เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วค่ะ
คนรอบตัวบอกว่าหน้าเล็กลง เหมือนจะหายไปเลย แต่เพราะเป็นหน้าของตัวเองที่เห็นทุกวัน พูดตามตรง
ฉันก็คิดว่า เล็กลงขนาดนั้นเลยเหรอ? สรุปคือรู้สึกดีมากค่ะ
ส่วนอื่นก็เล็กลงเหมือนกัน แต่ในกรณีของฉัน ฉันรู้สึกว่าเห็นผลกับช่วงกรามเหลี่ยมมากจริงๆ
แค่เอามุมใต้กรามออกเท่านั้น แต่เขาบอกว่าเส้นโค้งดูนุ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมใบหน้าดูดีขึ้นมากค่ะ
อาจเพราะผ่านมาพอสมควรแล้ว การอ้าปากหรือแปรงฟันเลยเป็นธรรมชาติมากขึ้นนิดหน่อย
ความรู้สึกบริเวณสีหน้าและรอบปากก็นุ่มนวลขึ้นค่ะ (ความรู้สึกที่คางยังไม่ได้กลับมา 100%)
ตอนนี้กินอาหารปกติได้แล้วค่ะ แต่ยังหลีกเลี่ยงของแข็งอย่างกักดูกี หัวไชเท้าดองสีเหลือง และเนื้อเหนียวๆ อยู่
แล้วสิ่งที่รู้สึกคือ เวลากินอาหารต้องขยับปากเยอะ เลยมีความรู้สึกตึงเมื่อยบริเวณคางค่ะ ㅠㅠ
ถึงจะอยากกินมากแค่ไหน ฉันก็อยากบอกว่าควรอดทนไว้ในระดับหนึ่งค่ะ
ก่อนหน้านี้บริเวณปลายคางเคยมีอาการจี๊ดๆ ชาๆ แต่พอเวลาผ่านไป อาการแบบนั้นก็หายไปแล้วค่ะ
ส่วนแผลผ่าตัดในปากก็ดูปกติดีมาก เหมือนไม่เคยผ่ามาก่อนเลยค่ะ
ตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้กินเนื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่
อยากกินไส้วัวกับเนื้อวัวมากเลยค่ะㅠㅠ ตั้งแต่เดือนที่ 2 ว่าจะลองกินดูนิดหน่อย
รอยช้ำยังไม่ได้หายเกลี้ยงทั้งหมด ยังเห็นอยู่นิดหน่อย แต่แต่งหน้าก็ปิดได้ค่ะ
อาการบวมยังมีนูนๆ เล็กน้อยตรงตำแหน่งลักยิ้มข้างแก้มทั้งสองข้าง
อยากเห็นหน้าตอนบวมหายหมดเร็วๆ ค่ะ
ถ้าทุกคนกำลังลังเลเรื่องการปรับโครงหน้า ฉันแนะนำจริงๆ ค่ะ เรื่องค่าใช้จ่ายพูดตามตรงฉันก็รู้สึกเป็นภาระมาก
และเพราะกลัวการผ่าตัดกระดูก เลยคิดอยู่หลายปีกว่าจะตัดสินใจ
ช่วงพักฟื้นค่อนข้างลำบากนิดหน่อย แต่พอเห็นผลลัพธ์แล้ว ไม่รู้สึกเสียดายค่าผ่าตัดเลยค่ะ
ช่วงนี้แต่งหน้าก็สนุก ถ่ายรูปก็สนุกค่ะ
ถูกใจ 3