โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ@rhino-redo

เอาซิลิโคน/วัสดุจมูกออกทั้งหมด แล้วผ่าตัดแก้ใหม่หลังจากนั้น.. รีวิวนี้ยาวค่ะ

(จมูกครั้งแรก) ประมาณต้นปี 2017 ที่โรงพยาบาลใหญ่ชื่อ 4 พยางค์ขึ้นต้นด้วย T แถวสถานีคังนัม ฉันผ่าตัดจมูกโดยใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค กระดูกอ่อนหู และซิลิโคน 3 ซม. เดิมทีไม่ได้มีแผนจะใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค แต่เขาพูดจาไร้สาระว่าเพราะผนังกั้นจมูกของฉันไม่พอ เลยจำเป็นต้องใช้ ระหว่างเตียงกั้นไว้แค่ผ้าม่านบางๆ แทบไม่มิด และตอนที่เห็นชัดๆ ว่ากำลังผ่าตัดคนไข้อื่นอยู่ รวมถึงเห็นคนเมายานอนหลับแล้วพูดเพ้อเจ้อ ฉันควรจะหนีออกมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว... ฉันโดนอะไรเข้าสิงหรือเปล่านะ? ตอนนั้นฉันแค่อยากรีบแก้จมูกกับตาให้สวยขึ้นไปอีก (ตาก็พังมากเหมือนกัน แต่เนื่องจากนี่เป็นรีวิวผ่าตัดจมูก เลยจะไม่เขียนแยกค่ะ) หลังจากนั้น เพราะจมูกเชิด แหลม และทรงเหมือนถูกหนีบด้วยไม้หนีบผ้า ภาพลักษณ์ของฉันดูแย่มาก ฉันเครียดอยู่ประมาณหนึ่งเดือน แล้วตัดสินใจเอาออกก่อนกำหนด

