ก่อนอื่น..เมื่อเทียบกับจุดอื่น ดวงตาเป็นส่วนที่กำหนดภาพลักษณ์จริงๆ... ฉันเลยคิดว่าควรถามคนรอบตัวจริงๆ ว่าที่ไหนทำแล้วออกมาดีค่อยไปทำค่ะ เดิมทีฉันเป็นตาชั้นเดียว ตายาวและโต ถึงไม่ทำศัลยกรรมตาก็ไม่เป็นไร แต่ฉันถูกชวนให้คล้อยตาม เพราะอยากสวยขึ้น เลยไปผ่าตัดค่ะ...
1. ครั้งแรกตอนอายุ 19 ฉันถูกเพื่อนของแม่ (นายหน้า) พาไปตามกระแส แล้วไปทำตาสองชั้นแบบกรีดแถวอีแด แต่ผ่านไปหนึ่งเดือนแผลกรีดก็หลุด เลยไปรีทัชเฉพาะข้างนั้นสองครั้ง แล้วก็หลุดอีก พอกลับไป โรงพยาบาลหายไปแล้ว..
2. ตอนอายุ 23 ฉันวางเงินจองที่โรงพยาบาลดังในอิลซานไว้แล้ว แต่ต่อมารู้จักที่หนึ่งที่ปากต่อปากดี เลยยอมทิ้งเงินจองประมาณ 200,000? 300,000 วอนมั้งคะ (นานแล้วเลยจำไม่ได้เป๊ะ) แล้วไปที่นั่นค่ะ ผู้อำนวยการสไตล์เหมือนยุนจงชิน ได้ยินว่าเคยเป็นหัวหน้าแผนกที่โรงพยาบาลแพค ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ว่า ตาของฉันไม่จำเป็นต้องกรีดเลยด้วยซ้ำ.. แก้ตาด้วยวิธีเย็บจุด/ฝังไหม (ผู้อำนวยการบอกว่าถ้าเป็นไปได้ โดยเฉพาะตา ไม่ควรใช้มีด ฉันก็เห็นด้วย ㅜㅜ)
เหมือนโชคดีในความโชคร้าย ตาข้างที่หลุดกลับหลุดออกหมดเกลี้ยง ถึงจะเห็นรอยกรีดเดิม แต่เส้นแก้ด้วยวิธีฝังไหมออกมาสวยมาก แต่ตาอีกข้างทนแรงพังผืดจากแผลกรีดไม่ไหว เส้นเลยคอยหนีกลับไปที่เส้นกรีดเดิม..ถึงอย่างนั้นคุณหมอก็ใจดี คอย AS ให้ทีละเข็มเสมอ เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดคือการจับเส้นด้านหน้าให้ติด เลยทำใหม่ตรงด้านหน้าอีกหนึ่งเข็ม สองครั้งหรือสามครั้งนี่แหละค่ะ ปรัชญาการทำศัลยกรรมของผู้อำนวยการดีมากจริงๆ ฉันแนะนำโรงพยาบาลนี้ให้คนไปผ่าตัดประมาณ 5 คน? ทุกคนออกมาดีหมด แต่ไม่ว่าฉันจะอ้อนวอนแค่ไหน ผู้อำนวยการคนนั้นก็ไม่ยอมทำแก้แบบกรีดให้ ㅜㅜ... ฉันอยากแก้ตาข้างนั้นมากจริงๆ..
ตอนนี้คิดแล้วก็รู้ซึ้งมากว่า ฉันควรจะฟังคำพูดของผู้อำนวยการคนนั้น..
