โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

รีวิวหลังผ่าตัดจมูกครบ 1 ปี

เห็นอยู่ในเงื่อนไขอัปเกรดระดับ เลยลองเขียนไว้ก่อนครับ!!

ผมเป็นผู้ชายครับ ผ่าตัดมาก็ใกล้จะประมาณ 1 ปีแล้ว

เป็นการผ่าตัดครั้งแรกครับ ทำที่ ㄷㄴ พอดูรูปรีวิวแล้ว จุดที่ดูเป็นธรรมชาตินี่เป็นสไตล์ผมมาก ๆ

ผมคิดว่าถ้าเขียนเน้นเรื่องที่ผมเคยสงสัย น่าจะช่วยทุกคนได้บ้างครับ!!

1. แรงจูงใจในการผ่าตัด? : ก่อนศัลยกรรมไม่ได้รุนแรง แต่มีฮัมพ์เล็กน้อย ปลายจมูกทู่ และเวลายิ้มจะยืดออกมากกว่าสองเท่าจนดูไม่ดี ซึ่งผมไม่ชอบ + เดิมทีผมมีโรคจมูกอักเสบเรื้อรังอยู่แล้ว และทุกครั้งที่ไปตรวจหูคอจมูก หมอก็บอกว่าผนังกั้นจมูกคด ควรผ่าตัด ก็เลยทำไปพร้อมกันครับ จริง ๆ ก็เหมือนทุกคนแหละ คิดว่าไหน ๆ จะทำแล้ว ก็มีเหตุผลเพิ่มขึ้นอีกอย่างน่าจะดีกว่าㅋㅋㅋ

2. วิธีผ่าตัดและดีไซน์ที่ต้องการ? : วิธีผ่าตัด: เหลาฮัมพ์พร้อมกับตัดกระดูกสันจมูก (แนวคิดแบบลดขนาด?), แก้ผนังกั้นจมูกคด, ตั้งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก, ใส่ AlloDerm เล็กน้อยที่ไลน์โดยรวม เหตุผล: หมอบอกว่าสันจมูกผมมีอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องทำ และก่อนผ่าตัดหมอทำจำลองศัลยกรรมด้วย Photoshop ให้ดู แบบที่ไม่เสริมสันจมูกและยกแค่ปลายจมูกเป็นสไตล์ที่ผมต้องการ ส่วนตัวผมกังวลมากเพราะมีคนพูดถึง AlloDerm กันไปต่าง ๆ นานา แต่จากผลที่ผมเจอมาตลอด 1 ปี ตามที่คุณหมอบอกจริง ๆ คือไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ผมมีความรู้สึกต่อต้านซิลิโคนเสริมค่อนข้างมาก ถึงมันจะสวยก็จริง แต่ได้ยินว่าร่างกายจะรับรู้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม และเพราะผมชอบดื่มเหล้า เลยคิดว่าการดูแลให้สมบูรณ์แบบจริง ๆ คงยาก ผมกังวลเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นผู้อำนวยการจึงเสนอให้ทำแบบนั้น และผมก็ชอบด้วย เลยโอเค! แล้วดำเนินการครับ

3. ลักษณะของผู้อำนวยการ? : หมอดูคล้ายจิ้งจอกทิเบตแบบแปลก ๆ และน้ำเสียงเวลาพูดจริงก็มีความแห้ง ๆ แบบว่าถ้าคุยกับจิ้งจอกทิเบตคงเป็นความรู้สึกประมาณนี้หรือเปล่า.. มีความหน้านิ่งมาก.. แต่ถ้าถามอะไร หมอก็ตอบหมดตามที่ถามครับ เลยรู้สึกก้ำกึ่งนิดหน่อย แต่พอเห็นในเว็บไซต์มีวิดีโอที่หมอเคยออกทีวี พอดูแล้วก็เหมือนเดิมเลย กลับดูเก้ ๆ กัง ๆ กว่าอีก.. ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกอยากลองทำให้หมอตกใจขึ้นมาเรื่อย ๆ จริง ๆ ขอทำสักครั้งไม่ได้เหรอ