(เอาออกทั้งหมด) หลังผ่าตัดจมูก จมูกฉันกลายเป็นจมูกเชิดและถูกบีบแคบ และเพราะเครียดกับเรื่องนี้มาก ฉันคิดว่าถ้าเอาออกทั้งหมดง่ายๆ ใบหน้าที่เคยสวยของฉันจะกลับมา ทางโรงพยาบาลก็ยืนยันว่า หลังเอาออกแล้ว 80-90% จะกลับไปเหมือนจมูกเดิมโดยธรรมชาติ ฉันไปเอาออกที่ TM ซึ่งมี 2 สาขา คืออินชอนกับอับกูจอง แต่ก่อนผ่าตัด ตอนเขียนใบยินยอม ต่างจากน้ำเสียงมั่นใจตอนปรึกษา ผู้ประสานงานอธิบายว่าจะกลับมาอย่างน้อยประมาณ 60% แต่พวกเขาใจดี และฉันก็เชื่อหมอที่พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจอย่างไม่สงสัยเลย หลังเอาออก จมูกฉันบวมจนใหญ่ประมาณกำปั้นเด็ก 5 ขวบจริงๆ และอาการบวมนั้นอยู่ต่อเนื่องหนึ่งเดือน ทางโรงพยาบาลพยายามกลบเกลื่อนเรื่องที่ทำจมูกฉันพัง ด้วยคำพูดว่า หลัง 1 เดือนจะมีช่วงหดรั้ง ถ้านวดดีๆ ก็จะดีขึ้น แต่พออาการบวมเริ่มยุบ จมูกฉันก็หดเข้าไปแล้ว ตอนนั้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีที่แล้ว... ฉันไม่ได้สวยมาก แต่ไปที่ไหนก็ไม่เคยถูกพูดว่าขี้เหร่ และเคยใช้ชีวิตอย่างค่อนข้างภูมิใจในหน้าตาของตัวเอง ด้วยภาพลักษณ์กลมๆ อ่อนโยน แต่ฉัน.. ควรหยุดตอนที่พอดี แต่เพราะไปยุ่งกับจมูกเดิมที่คนชมว่าสวยและไม่จำเป็นต้องแตะ ฉันเลยคิดว่าตัวเองได้รับโทษจากสวรรค์ ฉันพยายามแขวนคอตายเป็นสิบๆ ครั้ง และต่อหน้าแม่ก็พูดว่าฉันอยากตาย ใช้คำพูดที่ไม่ควรพูดจนทำร้ายจิตใจแม่.. ทุกครั้ง แม่ก็ปลอบลูกสาวที่ไม่เอาไหนคนนี้ บอกว่าแม่จะออกค่าผ่าตัดให้.. ต่อให้ต้องใช้สิบล้านวอนหรือยี่สิบล้านวอน แม่ก็จะทำให้.. แม่บอกว่าแค่จมูกอันเดียวของลูกสาว ทำไมแม่คนนี้จะทำให้ใหม่อีกครั้งไม่ได้... ฉันใช้ชีวิตช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วโดยมีจมูกที่หดเล็กแบบนั้น หลบอยู่ในบ้าน กิน นอน ขับถ่าย และร้องไห้เหมือนหนู... ส่องกระจกแล้วร้องไห้ทุกวัน แม้แต่รายการวาไรตี้ในทีวีก็ดูไม่ได้ เพราะถ้าเห็นดาราผู้หญิงวัยเดียวกับฉันในนั้นที่มีจมูกธรรมชาติและสวย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะพังลงอีกครั้ง.. ประมาณเดือนมิถุนายน ฉันไปปรึกษาที่ MDR และ GY ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องจมูก ฉันเอาจมูกออกเดือนกุมภาพันธ์ และเชื่อว่าถึงฤดูใบไม้ร่วงก็จะครบ 6 เดือน เนื้อเยื่อคงจะเสถียรและสามารถสร้างใหม่ได้ จึงไปปรึกษา แต่ที่ MDR ฉันได้ยินคำพูดโหดร้าย(?) ว่ามีภาวะหดรั้ง และให้มาเจอกันฤดูหนาวปีหน้า ส่วน GY ก็พูดเช่นกันว่า อย่างน้อยให้มาเจอกันอีก 6 เดือนนับจากตอนนี้ คำพูดของหมอเหล่านั้นถูกต้อง แต่ฉันก็ยังรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา ถ้าอยู่เฉยๆ ก็คงยังพอไปได้ แต่หมอ TM ที่ฝีมือห่วยแตก กลับเอาออกอย่างฝืนจนทำให้จมูกฉันเหมือนพิการไปครึ่งหนึ่ง ฉันอยากฆ่าหมอคนนั้น แล้วก็ตายทันทีเหมือนกัน.. แต่เพราะผ่านการพยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง ฉันจึงรู้ว่าการตายก็ยากเหมือนกัน ฉันเลยกลับไปขังตัวเองในบ้านอีกครั้ง ร้องไห้ กิน แล้วหลับไปด้วยฤทธิ์เหล้า... ฉันผ่านฤดูร้อนมาโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ด้วยสภาพจิตใจแบบไหน... ประมาณต้นเดือนสิงหาคม ฉันตั้งใจว่า ก่อนปีนี้จะจบลง ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ต้องผ่าตัดแก้ใหม่อีกครั้ง ส่วนสภาพจมูก แม้ทรงยังเหมือนจมูกไมเคิล แจ็กสันแบบโครงกระดูก แต่รู้สึกว่าเนื้อเยื่อเหมือนจะเสถียรขึ้นบ้างแล้ว ฉันไปปรึกษาหลายที่ และในบรรดานั้น ฉันได้นัดวันผ่าตัดแก้ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่โรงพยาบาลซึ่งพี่สาวคนหนึ่งที่ฉันรู้จักผ่านชุมชนหนึ่ง และเคยปลอบใจกันในช่วงเวลายากลำบาก แนะนำให้