3. สุดท้ายฉันไปปรึกษาที่อื่นค่ะ ตอนอายุ 30...ที่หนึ่งในคังนัมที่ดังเรื่องปรับโครงหน้า..... ระหว่างที่กำลังกังวลเรื่องตา ฉันตามเพื่อนไปปรึกษาด้วย แล้วเขาบอกฉันว่าถ้าเหลากราม ก็ไม่ต้องฉีดโบท็อกซ์ไปตลอดชีวิต ฉันเลยคล้อยตาม....มีเงินเก็บอยู่ด้วย...ก็ผ่าตัดทันทีค่ะ ผู้อำนวยการใหญ่ที่นั่นถูกพูดว่าเป็นอันดับ 1 ด้านกระดูกในประเทศอะไรทำนองนั้น แล้วโรงพยาบาลก็ใหญ่มาก แน่นอนว่าฉันเชื่อค่ะ
แต่ดูเหมือนฉันจะเป็นเคสหมอเงาแบบ典型เลย...
จริงๆ แล้วกรามฉันแทบไม่มีเหลี่ยมให้เห็นเลยค่ะ..แค่เป็นช่วงที่ใจอ่อนกับคำพูดชวนเคลิ้มง่าย..ทั้งที่ดวงเรื่องศัลยกรรมก็ไม่มี...แต่ก็เผลอคล้อยตามอีก...
ตอนนั้นอายุ 27 ค่ะ กรามกลายเป็นทรงเหมือนกรามหมา ข้างหนึ่งเป็นมุมชั้นที่สอง อีกข้างเป็นมุมชั้นที่สาม คางหน้าก็นูนปูดออกมามากเหมือน “nijugari”.. เขาบอกว่าไม่ได้ลดความกว้างคาง แต่เลื่อนไปข้างหน้าแทน..
แค่ดูเอกซเรย์ก็เห็นแล้ว...ทั้งตำแหน่งที่เอากระดูกซ้ายขวามาต่อกัน แม้แต่หมุดก็ยังติดเอียงออกไปด้านข้างอย่างสิ้นเชิง หมุดก็เบี้ยวด้วยㅋㅋㅋㅋ ฉันทั้งอึ้งทั้งสิ้นหวัง.. แบบนั้น ฉันก็สร้างปมด้อยที่ไม่เคยมีเพิ่มขึ้นอีก 2 จุดต่อจากเรื่องตา...
กลับมาที่เรื่องตาอีกครั้ง ที่ที่ดังเรื่องปรับโครงหน้านั้น ฉันไปปรึกษาเรื่องกราม เขาบอกว่าแม้จะทำอะไรกับกรามทรงนั้นไม่ได้มาก แต่การจัดการมุมชั้นที่สอง และย้ายคางหน้ากลับตำแหน่งเดิมอะไรแบบนั้น พอแก้ไข? ได้.. อาจารย์หมอชี้ได้ตรงมาก และมั่นใจมาก ดูน่าเชื่อถือ ฉันเลยคิดไปเองว่าตาก็คงทำได้ดีแน่นอน จึงทำตา กราม และหน้าอกพร้อมกันทีเดียว...
เรื่องหน้าอกจะยาวเกินไป ไว้เล่าทีหลังนะคะ
กรามถูกแก้ไขแล้วค่ะ ความเครียดที่เคยมีลดลงมาก ไม่สิ ถ้าคิดถึงกรามที่พังนั้น ถือว่าทำออกมาดีจริงๆ แม้กรามทรงนั้นจะยังกวนใจอยู่ แต่เพราะมันดีขึ้น? ด้วยการผ่าตัดแก้...
ปัญหาคือตา...ดูเหมือนคุณหมอจะเก่งแค่โครงหน้า... ตาแก้แบบกรีดล้มเหลว...เขาบอกให้ทำแก้กล้ามเนื้อตายกเปลือกตาพร้อมกัน ฉันก็ทำพร้อมกัน แต่แย่กว่าเดิม....ตาข้างหนึ่งกลับเหมือนหลุดอีกครั้ง บังรูม่านตาไปครึ่งหนึ่ง..มีเส้นตาสองชั้น แต่แรงเปิดตาหายไป อีกข้างก็เบิกกว้างเกินไปจนเห็นรูม่านตาทั้งหมด...
