสามารถรีทัชได้ เพื่อให้ใจสบายขึ้น แต่พอได้คำตอบที่ไม่คาดคิดก็รู้สึกว่างเปล่านิดหน่อย
น่าจะถามให้ชัดก่อนผ่าตัดว่ารีทัชได้ไหม ถ้าถามแล้วก็คงไม่ทำที่นี่ค่ะ
ตอนปรึกษา ผอ.คิมบอกว่าถ้าผ่าตัดแล้วเป็นคลื่นนิดหน่อย ก็แค่ดูดออกมาอีกนิดแล้วปลูกถ่ายได้ และถ้าเกิดแผลเป็น
ก็เย็บใหม่ได้ ง่ายๆ อีกทั้งการทำไม่ให้เป็นแบบนั้นคือหน้าที่ของเรา ฉันเลยคิดว่าน่าจะรีทัชได้ แต่เป็น
ความเข้าใจผิดของฉันเอง
ผลผ่าตัดพอใจแค่ครึ่งเดียวค่ะ แค่แขนซ้าย คนอื่นก็ไม่ได้จ้องแต่แขนฉันสักหน่อย แต่ฉันกลับเป็นแบบนี้อยู่คนเดียว