4. ความพึงพอใจ? : เพราะเป็นผู้ชาย ผมเลยต้องการความเป็นธรรมชาติ และมันธรรมชาติมากจริง ๆ คนรอบตัวที่สายตาไวเท่านั้นถึงจะดูออกชัด ๆ ส่วนคนอื่นก็ประมาณว่าเหมือนหล่อขึ้นนะ ไปฉีดอะไรแบบฟิลเลอร์มาหรือเปล่า? แล้วก็ผ่านไป แต่เวลาผมมองกระจก ผมรู้สึกว่าเปลี่ยนไปพอสมควร เลยแปลกใจที่คนอื่นดูไม่ออก โดยเฉพาะผมแอบทำโดยไม่บอกพ่อแม่ แล้วเจอกันหลังผ่านไป 2 เดือน พวกท่านยังดูไม่ออก อันนี้แปลกที่สุด ฟิลเตอร์ของพ่อแม่หนาขนาดไหนกันนะ ถึงคิดว่าผมหล่ออยู่แล้วขนาดไหน? ฮ่าๆๆ... อย่างไรก็ตาม สำหรับผมที่ไม่อยากให้คนรอบตัวรู้ เพราะตัวผมเองรู้สึกว่าเปลี่ยนไปมาก จึงพึงพอใจสูงครับ ตอนนี้ผ่านไป 1 ปีแล้ว ความพึงพอใจก็ยังเหมือนเดิม คิดว่าเพราะรูปทรงไม่ได้เปลี่ยนไปมาก และไม่มีวัสดุเสริมเข้าไป เลยสบายใจด้วยครับ

5. ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะดูเป็นธรรมชาติ? : อืม.. รอยช้ำกับบวมอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ กว่าหน้าปกติจะดูเป็นธรรมชาติคิดว่าใช้ประมาณเดือนครึ่ง ส่วนการแสดงสีหน้าให้เป็นอิสระใช้เวลา 4 เดือน ผมขยันดื่มน้ำฟักทองและขยันจ็อกกิ้งครับ มีแผลผ่าที่บริเวณคอลัมเมลลา แล้วรอยแดงจากแผลผ่าอยู่นานหน่อยนะ? น่าจะประมาณ 3 เดือน ตอนนี้แผลเป็นแทบมองไม่เห็นแล้ว ยังไงก็ไม่มีส่วนที่ดูออกครับ แค่ไม่มีใครเอามือมาจิ้มเฉพาะปลายจมูกก็พอ

6. จุดที่เสียดาย : อาจเพราะทำให้เป็นธรรมชาติ เลยยังมีความเสียดายเล็ก ๆ แบบว่า “อ่า ถ้าส่วนนี้ดีขึ้นอีกหน่อยก็คงดี...” เหลืออยู่เรื่อย ๆ เช่น ส่วนสันจมูก? ตอนนี้เป็นไลน์ตรงที่ธรรมชาติ แต่ส่วนตัวผมเสียดายว่าถ้าสันจมูกสูงขึ้นอีกนิด น่าจะดูหล่อขึ้น ดังนั้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ผมถามโรงพยาบาล เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ใส่วัสดุเสริม ก็ฉีดฟิลเลอร์ได้ ผมเลยไปฉีดฟิลเลอร์สันจมูกที่โรงพยาบาลอื่น เขาบอกว่าถ้าเป็นคนที่เคยศัลยกรรมจมูก ถ้าฉีดมากเกินไปอาจเกิดเนื้อตายได้ เพราะถ้าตอนผ่าตัดเปิดคอลัมเมลลา เส้นเลือดจะถูกตัด อะไรประมาณนั้นครับ ยังไงก็ตาม ผมฉีดฟิลเลอร์สันจมูกไป 1.5 cc แล้วรู้สึกพอดีว่า อ่า แค่นี้ก็พอแล้ว ดังนั้นเพราะโรงพยาบาลที่ผมทำจมูกก็มี Artecoll ด้วย ผมเลยคิดว่าครั้งหน้าถ้าฟิลเลอร์นี้หายหมดแล้ว คงไปฉีด Artecoll ละกัน ความอยากของคนไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ ทำทั้งหมดนี้แล้ว ผมคงอยากทำอย่างอื่นอีกแน่ ๆ..ㅋㅋㅋ

6. ถ้าจะแนะนำ? : ถ้าคุณต้องการความเป็นธรรมชาติ ผมอยากแนะนำที่ที่ผมทำครับ การดูแลหลังผ่าตัดก็ดีอยู่ แต่รีวิวจมูกมีเยอะ ส่วนอย่างอื่นรีวิวไม่มาก เลยไม่ค่อยรู้เรื่องอื่นนอกจากจมูกครับ จมูกนี่เชื่อใจแล้วฝากให้ทำได้เลย!

เขียนไปเรื่อย ๆ เลยยาวเลยครับㅎㅎ

ถูกใจ 0

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้