ความเครียดเรื่องตากลับมาเต็มๆ... ดังนั้นโรงพยาบาลนั้นยอมรับความผิดพลาดและบอกว่าจะ AS ให้ใหม่ ฉันเลยรับการแก้ค่ะ การลืมตาของสองข้างใกล้เคียงกันแล้ว แต่.....ไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ใส่ใจเส้นกรีดซ้อนหรือเปล่า... หลับตาแล้วเหมือนรางรถไฟ....ㅜㅜ ตอนลืมตา ปลายหางตาก็ยังเห็นเส้นกรีดซ้อน...
อย่างไรก็ตาม ตอนลืมตาก็ถือว่าพอแก้ไขได้... และฉันคิดว่าฝีมือด้านตาของผู้อำนวยการคนนั้นได้แค่นั้น.. เลยยอมแพ้ค่ะ...
4. ต่อมาฉันเจอพี่คนรู้จักคนหนึ่ง ก่อนหน้านั้นตาเขาไม่ค่อยดีจริงๆ..แต่คำที่ว่าผู้หญิงตาคือทุกอย่างคงจริง ตาเขาออกมาดีมากๆ ฉันเลยถามโรงพยาบาลแล้วไปปรึกษาทันที
โรงพยาบาลเฉพาะทางตาแถวสถานีคังนัม ที่แทบจะทำแต่ผ่าตัดตา
ว้าว..เขาชี้ได้แม่นมากจริงๆ ก่อนที่ฉันจะพูด เขาก็เข้าใจตาของฉันทั้งหมดแล้ว
ฉันคิดว่าการแก้กล้ามเนื้อตายกเปลือกตาคงไม่มีความหมาย เลยตัดส่วนนั้นออก แล้วทำแก้แบบกรีดอีกครั้ง น่าจะอายุ 32 ค่ะ เส้นถูกจัดให้สะอาดเรียบร้อยจริงๆ.. แต่เพราะแรงลืมตาสองข้างต่างกันอยู่แล้ว น่าจะเพิ่มการแก้กล้ามเนื้อตายกเปลือกตาไปด้วย ㅜ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นการแก้ที่สมบูรณ์แบบ? แล้ว..ㅜ พอเห็นว่าตาฉันแก้แล้วออกมาดี ฉันแนะนำที่นั่นให้ประมาณ 5 คน? 6 คน กลับกลายเป็นว่าพวกเขาออกมาดีกว่าฉันมากอีกค่ะ ผู้อำนวยการละเอียดมากจริงๆ และสายตาเฉียบคมค่ะ ท่านนี้ก็เป็นแพทย์ที่มีจุดยืน อะไรที่ไม่ควรทำก็จะเตือนว่าอย่าทำแล้วให้กลับไปค่ะ
แบบนี้ ฉันไม่รู้เลยว่าเสียเงินกับตาไปเท่าไหร่...ทั้งลำบากกาย ลำบากใจ สู้กับรอยช้ำ...ㅜㅜ ถ้าคิดเป็นเงิน ก็เหมือนฝังเพชรไว้ในตาเลยค่ะ
สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้หลังผ่านแพทย์สี่คนคือ ต้องระวังโรงพยาบาลที่มีหมอเยอะจริงๆ.. อะไรที่หมอบอกว่าอย่าทำก็อย่าทำ.. ถ้าจะทำส่วนนั้น ต้องทำที่ที่ชูว่าเชี่ยวชาญส่วนนั้นจริงๆ... และรีวิวจากคนรอบตัวสำคัญที่สุด อย่าหลงคำพูดไร้สาระ ㅜ ต่อให้ค้นอินเทอร์เน็ตทั้งหมด...ก็ยังเสี่ยงดวง.. คนที่เห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ คือพยานและคือผลลัพธ์ค่ะ
เรื่องหน้าอก ขอพักนิดแล้วจะมาโพสต์เล่านะคะ ㅜ
ถ้ารู้จักชุมชนนี้เร็วกว่านี้ก็คงดี... ฉันได้รู้ด้วยว่าการรีเสิร์ชสำคัญมากจริงๆ
อยากอัปเลเวลแล้วรับข้อมูลค่ะ~~~!!
ถูกใจ 3