โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

ผ่านมาสามปีหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง..

ผมเป็นผู้ชายอายุปลาย 20 ที่ผ่าตัดขากรรไกรสองข้างที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเพราะมีภาวะฟันสบลึกและคางยื่นรุนแรง เนื่องจากการสบฟันผิดปกติ ผมทนความเจ็บปวดและความลำบากมามาก พอบวมยุบลงแล้ว ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นคนละแบบ ดูดีขึ้นจนคุณย่ายังจำไม่ได้ ผมพอใจมากจนทุกวันมีความสุขไปหมด แต่ประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัด ผมเริ่มรู้สึกว่าผิวหย่อน และจริง ๆ แล้วเนื้อก็ค่อย ๆ ห้อยลงมา ใบหน้าที่เคยอิ่ม ๆ ค่อย ๆ กลายเป็นหน้าที่ดูคล้ายกะโหลก พอเข้าสู่ปีที่ 2 ก็เครียดหนักมากจนสุดท้ายตัดสินใจทำหัตถการหรือผ่าตัด จริง ๆ แล้วฐานะก็ไม่ได้ดีนัก จึงไม่สามารถแก้ได้ทันทีแม้อยากแก้ก็ตาม.. เลยไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟช่วงกลางคืนอยู่ 2 เดือนเพื่อเก็บเงิน ในที่สุดก็คิดว่า ได้แล้ว! คราวนี้จะกลับไปมีหน้าแก้มอิ่ม ๆ และดูดีได้แล้ว! ผมจึงทำไขมันเติมหน้าและลิฟต์ติ้ง พอเห็นผลดีกว่าที่คาดไว้ แถมคนรอบข้างยังบอกว่าหล่อขึ้นอีก ผมก็ยิ่งอยากทำเพิ่ม.. (นี่คงคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่าเสพติดศัลยกรรมสินะ..). หลังจากนั้นก็ไปฉีดโบท็อกซ์คางกับฟิลเลอร์มุมปากอีก.. แต่พอผลลิฟต์ติ้งที่เคยดึงเนื้อไว้ด้วยไหมค่อย ๆ หายไป เนื้อก็เริ่มหย่อนลงมาอีก แถมโบท็อกซ์กับฟิลเลอร์ที่ทำไปกลับเหมือนให้ผลตรงข้าม จนความหย่อนยานยิ่งเกิดเร็วขึ้น.. (สำหรับคนที่เนื้อหย่อนหลังผ่าตัดกระดูกแบบผม ผลของลิฟต์ติ้งด้วยไหมไม่ได้อยู่ได้นานอย่างที่คิดจริง ๆ..) แล้วเวลาผ่านไป 3 ปี ตอนนี้ผมก็ใช้ชีวิตด้วยทัศนคติค่อนข้างบวก และพอใจกับหน้าตัวเองในแบบของตัวเอง.. หลายคนบอกว่าศัลยกรรม โดยเฉพาะพวกผ่าตัดขากรรไกรสองข้างหรือผ่าตัดปรับโครงหน้าที่เกี่ยวกับกระดูก มักจะมีผิวหย่อนแทบ 100% ให้ระวังไว้ด้วยนะครับ.. ผมเพิ่งเขียนอะไรแบบนี้ครั้งแรกเลยขออภัยที่เขียนไม่เป็นเรื่องเป็นราว ㅜㅎㅎ ยังไงก็ตาม คนที่กำลังกังวลเรื่องศัลยกรรม~~ ถ้าคุณมั่นใจว่าจะรับมือกับผลข้างเคียงทุกอย่างได้ และพร้อมบอกว่า “มันเป็นความรับผิดชอบของฉันเอง” ผมว่าทำศัลยกรรมตอนนี้เลยก็ได้^^

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้