(ผ่าตัดแก้) ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคกับกระดูกอ่อนหูเพื่อลดปลายจมูกลงเท่านั้น และเขาบอกว่าสภาพแย่กว่าที่คิด หมออธิบายให้แม่ที่รอนานฟังว่า เพราะการเอาออกอย่างฝืน ทำให้พังผืดรุนแรง แต่เขาพยายามคลายและดึงลงให้มากที่สุด รวมถึงเอาส่วนที่ต้องเอาออกแล้ว และการผ่าตัดออกมาดี ฉันใส่เฝือกกับสำลีไว้ 2 สัปดาห์... ตอนถอดออก... ฉันขอบคุณฟ้า ใบหน้าของฉันกลับมาดูกลมกลืน โดยคงภาพลักษณ์เดิมของฉันไว้ ตอนผ่าตัดครั้งแรกกับตอนเอาออก เวลาถอดเฝือก ฉันรู้สึกว่า “อา แย่แล้ว.. ภาพลักษณ์พังแล้ว” แต่ครั้งนี้ต่างออกไป หลังจากนั้น พอบวมยุบ รูจมูกก็มองเห็นมากกว่าจมูกเดิมเล็กน้อย และรูจมูกที่ไม่เท่ากันจากตอนเอาออกก็ไม่ได้ฟื้นกลับมาสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยฉันก็กลับมามีภาพลักษณ์อ่อนโยน และหลังจากใช้ชีวิตแบบฮิคิโคโมริมา 8 เดือน ฉันก็เริ่มทำงานพาร์ตไทม์ มีความรัก และตั้งแต่ต้นปีนี้ก็ได้งาน เริ่มกลับเข้าสู่ชีวิตสังคมอีกครั้ง

*หลังผ่าตัดแก้จมูก ฉันไม่ค่อยได้เข้าชุมชนนี้ แต่บังเอิญเข้ามา ดูเหมือนว่ายังมีคนที่กำลังลำบากอยู่ ฉันเลยนึกถึงตัวเองเมื่อปีที่แล้วและเขียนข้อความยาวนี้ค่ะ เว้นแต่ว่าจมูกเจ็บ หรือภาพลักษณ์เปลี่ยนรุนแรงจนใช้ชีวิตในสังคมไม่ได้ การเอาออกไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป จมูกควรแตะให้น้อยที่สุด และถ้าแตะไปแล้ว ก็พยายามปรับตัวอยู่กับมันให้ได้มากที่สุด หรือถ้าไม่มีผลข้างเคียงใหญ่ๆ ก็ใช้ชีวิตไปแบบนั้นเถอะค่ะ โดยเฉพาะอย่าเอาออกเลย แม้แต่รีวิวที่นี่ที่บอกว่าเอาออกแล้วดี ถ้าดูก็จะเห็นว่ามีหลายคนที่เอาออกแล้วจมูกเหมือนถูก削ออก สันกลางจมูกหดรั้ง และรู้สึกเหมือนถูกตัดออก มีอะไรอยู่ในจมูกก็ไม่ตายหรอกค่ะ การเอาออกก็เป็นการผ่าตัดเหมือนกัน และตอนนี้ใครๆ ก็เอาออกเหมือนเป็นกระแส แม้แต่จมูกที่ไม่มีปัญหาก็บอกว่าอยากกลับไปเป็นธรรมชาติ แต่ทำแบบนั้นก็ไม่ได้กลับไปเหมือนเดิม จมูกยังแข็งอยู่เหมือนเดิม และจมูกที่เคยแตะมาแล้ว ไม่ได้เป็นธรรมชาติเพียงเพราะเอาออก ต้องผ่าตัดแก้ให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ.. ทั้งหมดนี้.. คือรีวิวยาวๆ ของคนที่เคยทุกข์เพราะจมูก ลงรูปแล้วนะคะ.. รูปผ่าตัดจมูกครั้งแรกฉันลบไปแล้ว เลยไม่มี รูปแรก) 2 เดือนหลังเอาออก รูปที่สองและสาม) หลังผ่าตัดแก้ รูปที่ถ่ายเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน

ถูกใจ 39

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้